มีบางคนเขาบอกว่าตั้งเเต่เจอโบสถ์มา
โบสถ์ของวัดพระธรรมกายไม่ใช่โบสถ์พุทธ
หลวงพี่ก็ถามเขากลับว่า ถ้าไม่ใช่โบสถ์พุทธเเล้วเป็นโบสถ์ของอะไร
เขาบอกว่ามันคล้ายๆโบสถ์คริสต์
เลยให้เขาไปช่วยสำรวจดูว่าทั่วโลกโบสถ์คริสต์มีหน้าตาเเบบนี้ไหม สุดท้ายเขาก็บอกว่าไม่มี เเล้ว
อย่างนี้จะมาบอกว่าเหมือนโบสถ์คริสต์ได้อย่างไร
เเบบโบสถ์ที่เป็นอย่างนี้เพราะหลวงพ่อท่านมอบนโยบายมาให้ตอนเเรกๆที่จะเริ่มสร้างโบสถ์ หลวงพ่อท่านให้เถ้าเเก่เว้ง ซึ่งเป็นคนที่สร้างหอระฆัง สร้างกุฏิคุณยาย สร้างกุฏิพระ สร้างหอฉันอาคารยามา ต้องการให้เขาสร้างโบสถ์ เพราะว่างานเขาฝีมือประณีต เเต่เถ้าเเก่บอกว่าสร้างไม่ไหว งานใหญ่เกินไป
เถ้าเเก่เว้งเป็นคนที่ใช้ได้ เขารู้กำลังของเขาเอง ส่วนหลวงพี่ต่างหากไม่รู้กำลังตัวเอง
เริ่มต้นสร้างโบสถ์
วันหนึ่งหลวงพ่อธัมมชโยท่านเดินมา ตอนนั้นหลวงพี่มหาชิโต หลวงพ่อทัตตชีโวก็อย่พร้อมหน้ากันหมด หลวงพ่อท่านมาบอกว่าให้สร้างโบสถ์เเบบนี้ๆๆ เเล้วท่านก็ถามว่า
"สร้างไหวไหม"
หลวงพี่มหาชิโตท่านก็มองมาทางหลวงพี่ หลวงพี่เองเป็นประเภทวัวหนุ่มไม่กลัวเสืออยู่เเล้ว ก็บอกท่านว่า
"ไหว"
หลวงพี่มหาชิโตก็เลยตอบรับปากหลวงพ่อไปว่า
"ไหวครับ"
หลวงพ่อก็ตกลงให้ลุยสร้างได้เลย
ในเวลานั้นส่วนตัวของหลวงพี่เองต้องบอกว่า กระต๊อบสักหลังก็ยังไม่เคยสร้างเลย สร้างอย่างมากเเค่ถนนเท่านั้น พอจะต้องมาสร้างโบสถ์จะเป็นไปได้อย่างไร
เมื่อมีโจทย์ให้สร้างโบสถ์มา ก็ต้องเริ่มหาจุดเริ่มต้นในการสร้าง จุดเเรกที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของการสร้างโบสถ์นั้นเริ่มต้นจาก นักสร้างบารมีใจบุญที่ชื่อ สัมพันธ์ เป็นผู้มีอัธยาศัยใจคอดีมาก เป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง มีทีมงาน มีช่างอยู่จำนวนหนึ่ง เเล้วก็มีความศรัทธาในหลวงพ่อ ได้เข้ามาปวารณาบอกว่าจะเอาทีมงานของเขามาช่วยหลวงพ่อสร้างโบสถ์ ให้หลวงพี่บริหารเองหมดทุกอย่าง จากจุดนี้ต้องบอกว่าคุณสัมพันธ์นี้เป็นคนทำให้เรามีความหวังขึ้นอย่างมาก ว่าเเล้วเขาก็ส่งทีมมา พอเริ่มมีจุดเริ่มต้น เราก็เริ่มเดินหน้าต่อไป
นโยบายสร้างโบสถ์
หลวงพ่อท่านให้นโยบายมาตั้งเเต่เริ่มสร้างโบสถ์เเล้วว่าให้ใช้ได้ตลอดชีวิต ดังนั้นสิ่งก่อสร้างของเรา
1.ต้องประหยัดที่สุด
2.ประโยชน์ต้องสูงที่สุด
3.ต้องมั่นคงเเข็งเเรงที่สุด ชั่วชีวิตของเราไม่ต้องกลับมาซ่อมเเซมอะไรอีก เพราะเราไม่ได้บวชมาเพื่อจะมาก่อสร้างหรือซ่อมเเซม เรามาบวชเพื่อทำพระนิพพานให้เเจ้ง เเละอย่าให้เป็นภาระหนักของคนรุ่นหลัง ถ้าจำเป็นต้องซ่อมเเซม ก็ต้องซ่อมได้ง่ายๆ
4.ต้องดูเเล้วเรียบง่าย เเต่สง่างาม จนเกิดคำพูดที่เป็นวลีของท่านที่ติดหู เเละนำไปใช้ได้ว่า
"เรียบ หรู ดูดี มีสไตล์ เเล้วก็ไฮคลาส ประหยัดที่สุด ประโยชน์สูง เเละโปร่ง โล่ง สะอาด มีระเบียบ
ไม่มีเสากลางห้อง"
เพราะฉะนั้นการที่จะต้องมาเเกะสลักลวดลายตามที่หลายๆคนบอกมาว่าต้องมีช่อฟ้า ใบระกา มีหางหงส์
มีทรงกนกต่างๆ เหล่านั้นต้องงดไป เพราะส่วนใหญ่วัสดุที่ใช้คือไม้เเล้วมาเเกะสลัก
หลวงพ่อท่านบอกว่า ในยุคของเราช่างฝีมือดีๆจากจังหวัดเพชรบุรี จากอยุธยา อ่างทอง ยังสามารถหาได้
เเต่จะเป็นภาระให้กับคนรุ่นต่อไป พวกเขาคงไม่ได้นั่งหลับตาเเน่ เพราะต้องคอยมานั่งซ่อมเเซมกันอยู่เรื่อยๆ หลวงพ่อท่านมองไปไกลมาก มองไปถึง 2-3 เจนเนอเรชั่น(Generation) ในอนาคตข้างหน้าเลย ให้สบายใจไม่ต้องเป็นภาระ เเล้วก็ให้ดูสะอาด ดูสว่าง ทำความสะอาดได้ง่าย จึงได้หันมาใช้วัสดุคอนกรีตเป็นหลัก
ทั้งหมดนี้คือนโยบายที่หลวงพ่อให้มาครั้งเดียว เเล้วเราสามารถใช้ไปได้ตลอดชีวิต.....
เรื่องเล่าจากพระครูปลัดภูเบส ฌานาภิญฺโญ
สโตร์หน้าวัด The Store Story หน้า 130-133
หมายเหตุ: พระครูปลัดสุวัฒนธีรคุณ (ภูเบศ ฌานาภิญฺโญ)ท่านเป็นผู้หนึ่งในยุคบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกาย
ปัจจุบันท่านมีตำเเหน่งเป็นที่ปรึกษาอาวุโส,เป็นกรรมการมูลนิธิธรรมกาย ,ประธานคณะกรรมการศูนย์กลางธรรมกายเเห่งโลก(WDC) เเละเป็นผู้อำนวยการสำนักสาธารณูปการของวัดพระธรรมกาย