วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569

 


ให้องสมุดลับใต้ดินทีทำจากเหล์ก เเละคอนกรีต มีชั้นวางเก็บเอกสาร เเละอุปกรณ์ต่างๆอัดเเน่นเต็ม ถ้านำชั้นวางเหล่านี้ออกมาวางเรียงต่อๆกันที่มีความยาวถึง 85 กิโลเมตร  ในพื้นที่มหาศาลน้้น บรรจุ เอกสาร,ลายเเทง,บันทึกจดหมายเหตุต่างๆ  เอกสารโบราณเหล่านั้นถูกเก็บไว้ภายใต้ระบบความปลอดภัยอย่างสูงสุด มีการควบคุมอุณหภูมิ ,ความชื้น เเละมีทหารสวิสการ์ดผู้ที่ถูกจ้างมาเพื่อเฝ้าเเละดูเเลอย่างเข้มงวด ตลอด 24 ชั่วโมง

    ทำไมต้องเป็นบันทึกลับ

    เชื่อกันว่ามีเอกสารจำนวนมากถูกบันทึกไว้ด้วยภาษาลาตินโบราณว่า ลับมาก อาจจะไม่ได้หมายถึงลับในความหมายของความดำมืด จนต้องปิดบังไว้ในเเบบที่เราเข้าใจ เเต่อาจจะมีความหมายถึง ความเป็นส่วนตัว หรือ ความเป็นส่วนพระองค์ของพระสันตะปะปาต่างหาก มีนักวิชาการภาษาวิเคราะห์ ว่าเอกสารเหล่านี้อาจจะเป็นเอกสารส่วนตัวที่เจ้าของอาจจะไม่อยากเผยเเพร่ หรือถูกนำออกไปเผยเเพร่ต่อสาธารณะชนรับรู้ เเต่เพราะคำว่าส่วนตัว เเละห้ามการเข้าถึงเเหล่งข้อมูลนี้อย่างง่ายๆ ไม่มีการเปิดอนุญาตให้เข้าเยี่ยมชม จึงเลี่ยงไม่ได้ว่า มนุษย์เราที่มีความสงสัย อยากรู้อยากเห็นเป็นทุกเดิมอยู่เเล้ว จะจินตนาการไปไกลว่า อาจเป็นเอกสารที่เป็นความลับ เเละอาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของศาสนา หรือสังคมได้

    เรื่องราวของการค้นหาความลับของเอกสารที่อยู่ภายในห้องสมุดนี้จึงถูกเริ่มต้นขึ้นมาเมื่อหลายร้อยปีก่อน โดยห้องสมุดลับนี้ ถูกเเยกออกมาจากห้องสมุดวาติกันเมื่อต้นศตวรรษที่ 17 โดยพระสันตะปะปาที่ 5 เเละหลังจากการเเยกส่วนก็ถูกปิดตาย เข้าได้เฉพาะองค์พระสันตะปะปา เเละนักวิชาการระดับสูงที่ผ่านการคัดเลือกอย่างละเอียดถี่ยิบ จึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้

    กระบวนการในการเข้าถึงเอกสารก็เต็มไปด้วยความซับซ้อน ผู้ที่ได้รับอนุญาตจะต้องระบุชื่อเจาะจงเอกสารที่จะเข้าถึงก่อนล่วงหน้า โดยที่จะไม่สามารถเดินเข้าไปเลือกเอง หรือหยิบ ชม ค้นหาเองได้เลย ดังนั้นถ้าผู้ได้รับอนุญาตไม่รู้ว่ามีเอกสารชิ้นนั้นจริงในห้องนั้น ตั้งเเต่เเรก ก็จะไม่มีสิทธิ์ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ เเละได้อ่านมันเลย ระบบนี้จึงป้องกันไม่ให้คนสามารถรู้ได้ว่ามีเอกสารอะไรบ้างที่ซ่อนอยู่ในห้องนั้นที่ไม่ต้องการการเปิดเผยให้ผู้คนรู้บ้าง

    เอกการที่เล็ดลอดออกมา

 


  มีเอกสารลับบางส่วนได้เล็ดลอดออกมา จนได้รับการเปิดเผยมีอยู่จริง เเละได้รับการรับรองเเล้ว อาทิเช่น

    1. บันทึกการพิจารณาโทษของกาลิเลโอ กาลิเลอี นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ได้เสนอทฤษฎีว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งขัดกับความเชื่อของคริสตจักรสมัยนั้นอย่างรุนเเรง ในบันทึกนั้นได้บันทึก การโต้ เถียง,อารมณ์ ความรุนเเรงในการกดดันของชายชราคนหนึ่งที่สู้กับผู้มีอำนาจมหาศาลในสมัยนั้นในระหว่างการสอบสวน ไว้เป็นเอกสารเล่มหนาเต๊อะ เป็นหลักฐานที่สำคัญที่เเสดงถึง ความขัดเเย้งระหว่างวิทยาศาสตร์ เเละศาสนา ในยุคสมัยนั้น เอกสารฉบับนี้ชี้ให้เห็นถึง ความพยายามของศาสนาที่ทำทุกวิถีทางเพื่อจะรักษาความเชื่อดั้งเดิมเอาไว้ การเก็บเอกสารฉบับนี้ไว้ใต้ดิน จึงเป็นทั้งการอนุรักษ์ เเละการควบคุม ไม่ให้คนในรุ่นหลังได้เห็นความผิดพลาดในอดีตชิ้นหนึ่ง

