แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

มาดูการทำมัมมี่ด้วย (self-mummification)ตัวเอง ของพระ Shingon ที่เขาทำกันเมื่อราวๆพันปีที่แล้วบ้าง
Shingon เรียกได้ว่าเป็นลัทธิหนึ่งในประเทศญี่้ปุ่น โดยมีผู้ก่อตั้งนามว่า คูไค ผสมผสานศาสตร์ของ พุทธ ชินโต เต๋า เข้าด้วยกัน และสร้างวิชา sokushinbutsu ที่จะแนะนำให้ดูนี้ล่ะ

วิธีฝึกนั้นยากมากๆ ใช้เวลาทั้งหมด 6 ปีด้วยกัน


ขั้นแรก   ผู้ฝึกต้องไม่กินอะไรเลยนอกจากถั่ว เมล็ดพืช ผลไม้ เป็นเวลา 1,000 วัน พร้อมการฝึกร่างกายอย่างหฤโหด เพื่อเอาไขมันออกจากร่างให้หมดสิ้น



ขั้น 2    1,000 วันต่อมาผู้ฝึกจะกินได้แค่ รากไม้และเปลือกไม้เท่านั้น



ขั้น 3 ผู้ฝึกจะต้องกินยาพิษเพื่อให้ร่างกายอ้วกเอาของเหลวออกมาให้หมดร่าง
คงไว้แต่กายเนื้อ ทำให้หนอนและแบคทีเรียไม่สามารถย่อยร่างกายเราได้


หลังจากจบ 6 ปีอันทรมานนี้ ผู้ฝึกจะต้องเขาไปในสุสานหินที่มีรูอากาศผ่านเพียงเล็กน้อย นั่งสมาธิอยู่อย่างนั้นจนตาย พร้อมระฆังที่คอยสั่นอยู่ทุกเมื่อเพื่อแสดงว่ายังไม่ตาย



เมื่อระฆังหยุดดัง รูอากาศนั้นก็จะถูกปิดต่อไปอีก 1,000 วัน และเมื่อเปิดอีกครั้ง


ซึ่งหากเปิดพบว่าสำเร็จวิชาได้จริง(กลายเป็นมัมมี่) ศพก็จะถูกนำมาบูชาในวัด และหากไม่สำเร็จก็จะทำการปิดตายหลุมศพนั้นดังเดิม และได้รับการนับถือในความพยายามของเขา ทว่าไม่ได้ถูกนำมากราบไหว้แต่อย่างใด


แต่ในที่สุดการบำเพ็ญเพียรนี้ก็ถูกสั่งห้ามเด็ดขาดในศตวรรษที่ 19 อย่างไรก็ตามมีผู้สำเร็จจริงมี 24 คนเท่านั้นจากผู้ฝึกราวๆ 100 คน ซึ่งเพื่อนๆสามารถหาดูได้จริง ในวัดต่างๆทั่วประเทศญี่ปุ่น

ที่มา Viralnova

วันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2560


ปัจจุบันนี้ เดินไปทางไหนก็เห็นธุรกิจเสริมความงาม ลดความอ้วน ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด โดยเฉพาะจากสถิติปัจจุบัน พบว่าอัตราเด็กไทยเป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคอ้วน เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

จากการวิจัยในประเทศไทยปี พ.ศ.2539 เเละ 2544 เด็กไทยวัยก่อนเรียนเเละวัยเรียนมีความชุกของโรคอ้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 36 เเละ 15.5 ตามลำดับภายในระยะเวลา 5 ปี เเละตัวหมอเองเคยทำการวิจัยพบว่าเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้นของโรงเรียนเอกชนเเห่งหนึ่งในกรุงเทพฯเป็นโรคอ้วนมากถึงร้อยละ 25..


