แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สะอาด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สะอาด แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ความดีสากลกับตัวข้าพเจ้า
ความดีสากล คือ ความดีที่เป็นสากล ปฏิบัติกันได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ศาสนา เผ่าพันธุ์ ทุกความเชื่อ ทุกชนชั้น​ ทั้งที่มีการศึกษาและไม่มีการศึกษา ซึ่งเมื่อทำแล้ว จะทำให้เป็นที่ยอมรับนับถือ เป็นที่เกรงใจของทุกคน ความดีสากลเป็นสิ่งที่ทุกชีวิตพึงปรารถนา โดยเขาอาจจะรู้หรือไม่รู้มาก่อนก็ตาม แต่เมื่อนำไปปฏิบัติ ชีวิตประสบพบเจอแต่ความสุขและความสำเร็จ
ความดีสากล ประกอบด้วย
1.สะอาด
2.เป็นระเบียบ
3.สุภาพ
4.ตรงต่อเวลา
5.จิตใจผ่องใส

 ในที่นี้จะขอกล่าวถึง เรื่องความสะอาดและระเบียบ เป็นเรื่องหลัก

ปฐมเหตุ...
หลวงพ่อทัตตชีโว เมตตาถามข้าพเจ้าว่า พระพุทธศาสนาจะช่วยคนตะวันตก ให้มีความสุขในชีวิตเพิ่มขึั้นได้อย่างไร? คำถามฟังแล้วไม่ได้ยากอะไร แต่มันกลับยากมากที่จะตอบได้ถูกต้อง พยายามตอบอย่างยืดยาว สุดความสามารถ คิดว่าจะให้ครอบคลุมมากที่สุด 
แต่แล้วท่านตอบให้ว่า มันมีวิธีง่ายๆ คือ สอนให้เขาแยกแยะให้ออก ระหว่าง Need (ความจำเป็น) กับ Want (ความต้องการ) ทำอย่างไรให้ทดลองทำกับตัวเองก่อนเลย ขอออกตัวก่อนว่า ไม่ใช่คนขยันเท่าใดนัก แต่เป็นคนชอบทดลอง ชอบพิสูจน์อะไรที่ท้าทาย จึงไม่รีรอที่จะลงมือทำตามบทฝึกที่ท่านแนะนำมา

บทฝึกที่ 1
ท่านแนะนำให้ทำความสะอาดห้องนอน โดยทำอย่างละเอียด ตั้งแต่กวาดเพดานลงมาถึงพื้น เอาผ้าชุบน้ำหมาดๆ พับเป็น 4 ส่วน เท่าฝ่ามือ ถูทุกซอกทุกมุม ใช้ผ้าทีละด้านจนครบทุกด้าน จึงค่อยซัก ท่านบอกว่าทำแล้วจะมีความรู้สึกว่าห้องนอนน่าอยู่ น่าพักผ่อน หลับได้ลึก และจะรู้สึกสบาย อยากนั่งสมาธิที่ห้องนอน ไม่น่าเชื่อ จากห้องนอนห้องเดิม ฝาห้องก็ธรรมดา แต่มันดูสดใสสวยงาม พาอารมณ์ดี น่าพักผ่อน และอยากจะนั่งสมาธิขึ้นมาทันทีจริงๆ

บทฝึกที่ 2
ให้แยกของใช้ในห้องนอนออกเป็น 2 กอง กองหนึ่งคือ Need อีกกอง คือ Want เก็บของ Need เอาไว้ในห้อง แยกเอาของWant ไปไว้อีกที่หนึ่ง ถ้าต้องการอะไรไปหยิบกลับมาใช้ได้ ผ่านไป 1 เดือน ของที่เราไม่ได้ไปเอากลับมา แสดงว่ามันเป็นส่วนเกิน ให้บริจาคให้กับผู้อื่นที่มีความต้องการมากกว่าเรา ท่านบอกว่า ระหว่างที่ทำนั้น ใจจะโล่ง โปร่ง สบายใจ แบบน้ำตาซึมเลยหล่ะ ซึ่งพอลงมือทำ ก็รู้สึกเหมือนอย่างที่ท่านบอก รู้สึกใจเบาสบาย ปิติ ดีใจมาก เหมือนเราค้นพบสิ่งประเสริฐในชีวิต