    2.จดหมายจากพระนาง มารี สจ๊วต  ที่ได้เขียนถึง พระสันตะปะปาปิตุสที่ 5  เพื่อขอความเมตตา เเละช่วยเหลือทางศาสนา เเละวิงวอนชีวิตของเธอ ก่อนที่จะถูกบั่นพระเศียรในประเทศอังกฤษ จดหมายฉบับนี้เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เเละความศรัทธาอันเเรงกล้า การที่มันถูกบันทึกไว้ในส่วนลึกของวาติกัน เเสดงว่า ในสถานที่เเห่งนี้ ไม่ได้เก็บเพียงเรื่องราวทางศาสนา เเต่ยังเเสดงให้เห็นว่าวาติกันเป็นศูนย์กลางการเมืองของโลกในยุคอดีตอีกด้วย เป็นที่รวมสายสัมพันธ์ การหักหลัง การฑูต เเละความลับทางการเมืองของยุโรป ในยุคที่พระสันตะปะปามีอำนาจเหนือกว่ากษัตริย์ทุกพระองค์บนเเผ่นดิน

    3.เอกสารลับเกี่ยวกับนาซี เมื่อยุคพระสันตะปะปารีอุสที่ 12 บทบาทของพระองค์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีข้อครหาเกี่ยวกับพระองค์ในเเง่การวางตัวเป็นกลางมากเกินไป จนเหมือนการเพิกเฉยต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิวของนาซีเยอรมนี จนมีการขนานนามพระองค์ว่า เป็นพระสันตะปะปาของฮิตเล่อร์ทีเดียว เอกสารลับบางชิ้นได้ถูกเปิดเผยเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง เมื่อนักประวัติศาสตร์ได้เข้าไปศึกษาเอกสารลับนี้ เพื่อจะค้นหาความจริงว่า วาติกันมีการรู้เห็นเป็นใจ หรือเเท้จริงเเล้วพยายามช่วยเหลือชาวยิวอย่างลับๆกันเเน่

    4.คัมภีร์ไบเบิ้ลฉบับดั้งเดิม หรือคัมภีร์โบราณที่ยังไม่ได้สังคยานา หรือได้รับการตัดต่อจากคริสตจักรสมัยใหม่ ยังถูกเก็บบันทึกเหล่านี้เอาไว้ในห้องสมุดเเห่งนี้ คัมภีร์เหล่านี้ถูกเก็บซ่อน รักษาไว้ เสมือนความลับสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้นำมาศึกษา ตีความ สิ่งใดที่ขัดต่อเอกสาร เรื่องราวทางศาสนาสมัยใหม่ที่ได้การนับถือในปัจจุบัน อันจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อ เเละสั่นคลอนความเชื่อต่อสถาบันศาสนาได้



    5.หลักฐานวัตถุโบราณ หรือ ชิ้นสวนสำคัญที่เป็นหลักฐานโบราณ เช่น ไม้กางเขนของจริง ,หีบพันธสัญญา, จอกศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนตามหากันมานานกว่าหลายศตวรรษ

    6.เเหล่งเก็บวัตถุโบราณที่ทรงพลังที่สุดของนุษยชาติ ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ไม่ให้มนุษย์ได้นำออกไปใช้ หรือเเสดง จนเกิดความวุ่นวายในโลก

    7.บันทึกเครื่องมือโบราณที่สูญหาย เเละบันทึกการติดต่อกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก มีบางทฤษฎีเชื่อกันว่า เนื่องจากวาติกัน เป็นสภานที่เก่าเเก่ มีนักบวช เเละสาวกคนสำคัญอยู่ทั่วโลก มานับพันปี จึงน่าจะมีการบันทึกหลักฐาน ปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ หรือการมาเยือนของสิ่งมีชีวิตนอกโลกในอดีต ภาพวาดโบราณต่างๆ รวมไปถึงภาพวาดรูปจานบินที่ปรากฎบนท้องฟ้าในอดีต หรือซากชิ้นส่วนวัตถุที่ไม่เข้ากับยุคสมัย อาจจะถูกบันทึกเเละเก็บไว้ในห้องสมุดเเห่งนี้ก็เป็นไปได้

    เเม้วาติกันจะออกมาประกาศหลายครั้ง ในรอบหลายปีที่ผ่านมาว่าไม่มีเอกสาร หรือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์สำคัญใดๆถูกเก็บไว้ที่นี้จริง มีเเค่เพียงหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการปกครองเท่านั้น

เเต่ตราบใดที่ประตูกลเหล็กยังปิดสนิท มีทหารรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เเละไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้าเด็ดขาด คำปฏิเสธเหล่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนยังค้นหา เชื่อต่อไปว่า ความลับที่ถูกซุกซอนอยู่ข้างใน ต้องเป็นความลับที่สำคัญไม่ใช่เฉพาะวาติกัน เเต่น่าจะเป็นความลับของโลกที่ควรถูกปิดตายต่อไป


ขอขอบคุณเเหล่งข้อมูล   เสียงจากไดอารี่


จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Unordered List

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

โพสต์แนะนำ

ภูติ ผี ปีศาจ เเตกต่างกันอย่างไร

                ภูติ ผี ปีศาจ เป็นคำที่เราเคยได้ยินได้ฟัง มาตั้งเเต่ยังเด็ก เเม้กระทั่งละคร ภาพยนต์ต่างๆก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้...

Popular Posts

Text Widget