          
          ความอ้วนกลายเป็นโรคร้ายที่น่ากลัว จนจุดประกายธุรกิจได้อีกหลายตัว ไม่ว่าจะธุรกิจยาลดความอ้วน ,สถานที่ออกกำลังในร่มที่ทันสมัย เเต่ค่าใช้จ่ายเเพงเว่อร์ อย่างฟิตเนส
ซึ่งก็พลอยทำให้คนที่รูปร่างดีหลายๆคนได้อาชีพใหม่ โดยการเป็นพรีเซนเตอร์อาหารลดความอ้วน หรือเทรนเนอร์ออกกำลังกาย ได้รายได้เป็นกอบเป็นกำ ทั้งๆที่ความเป็นจริง ความอ้วน ไม่ใช่โรคที่มีเชื้อโรคอันตราย เเต่เป็นต้นเหตุ ของโรคที่เกิดจากเชื้อโรคตามมาได้อีกหลายโรค เมื่อความอ้วนมาเยือน เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคกระดูก ฯลฯ ดังนั้น ความอ้วนจึงกลายเป็นโรคร้ายไปด้วย
      วิธีลดความอ้วนจริงๆไม่ต้องใช้ตัวยา หรือกรรมวิธีพิศดารอะไรเลย หากรู้จักสาเหตุ เเละเเก้ไขที่สาเหตุนั้นจริงๆ เช่น รู้ตัวว่าเกิดจากนิสัยกิน ก็ต้องเเก้ที่นิสัยกิน เป็นไม่กิน หรือเลือกกิน ให้ปริมาณเข้า มันสมดุลกับปริมาณออก เเละคงอยู่ในร่างกาย การรู้จักตัวเองนี้ ว่าอะไรเหมาะ ไม่เหมาะ เเละเเค่ไหน ในทางพุทธศาสนาเรียกว่า การประมาณ ซึ่งในสมัยพุทธกาลก็ไม่ใช่ว่า โรคนี้จะไม่เคยมีมาก่อน เคยเกิดขึ้นเเละเป็นปัญหามาเเล้ว เเละพระพุทธองค์ได้ตรัสวิธีเเก้ปัญหามา ซึ่งผ่านมาสองพันห้าร้อยกว่าปี วิธีนี้ก็ยังล้ำสมัย เอามาใช้ได้ถึงปัจจุบัน วันนี้จึงจะนำเสนอวิธีไดเอ็ท หรือลดความอ้วนโดยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เผื่อจะมีใครนำไปใช้ได้            
   
เหตุของการที่พระพุทธองค์ตรัสเรื่องวิธีการไดเอ็ทนี้ เกิดจาก ในสมัยนั้น มีพระเจ้าเเผ่นดินพระองค์หนึ่ง ซึ่งพระองค์ได้อุปถัมภ์ เเละอุปัฏฐาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ มีนามว่า พระเจ้าปเสนทิโกศล พระองค์มักจะมาเข้าเฝ้าเพื่อฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพอยู่เสมอ เเต่เนื่องจากทรงมีพระวรกายที่อ้วนมาก อันเกิดจากสาเหตุที่ทรงเสวยพระกระยาหารจุเกินไป ครั้งละจำนวนมากๆ  ด้วยพระวรกายที่อ้วนนี้เองทำให้พระองค์ไปไหนมาไหนได้ไม่สะดวก จะลุก นั่ง ทำอะไรก็ลำบาก ด้วยทรงเหนื่อย หอบ อึดอัด อุ้ยอ้ายไปหมด จนวันหนึ่งพระองค์ได้เสด็จไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงสังเกตเห็นความอุ้ยอ้ายนั้น จึงได้ตรัสพระคาถาบทหนึ่ง เพื่อเตือนสติว่า
บุคคลผู้มีสติอยู่เสมอ รู้ประมาณในอาหารที่ได้มา
จะมีเวทนาเบาบาง เเก่ช้า มีอายุยืนนาน
(สุตตันต.เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ข้อ ๓๖๕ หน้า ๑๑๖ )

   พระเจ้าปเสนทิโกศลได้ฟัง จึงให้พระราชนัดดา(หลาน) ของพระองค์คอยว่าคาถานี้ทุกครั้งที่ พระองค์กำลังจะเสวยพระกระยาหาร เพื่อเป็นการเตือนสติให้รู้จักประมาณในการกิน ซึ่งต่อมาพระองค์ก็สามารถลดความอ้วนได้สำเร็จเพราะพระคาถานี้เอง
  จะเห็นได้ว่า วิธีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงใช้ในการสอน เเม้เรื่องเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับสุขภาพนี้ ทำได้จริง ผู้อ่านเองก็สามารถนำวิธีเเบบพระเจ้าปเสนทิโกศลไปใช้ได้เช่นกัน เเม้จะไม่ใช่เเค่เรื่องกิน เเต่เป็นการใช้ชีวิตทั่วไป
หากเรารู้จักประมาณตน ประเมินกำลัง ทั้งกาย เเละกำลังความคิด เราก็จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำอยู่ เเละมีความสุขในสิ่งที่เป็นอยู่ เเล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ มีสุขภาพที่ดี ทั้งกายเเละใจ