ระหว่างการคัดเลือกของแต่ละชิ้น เราจะต้องตัดสินใจ คือตัดสินและตัดใจ ของบางชิ้นตัดสินไม่ยาก แต่ตัดใจยาก อาจจะต้องคิดหากุศโลบายมาช่วย เช่น ถ้าเราจะต้องย้ายที่อยู่ในวันพรุ่งนี้ เราจะเอาติดตัวไปด้วยไหม ก็ช่วยในการตัดใจได้ง่ายขึ้น บทฝึกนี้ทำให้เราได้อยู่กับตัวเองจริงๆ ทำให้เห็นคุณค่าในตัวเอง เคารพนับถือตัวเอง ภูมิใจในตัวเอง และรักตัวเอง รู้สึกมั่นใจว่าเรามีหลักยอดเยี่ยมในการตัดสินใจ​ ในทุกสิ่งที่จะเข้ามาในชีวิต
บทฝึกที่ 3
 หลวงพ่อสอนว่า ถ้าวัดใดมีของใช้มาก ก็ต้องมีห้องเก็บของมาก มีค่าใช้จ่ายมาก ศรัทธาคนจะลด และสมาชิกของวัดจะลด แต่ถ้าวัดใดมีของใช้น้อย ห้องเก็บของก็จะน้อย ค่าใช้จ่ายจะน้อย ศรัทธาคนจะมาก และสมาชิกจะเพิ่ม เมื่อของน้อยและถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ ผลคือของในวัดก็จะ “หยิบก็ง่าย หายก็รู้ ดูก็งามตา พาใจเข้าถึงธรรม”

ได้ชักชวนสมาชิกวัดมาทำด้วยกัน เริ่มไปในแต่ละห้อง โดยขนของออกมาทั้งหมดก่อน แล้วเช็ดถูทำความสะอาดห้องในทุกซอกทุกมุม จึงลงมือคัดแยกของ ของที่เสียหรือหมดอายุแล้วก็คัดทิ้งไป ของที่ยังดียังใช้ได้ ก็แยกและจัดหมวดหมู่ เพื่อเตรียมเก็บเข้าที่ ของบางอย่างยังดีอยู่แต่ไม่ได้ใช้แล้ว ก็แยกไว้รอบริจาคให้องค์กรการกุศลต่อไป ได้ทำบุญอีกต่อ จากนั้นก็เรียงของเก็บเข้าที่ ตามความถี่ของการใช้งาน เรียงสูงต่ำ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม เมื่อทำเสร็จแล้ว หมู่คณะก็มาอนุโมทนาบุญ ถ่ายรูปร่วมกันกับภาพที่เป็นระเบียบงดงาม เราต่างรู้สึกปลื้มปีติและมีความสุขใจร่วมกัน ที่จัดวัดของเราให้สะอาดเรียบร้อย
 ท่านปรารภว่าอยากให้ทำวัด ตั้งแต่หน้าวัดถึงท้ายวัด ให้เหมือน “โชว์รูม” ที่ขายสินค้าเกรดเอ ซึ่งเขาจัดร้านได้สะอาดและเป็นระเบียบสวยงาม ท่านกล่าวว่า ถ้าในแต่ละวัดมีผู้ทำความดีสากล 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนสมาชิกขึ้นไป เดี๋ยววัดนั้นจะกระเทือน จึงชักชวนทั้งพระภิกษุ เจ้าหน้าที่ และสาธุชนฝึกความดีสากลไปด้วยกัน ทำไปที่ละจุด ทำไปทีละห้อง วัดก็สะอาด สว่าง สงบ รู้สึกวัดเราศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาก สมกับเป็นดินแดนแห่งการบรรลุธรรม ทำไปจนหมดวัดแล้ว จึงชวนกันไปขัดเสารั้วหน้าวัด ซึ่งเสานี้ตั้งอยู่นานหลายสิบปี ตากแดดตากฝนจนตะไคร่น้ำจับเป็นสีดำ ระหว่างขัดเสานั้นเพื่อนบ้านในละแวกนั้นมายืนจ้องมอง  เราก็ขัดเสาของเราไปด้วยใจเบิกบาน ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ปรากฏว่า เพื่อนบ้านเราต่างออกมาตัดหญ้าและกวาดถนนหน้าบ้านตนเอง ไม่น่าเชื่อเลยว่า มันจะเกิดเป็นกระแสของการทำความสะอาดที่ส่งต่อออกไปได้
 การทำความดีสากล จึงเป็นวิธีการง่ายๆ ที่ทำให้เราค้นพบตัวเอง ค้นพบพลังใจอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ภายใน และที่สำคัญคือเป็นการทำวัดให้ศักดิ์สิทธิ์ สะอาด สงบ เป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นการหล่อหลอมรวมใจหมู่คณะให้มีความรัก ความสามัคคี พร้อมจะมุ่งหน้าฝ่าฟันไปข้างหน้า แม้จะเป็นงานใหญ่ เมื่อทุกคนมาลงแขกร่วมแรงร่วมใจ ภารกิจนั้นก็สำเร็จอย่างดีที่สุด แบบเอาอยู่ โดยที่หมู่คณะไม่เหนื่อยเกินไป หรือแม้บางครั้งจะเหนื่อย แต่ก็มีความสุข ปิติ เบิกบาน เป็นบุญบันเทิง ใจจะเป็นบุญกุศล มีความเคารพพระรัตนตรัยเพิ่มขึ้น เรื่องการเกี่ยงงาน การดูถูกดูแคลน การจ้องจับผิด นินทาว่าร้ายลดลง มีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้นในหมู่คณะ