เเหล่งอ้างอิง : http://www.truelife.com/old/detail/700769#sthash.Qa1dJ13X.dpuf  (รศ.นพ.สังคม                     จงพิพัฒน์วณิชย์)

วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559



นิยาย... พระกับมาร
...พอดีคิดถึงหนังสือกำลังภายใน...
จำได้หนังจะมีเทพกับมารคอยสู้รบกัน
มารจะเก่งขนาดใหญ่ ท้ายสุดก็แพ้เทพ...
...หรือถ้าจะแบ่งเป็น ธรรม กับ อธรรม หรือ ดี กับ ชั่ว ก็ได้นะครับ
...สถานการณ์ปัจจุบัน พระ ๒ รูป กำลังดัง และแบ่งฝ่ายกันชัดเจน ผมเลยขอสมมุติให้
องค์หนึ่งเป็นพระ  อีกองค์เป็นมาร
ท่านก็คิดเอาเองว่าองค์ไหนควรจะเป็นพระ องค์ไหนควรจะเป็นมาร
...สมมุตินะครับสมมุติ..
...พระ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี มารไม่มีข้อมูลว่าจบอะไร
...พระบวชครั้งเดียวเมื่ออายุประมาณ ๒๕ สายมหานิกาย
...มารบวชหลายครั้ง เรียกว่าบวชๆสึกๆ
...พระหลังจากบวชแล้ว ก็สร้างอาณาจักรทางพุทธขึ้นมา จากเล็กๆ จนใหญ่โตแทบไม่น่าเชื่อ
จนทำให้พุทธจักร์ของเรา ขยายไปจนศาสนาอื่นงง
...มารตั้งแต่บวชมาก็อาศัยวัดอยู่ ไม่ได้สร้างอะไรที่มีคุณแก่ชาวพุทธเลย
...พระเอาคำสอนเป็นที่ตั้ง แต่ด้วยความสามารถเฉพาะตัว ทำให้ลูกศิษย์เกิดขึ้นแบบลูกโซ่
ขยายจาก ๑๐ เป็น ๑๐๐ เป็น๑,๐๐๐ ท้ายสุดไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน โดยมีทั้งฝรั่งผมขาวด้วย
...ด้วยใจที่บริสุทธิ์ ดวงตาที่เห็นธรรม ทำให้สามารถรับบริจาคเงินได้เงินมหาศาล
สร้างถาวรวัตถุให้เป็นศูนย์กลางของการเผยแผ่พุทธศาสนาได้
...มารเอาวิชาไหนไม่รู้มาใช้ มีรายได้แปลกๆ เห็นชัดเจน
ไม่รู้โรงแรมไหน ต้องถวายเงินแบบยืนนับออกทีวีกันเลยกันเลย
แถมเคยประกาศขายวัดด้วยละ...วัดขายได้ด้วยหรือ งง จัง
...พระไม่เคยมายุ่งทางการเมือง ศิษย์มีทั้งเหลือง แดง แต่ปัจจุบันเหลืองที่ไม่ได้เป็นศิษย์
เหตุใดจึงมาเกลียดพระ ทนายก็ไม่เข้าใจจริงๆ
...มาร..ยุ่งการเมืองไปทั่ว เช่น ปิดถนน ปิดสถานที่ราชการ ฯ ขัดขวางการเลือกตั้ง เยอะเกินไปเลยขี้เกลียดจำ...
...พระเคยได้รับรางวัลจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่นรางวัลจากองค์กรยุวสงฆ์โลก wbsy
ในฐานะที่เผยแผ่พุทธศาสนาดีเด่นในระดับโลก และรางวัลอีกเยอะ จำไม่ไหวจริงๆ
...มาร..ได้รับหมายศาลจากตำรวจและดีเอสไอ หลายครั้ง ผลจากการกระทำผิดต่อกฏหมายบ้านเมือง
...ทุกวันนี้พระไม่เคยโต้ตอบอะไรกับทางราชการเลย
...มารทุกวันนี้ เที่ยวไปแจ้งความที่นั่นที่นี้..วุ่นวายปวดหัวไปทั่ว
...พระไม่เคยเอาของสกปรกไปถวายพระผู้ใหญ่
...มาร..ใครจำได้ไหมว่าเอาอะไรไปถวายพระผู้ใหญ่..

เอาเป็นว่านิยายจบแค่นี้ก็แล้วกัน ยาวไปเดียวไม่อ่าน


ทนายนิทัศน์ ประเสริฐเนติกุล
พฤหัสบดี ที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2559


เพราะพระภาคใต้ท่านเจอเหตุการณ์ร้ายๆ ทุกวัน
เราถึงต้องจัดตักบาตรส่งของไปช่วย 323 วัด ภาคใต้ ทุกเดือน
พวกที่ขวางตักบาตร กล่าวหาพุทธพาณิชย์ 
ท่านเคยคิดถึงชีวิตพระ ชีวิตชาวพุทธภาคใต้บ้างหรือไม่

Cr.Ptreetep Chinungkuro

ล่าโจรใจบาปบุกทำร้ายพระ เอาสีพลาสติกละเลงทั่วตัว!
ล่าโจรใจบาปบุกทำร้ายพระ เอาสีพลาสติกละเลงทั่วตัว! 
โจรเมืองตรังไม่กลัวบาป ทำพิลึก บุกทำร้ายพระลูกวัดไม้ฝาด
ใน อ.สิเกา วัย 87 ปีจนน่วม ก่อนนำสีพลาสติกสำหรับทาโลหะมาละเลงทั่วตัวเหยื่อ ด้านตำรวจยังมึนไม่รู้วัตถุประสงค์คนร้าย
เร่งขยายผลตามจับกุมตัว วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 
เวลา 18:19 น. เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ร.ต.อ.ชวนประเสริฐ พนักงานสอบสวน สภ.สิเกา จ.ตรังเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายเข้าไปทำร้ายร่างกายพระภิกษุ ในกุฎิวัดไม้ฝาด หมู่ 3 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา 
จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน ที่เกิดเหตุเป็นกุฎิ
ลักษณะห้องแถวปููนชั้นเดียว ปลูกสร้างติดกัน จำนวน 6 หลัง
 เจ้าหน้าที่พบเพียงสีกระป๋องวางอยู่ 1 กระป๋อง ส่วนพระที่ถูกทำร้ายชาวบ้านช่วยกันพาไปรักษาตัวที่ รพ.สิเกา ก่อนหน้าแล้ว 
ทราบชื่อคือพระดวง ภักดี อายุ 87 ปี พระลูกวัดไม้ฝาด โดยมีบาดแผลที่ศีรษะ 1 แผล และรอยฟกซ้ำที่บริเวณแขนซ้ายอีกจำนวนหนึ่ง แพทย์ต้องให้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ. เนื่องจากเกรงว่าศีรษะจะได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง นอกจากนี้ ตามร่างกายของ พระดวง ยังมีคราบสีพลาสติกที่ใช้สำหรับทาโลหะเปื้อนติดไปทั้งตัว ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องช่วยกันล้างออก“

„ด้าน ร.ต.อ.ชวน เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อวานนี้ (9 เม.ย.) ได้มีชาวบ้านไปพบ พระดวง นั่งอยู่ที่หน้ากุฎิในสภาพฟกซ้ำและมีสีเปื้อนไปทั่วร่างกาย เมื่อชาวบ้านสอบถาม ทาง พระดวง ก็จำอะไรไม่ค่อยได้ เนื่องจากเป็นพระที่อายุมากแล้ว จึงช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่ รพ. จากนั้นจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบภายในห้องของ พระดวง ได้ เนื่องจากประตูถูกล็อก ส่วนสาเหตุการถูกทำร้ายร่างกายยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นการชิงทรัพย์ หรือหมายทำร้ายร่างกายเพียงอย่างเดียว และยังไม่รู้ถึงวัตถุประสงค์ของคนร้ายด้วยว่าเหตุใดจึงเอาสีมาทาทั่วร่างกายของพระดวง ซึ่งจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป อย่างไรก็ตามได้มีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ให้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันพรุ่งนี้ (11 เม.ย.) เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้ต่อไป.“