เมื่อสมาชิกวัดมีความรู้ มีความเข้าใจ เห็นอานุภาพการทำความดีสากลร่วมกันแล้ว การทำงานภายในวัดทุกสิ่งอย่าง ก็จะเป็นไปเพื่อส่งเสริมการฝึกตัวในเรื่องความสะอาดและความเป็นระเบียบ หมู่คณะจะพัฒนาต่อยอดการทำงาน ทำให้การทำงานในวัดลงตัว เช่น
-พระภิกษุแบ่งกันดูแลบุญอาหารและล้างจานตอนเช้า
-เก็บเพชรพลอย (ขยะ) รอบวัดทุกเช้าวันจันทร์
-ทำความดีสากลร่วมกันทุกบ่าย 2-4 น. ของวันจันทร์และวันศุกร์ โดยจะหมุนเวียนไปทำในจุดต่างๆ
-รับบุญความดีสากลประจำโซนที่ตนได้รับมอบหมาย
-ตอนนี้กำลังจะจัดกิจกรรม Big Cleaning Day ให้แก่สาธุชนคนท้องถิ่น

การทำความดีสากลเป็นมรดกธรรมล้ำค่า อันเป็นที่สุดของคำสอนของคุณยาย ที่ท่านใช้ตั้งแต่อยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ รวมหมู่รวมคณะสร้างบุญบารมีจนมาถึงวัดพระธรรมกายและขยายศูนย์สาขาออกไปทั่วโลก การทำความดีสากลจึงเป็นเสมือนการตอกย้ำคำสอนของท่านให้มั่นคง สืบสานให้กว้างไกล และเป็นการประกาศคุณอันยิ่งใหญ่ของท่านให้ชาวโลกได้รับรู้

ถ้าจะถามว่าสิ่งใดในการทำความดีสากลยากที่สุด จากประสบการณ์แล้ว สิ่งที่ยากที่สุดคือ การเริ่มลงมือทำ เพราะฉะนั้นสูตรสำเร็จของการทำความดีสากลคือ Just Do it เพียงแค่ลงมือทำ และพร้อมใจทำด้วยกันทั้งทีม สิ่งดีๆ ก็จะบังเกิดขึ้นในวัดของเรา เราจะค้นพบพลังอันยิ่งใหญ่ของหมู่คณะ และจะสามารถเปลี่ยนวัดของเราให้สดใสไฉไล แบบพลิกผ่ามือกันเลยทีเดียว
วันนี้คุณทำความดีสากลแล้วหรือยัง?


พระครูโสตถิธรรมวิเทศ (ปรัชญา โสตถิชัญโญ)
รองเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกายเเคลิฟอร์เนีย





วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

การสร้างคุณค่าของงาน:
บทสอนใจจากพนักงานทำความสะอาด

คนทั่วไป เวลาทำงานเราอยากให้คนเห็นความเหนื่อย
ยากของเรา อยากให้เจ้านายชมผลงาน อยากให้ลูกค้า
ชื่นชอบ แต่มีผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ก้มหน้าก้มตาทำงาน
เงียบๆ งานเธอเป็นงานเบื้องหลัง ที่แทบไม่มีใครเห็น
และเป็นงานที่ไม่มีใครอยากทำ แต่เธอก็ก้มหน้าก้มตา
ทำอย่างขมักเขม้น ทำมาเกือบ 30 ปี โดยที่อาจจะไม่มี
ใครมองเห็นผลงานของเธอเลย

ทราบหรือไม่? สนามบิน Haneda ได้รับรางวัล"สนาม
บินที่สะอาดที่สุดในโลก"ด้วยผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังราง
วัล คือ Niitsu Haruko เธอเป็นหัวหน้าพนักงานทำ
ความสะอาด ทุกเช้า เธอจะเดินตรวจสถานที่ต่างๆ ใน
สนามบินว่าเลอะหรือไม่ "สถานที่" ในที่นี้รวมถึงหลังจอ
โทรทัศน์ ที่ที่กดน้ำดื่ม ใต้เก้าอี้นั่งหรือผนังห้องน้ำทุก
ด้าน ตรวจทุกซอกทุกมุมจริงๆ