อ้างอิง : http://www.dailynews.co.th/regional/391040

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559



จากบันทึกเวปบอร์ดฉบับนี้ที่ถูกเขียนขึ้น ตั้งแต่ปี 2542 รวมระยะเวลาถึงปัจจุบันเกือบ 17 ปี เหมือนเป็นการทำนายเหตุการณ์สถานการณ์พุทธศาสนาในไทย ในสมัยนั้นจะต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ไว้อย่างเเม่นยำ การทำงานอย่างมีระบบของคนกลุ่มนี้ที่อยากเข้ามามีผลประโยชน์ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเเหลมทองของเอเซียที่อุดมสมบูรณ์ ที่นานาประเทศอารยธรรมก็รู้ หากวันนี้เราปิดประเทศ ให้เเต่ละประเทศดูเเลคนในประเทศของตัวเอง ไม่มีระบบเศรษฐกิจต่อกันระหว่างประเทศ เชื่อเเน่ว่า ประเทศที่เรียกตัวเองว่าอารยธรรมสูง เทคโนโลยีสูง จะมีความอึดในการใช้ชีวิตได้ไม่เท่าประเทศทางเอเซีย ในเมื่อวันนี้คุณมีแต่หม้อข้าวไฮเทค เเต่ไม่มีข้าวสารกรอกหม้อหุง แต่ในขณะที่เราไม่มีหม้อข้าว เเต่เรามีไม้ไผ่ ใช้หุงข้าวได้ มีดินเหนียวที่เราเอามาปั้นเป็นหม้อ ใช้ฟืนจากป่ามาหุง น้ำไม่ต้องซื้อ ดังนั้นเเผนหาข้าวกรอกหม้อ จึงเริ่มดำเนินการโดยประเทศที่เรียกตัวเองว่ามหาอำนาจ อย่างอเมริกา ที่รู้ตัวว่าไม่สามารถเข้าไปเเทรกเเซงในกลุ่มประเทศที่รู้เท่าทันได้ จึงมุ่งมายังประเทศเรา เพราะเหตุผลอะไร จึงเป็นประเทศเรา และทำไมต้องมุ่งมาที่ สถาบันหลักคือสถาบันศาสนา ทั้งๆที่มีถึง 3 สถาบันเป็นเสาหลักประเทศ อ่านช้าๆเเล้วจะเข้าใจ ขอย้ำว่าบทความที่ยกมาข้างล่างเป็นบันทึกตั้งแต่ปี 2542 อีกครั้ง


         
แผนทำลายพระพุทธศาสนาปัจจุบัน ถ้าถามว่า วัดไหนที่ใหญ่ที่สุด บุคคลากรมีคุณภาพที่สุด มีพระมากที่สุด คนศรัทธามากที่สุด ในประเทศไทย แน่นอน วัดพระธรรมกาย แค่นี้ ก็ตอบได้ว่า ทำไม เขาไม่ทำลายวัดอื่น จ้องทำลายแต่วัดพระธรรมกาย ไม่ยอมเลิกลา แต่นั่นเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะความจริงแท้ก็คือ เป็นวัดใหญ่ เป็นที่สนใจของสังคม และสามารถ กระจายข่าวได้เร็ว และการสร้างความเชื่อใหม่ สลายศรัทธาเดิม จะประสพผลเร็ว ยิ่งขึ้น และจุดที่จะทำลายคือ ทำให้ องค์กรปกครอง คณะสงฆ์ไทย (มหาเถรสมาคม) หมดโอกาสตัดสินใจ เพราะมีแต่เสียกับเสีย และนี่คือเป้าประสงค์หลัก ในการ สลายองค์กรพุทธศาสนา ในประเทศไทย โดยมีแผนงาน และการจัดบุคลากรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ หน้าฉาก สร้างกระแสผ่านสื่อ(มาร)มวลชน โจมตีวัดพระธรรมกาย โจมตีมหาเถรสมาคม จับพระสังฆราช (พระลิขิต) มาชนกับมหาเถรสมาคม เพื่อจุดสงคราม มหานิกาย - ธรรมยุต สร้างความวุ่นวาย ก่อม็อบชนม็อบ แล้วจะได้ใช้กำลังอำนาจรัฐเข้าจัดการแล้วก็ หลังฉาก อาศัยที่คนสนใจ ข่าววัดพระ
ธรรมกาย เข็ญร่าง พ.ร.บ (ทำลายพุทธ) อุปถัมภ์ฯ ออกมา ล่วงหน้า (เกือบ 1 ปี) เงียบๆ โดยอ้าง วัดฯ เป็นต้นเหตุ และ ได้ออก กฎหมาย ควบคุม ถอดถอน ยึดทรัพย์ มูลนิธิต่างๆ ไว้ล่วงหน้า (ผ่านสภาไปแล้ว) แล้วก็ได้เตรียมตั้ง องค์กร บุคลากร ต่างๆ ไว้ บรรจุตามตำแหน่ง 



จากเเผนยึดครองโลกของสหรัฐอเมริกาเอกสารสำหรับคนไทย-พุทธ ระบุชัดเจนว่า เนื่องจากสภาพการเปลี่ยนเเปลงของโลกในปัจจุบัน จะทำให้เกิดวิกฤต อุณหภูมิเปลี่ยนเเปลง ลดลง ,บางประเทศจะประสบปัญหาความเเห้งเเล้งขาดน้ำ ,อากาศเเปรปรวน เกิดเเผ่นดินไหว ต่อไปในอนาคต เเหล่งอาหารของโลกจะมาอยู่ที่ ไทย พม่า ยูนนาน กัมพูชา และเวียดนาม ในเอเซีย ส่วนทางยุโรป จะเป็นยูเครน โดยเฉพาะประเทศไทยจะมีเส้นทางของเเร่ธาตุธรรมชาติที่มีค่า จะไหลย้อนเส้นทางเนื่องจากการเปลี่ยนเเปลงของเเกนโลกมาผ่านทางเขตภาคใต้ คือ จ.กระบี่ ซึ่งอเมริกาได้รู้ล่วงหน้า และมาสัมปทานพื้นที่ไปแล้ว ด้วย เเละในประเด็นที่สำคัญที่อเมริกาอยากได้ประเทศไทยมากที่สุดอีกอย่าง ก็คือ
 ตำแหน่งที่ตั้งของประเทศ ประเทศไทยตั้งอยู่ในตำแหน่งที่พอเหมาะ เป็นศูนย์กลางการคมนาคม นั่นหมายความว่า เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดี คือถ้าครองไทยได้ ก็จะคุมจีนได้ คุมเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้ อีกทั้งยังเป็นประตูเปิดไปสู่ญี่ปุ่น และเอเซียแปซิฟิก ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ เป็นจุดที่สามารถรับสัญญาณดาวเทียม ได้ชัดเจน ที่สุดจุดหนึ่ง (จุดรับสัญญาณดาวเทียมที่ชัดบนโลก มี 2-3 จุดเท่านั้น และไทยเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น) จากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ทำให้อเมริกาได้ข้อสรุปว่า เป้าหมายในการยึดครองคือประเทศไทย โดยในการยึดครองจะไม่ใช่กำลังอย่างที่เคยใช้กับเวียดนาม หากแต่จะเป็น การ ยึดครองแบบเบ็ดเสร็จ คือทำลายแล้วจะลุกขึ้นมาอีกไม่ได้เลย อเมริกาได้เริ่มแผนการแทรกแซงไทยมานานแล้ว แต่พบว่า หลังจากทำลายเศรษฐกิจและวัฒนธรรมจนย่อยยับไปแล้ว ไทยยังอยู่ได้เพราะมีศาสนาพุทธ จึงมากระหน่ำ ในช่วง 3-5 ปีหลังนี้ โดยมุ่งทำลายศาสนาโดยตรง เพราะวิเคราะห์แล้วว่า สถาบันที่เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทยคือ สถาบันศาสนา ประกอบกับพบว่า ไทยยังมีทรัพย์สมบัติ จำนวนหนึ่งที่มีค่ามหาศาล แต่อำนาจรัฐเอามาครอบครองไม่ได้ เนื่องจากเป็นของสงฆ์ (ทรัพย์สินของวัด 30,000 วัด ทั่วประเทศมีประมาณ 4,000,000 ล้านบาท) การที่วัดต่างๆ ยังมีกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง เป็นการทำให้เงินตราไหลเวียนอยู่ในประเทศได้ จึงเท่ากับช่วยค้ำเศรษฐกิจไทยไว้ได้ทางหนึ่ง การจะยึดเอาทรัพย์ จำนวนนี้มาได้ ต้องเปลี่ยนเเปลงกฎหมายว่าด้วย พ.