"ศาสตร์ของการทำความสะอาด"
ในตู้อุปกรณ์ Niitsu มีน้ำยาทำความสะอาดกว่า 80 ชนิด
เธอดูว่า น้ำยาแบบไหน เหมาะกับวัสดุแบบใด ต้องใช้
อุปกรณ์อย่างไหน ถึงจะเหมาะสมที่สุด เธอประดิษฐ์
แปรงหลายอย่างขึ้นมาเอง เพื่อให้ทำความสะอาดถึง
ซอกซอนได้ดีที่สุด เช่น แปรงจิ๋วสำหรับทำความสะอาด
รูท่อระบายน้ำตรงเครื่องเป่ามือ นอกจากนี้ เธอยังดัด
แปลงเอาไม้เช็ดฟัน มาทำความสะอาดซอกใต้ที่กดน้ำ
ส่วนกระจกพกขนาดจิ๋ว ถูกนำมาใช้ตรวจซอกชักโครก
ด้านใน ที่ที่คนไม่ค่อยจะเห็น ไม่ค่อยจะใส่ใจ แต่ Niitsu
เห็นและพยายามทำให้ที่เหล่านั้นสะอาด เธอบอกว่า...


" ถ้าเราตั้งใจรักษาสนามบินให้สะอาดมากๆ ลูกค้าก็จะ
เกรงใจไม่กล้าทำเปื้อน สุดท้าย เราเองนี่แหละ จะทำ
งานง่ายขึ้น หากเราตั้งใจทำงานจริงๆ สุดท้าย ก็จะเกิด
ผลดีแก่ตัวเราเอง"

"ความใส่ใจ"
แน่นอน...ด้วยอาชีพ Niitsu ไม่สามารถชี้ให้ลูกค้าแล้ว
บอกว่า

"เห็นไหมล่ะ ห้องน้ำนี้สวยประกายแวบวับด้วยฝีมือชั้น
เอง!"

ลูกค้าไม่รู้หรอกว่าใครทำให้สนามบินสะอาดขนาดนี้แต่
เธอมีแรงบันดาลใจในการทำงาน "เงียบๆ" แบบนี้ ได้
อย่างไร?

Niitsu บอกว่าเธอรู้สึกดีใจเวลาเห็นที่กดน้ำเลอะๆกลับ
มาใสสะอาดปิ๊งอีกครั้ง เธอมีความสุขเวลาเห็นคราบที่
ถูกเช็ดออกไปจนหมดหนึ่งใน Moment ที่เธอชอบมาก
ที่สุดคือตอนเห็นสีหน้าแปลกใจของแขก ตอนที่พวก
เขาเปิดประตูห้องน้ำ แล้วพบว่ามันสะอาดวิบวับ แม้ว่า
สิ่งที่เธอทำ จะไม่มีใครเห็น เธอก็ดีใจที่เห็นสีหน้าดีใจ
หรือสีหน้าผ่อนคลายของผู้มาสนามบิน

นอกจากนี้ Niitsu นึกถึงผู้ใช้บริการตลอดเวลา เธอ
พยายามรักษาพื้นให้สะอาดเสมอ เพราะเธอห่วงเด็กๆ ..
เด็กๆชอบนั่งเล่นบนพื้น ถ้าพื้นสกปรก เด็กไม่สบายล่ะ
น่าสงสารแย่เลย Niitsu พยายามเช็ดที่เป่ามือ เช็ดซอก
ตามชักโครกให้สะอาด เพราะเธอเกรงว่า หากปล่อยไว้
คราบจะเกาะ และทำให้เกิดกลิ่นอับชื้นในห้องน้ำได้
เดี๋ยวลูกค้าจะเหม็น เธอคิดถึงผู้ใช้บริการเสมอ นั่นเป็น
เหตุผล ที่ทำให้เธอตั้งอกตั้งใจทำความสะอาดทุกจุด
ขนาดนี้


"นายผู้เปลี่ยนชะตาชีวิต"