ร.บ.สงฆ์เสียใหม่ ให้ฆราวาสเป็นผู้มีอำนาจเหนือพระ จึงจำเป็นต้องใช้มือของนักการเมือง แก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ การจะแก้ไขได้ ก็ต้องทำให้สาธุชนชาวไทยเสื่อมศรัทธาในสงฆ์เสียก่อน จากนั้นเมื่อมีการดำเนินการใดๆ สาธุชนก็จะไม่ลุกขึ้นปกป้องคณะสงฆ์ ทำให้ทำลายล้างได้อย่างง่ายดาย ขั้นตอนการทำลายศาสนาพุทธ จุดมุ่งหมาย วิธีการ ทำให้ภาพพจน์ของสงฆ์ไทยเสื่อม
แผนนารีพิฆาต, แพร่ภาพพระเสพยาบ้าพระทำอนาจาร, เณรย่างศพเด็ก ฯลฯทำลายองค์กรหลัก คือมหาเถรสมาคม และองค์กรที่ค้ำจุน พุทธศาสนา ให้สื่อโจมตีมหาเถรสมาคม ใช้กรณีวัดพระธรรมกาย กดดันให้ มหาเถรฯ เร่งตัดสินใจ เมื่อทำช้าก็จี้ว่ามหาเถรสมาคมหย่อนยาน ปลดพระผู้ใหญ่ที่ขัดขืน ยึดทรัพย์สงฆ์ทั่วประเทศ ออกพ.ร.บ.สงฆ์ใหม่ ล้มศาสนาพุทธ ทำให้คนไทยสับสนในเรื่องพระนิพพาน และไม่ยอมรับว่า นิพพานมีอยู่จริง เป็นการปฏิเสธ
เป้าหมายสูงสุดของศาสนา ยึดครองไทยได้แบบเบ็ดเสร็จ มอมเมาเยาวชนด้วยยาบ้า เหล้า สิ่งบันเทิงที่เหลวแหลก เพื่อไม่ให้เป็นกำลังของชาติได้อีกต่อไป เยาวชนไทยในอนาคตก็จะเป็นไทยกึ่งอเมริกันไปหมด โดยมีจุดมุ่งหมายใหญ่อยู่ที่การเข้ายึดครองประเทศ หากคนไทยซึ่งเป็นเจ้าของประเทศยังมัวนิ่งนอนใจ ไม่ตระหนักถึงภัยที่มาคุกคาม ด้วยคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตน ไม่น่าจะร้ายแรงขนาดนั้น ถึงอย่างไรเราก็อยู่ได้ หรือขอเป็นผู้ติดตามดูอยู่ห่างๆ แล้วปล่อยให้กระบวนการทำลายล้างนั้น ดำเนินไปจนถึงปลายทางแล้ว ก็เป็นที่แน่นอนว่า

 ต่อไปข้างหน้า เราจะไม่มีพระไว้ให้กราบไหว้ ไม่มีวัดไว้ให้ปฏิบัติธรรม ตลอดจนสูญสิ้นชาติไปได้ในที่สุด และเมื่อถึงขั้นนั้นแล้ว ใครเล่าจะอยู่ได้. 



เเหล่งอ้างอิง:เวปบอร์ดสำนักข่าวพระสงฆ์ไทย
http://yuwasong.com/webboard/show.php?Category=news5&No=15327


จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Unordered List

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

โพสต์แนะนำ

ภูติ ผี ปีศาจ เเตกต่างกันอย่างไร

                ภูติ ผี ปีศาจ เป็นคำที่เราเคยได้ยินได้ฟัง มาตั้งเเต่ยังเด็ก เเม้กระทั่งละคร ภาพยนต์ต่างๆก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้...

Popular Posts

Text Widget