Niitsu เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-จีน เธอมาญี่ปุ่นตอนอายุ 17 .
และยังพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ งานอะไรล่ะ ที่ไม่ต้องใช้
ภาษาญี่ปุ่น "งานทำความสะอาด" ไง ... งานที่ใครๆ ก็
ดูถูก เธอกลายเป็นพนักงานทำความสะอาด ประจำ
สนามบิน Haneda ที่นี่ เธอได้พบกับคุณซูซูกิ เจ้านาย
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการทำความสะอาด นายตั้งอกตั้งใจ
สอนวิธีทำความสะอาดต่างๆให้กับเธอจนเธอรู้สึก"สนุก" .
การทำความสะอาดมันลึกซึ้งเพียงนี้เลยหรือ เธอตั้งใจ
ที่จะเป็น "ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำความสะอาด" ตั้งแต่
ตอนนั้น แต่..ไม่ว่าเธอจะตั้งอกตั้งใจทำความสะอาด
เท่าไร นายก็ไม่เคยเอ่ยปากชมเธอ นายได้แต่สอนว่า
"ให้ใส่ใจมากกว่านี้ คิดถึงแขกมากกว่านี้"

วันหนึ่ง นายเสนอชื่อ Niitsu เข้าประกวด
"การแข่งขันทำความสะอาดอาคารระดับประเทศ"
Niitsu มั่นใจในฝีมือตัวเองมากและคิดว่าตัวเองจะได้ที่
1 แต่สุดท้าย...เธอได้แค่ที่ 2 นายบอกเธอว่า

"หากเอาจริงเอาจังเกินไป ไม่ผ่อนคลายเวลาทำงานก็
ทำความสะอาดไม่ได้ดีหรอก"

ความไม่ผ่อนคลายทำให้เรามัวแต่จะคิดที่จะทำความสะ
อาดให้ดีที่สุด แต่ก็ทำให้เราเคร่งเครียดกับวัตถุตรงหน้า
จนลืมนึกถึงแขกหรือผู้ใช้บริการว่า เขาเห็นเราเป็นอย่าง
ไร หรือรู้สึกยังไง นายสอนว่า

"อย่าทำความสะอาดเพียงเพื่อให้ตัวเองพอใจ แต่ต้อง
คิดว่าทำความสะอาดอย่างไรให้ลูกค้าพอใจด้วย"

นั่น..เป็นที่มาของรอยยิ้มตลอดเวลาเธอปัดกวาดเช็ดถู..
เผื่อลูกค้ามอง นั่นทำให้เธอคอยสังเกตจังหวะการเดิน
ของลูกค้าเพื่อที่เธอจะได้ไม่ยืนเกะกะ หรือทำให้แขก
สะดุด

ในปีถัดมา Niitsu ลงแข่งอีกครั้งและได้ชัยชนะที่ 1 โดย
เป็นแชมป์ที่อายุน้อยที่สุด นายเดินมาบอกเธอว่า

"ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องทำได้ในที่สุด"
Niitsu น้ำตาไหล... เธอก้าวไปอีกขั้นของการทำความ
สะอาดแล้ว การทำความสะอาดเพื่อแขกเพื่อผู้อื่นอย่าง
แท้จริง จากลูกครึ่งญี่ปุ่น-จีน ที่โดนกลั่นแกล้งจากคนที่
พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้จนต้องทำงานที่คนอื่นๆดูถูก ปัจจุ
บัน Niitsu เป็นหัวหน้าพนักงานทำความสะอาดกว่า 500
คน และเป็นมือหนึ่งในวงการการทำความสะอาดของ
ญี่ปุ่นแล้ว อาชีพที่ใครๆ ก็ไม่อยากทำ อาชีพที่ใครๆ ก็ดู
ถูกอย่างอาชีพ "พนักงานทำความสะอาด"

แต่ Niitsu ทำให้เราประจักษ์แล้วว่า ไม่ว่าอาชีพใด ก็มี
คุณค่าในตัวเอง และเราสามารถสร้างคุณค่าขึ้นมาได้
สร้างด้วยความขยัน หมั่นเพียร ขวนขวาย และจิตใจที่
ยินดีทำเพื่อผู้อื่นอย่างแท้จริง


ป.ล. ใครบินไปลง Haneda ลองไปเช็คผลงานเธอ
smile emoticon
ป.ล.2 ชื่นชมกับประเทศญี่ปุ่น ที่ยกย่องคนอาชีพทุก
อาชีพจริงๆ ขอแค่คนคนนั้นเจ๋ง


Source:สารคดีชีวิตเธอ (รายการ NHK Professional)
https://www.youtube.com/watch?v=n8SIWRp_6G4



จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Unordered List

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

โพสต์แนะนำ

ภูติ ผี ปีศาจ เเตกต่างกันอย่างไร

                ภูติ ผี ปีศาจ เป็นคำที่เราเคยได้ยินได้ฟัง มาตั้งเเต่ยังเด็ก เเม้กระทั่งละคร ภาพยนต์ต่างๆก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้...

Popular Posts

Text Widget