วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559

ธรรมกาย กับ สหกรณ์ยูเนียน ความจริงที่โลกต้องรู้


วัดพระธรรมกาย กับ สหกรณ์เครดิตยูเนียน ที่เป็นเรื่องเป็นราวกันอยู่ ณ ตอนนี้ 

ถ้าไม่คิดก็จะไม่รู้สึกแปลกใจอะไร
แต่ถ้าได้คิด...จะเห็นความแปลก ผิดปกติหลายอย่าง
วันนี้จึงนำข้อมูลของวัดพระธรรมกายให้ได้ลองวิเคราะห์กัน ...

หากท่านเป็นผู้มีปัญญา โปรดพินิจพิจารณาเรื่องราววัดธรรมกาย
จงจำไว้ว่า...
อย่าตัดสินใคร หากท่านยังไม่เข้าใจเรื่องราวดีพอ

พร้อมแล้วมาวิเคราะห์ไปพร้อม ๆ กัน

1. เงินจำนวนทั้งหมดกว่า "หมื่นล้าน" 
คุณศุภชัย ไม่ได้นำมาถวายวัดพระธรรมกาย และหลวงพ่อธัมมชโยเพียงที่เดียว...


วัดพระธรรมกาย กับ สหกรณ์เครดิตยูเนียน
2. เงินคงเหลือ จำนวนกว่า 12,000 ล้านบาท
DSI ควรรีบตามสืบดำเนินการว่าเงินจำนวนนี้ไปตกอยู่ที่ไหนบ้าง
เพื่อจะได้นำมาเยียวยาผู้ที่เดือดร้อน... ดีกว่ามามัวสอบสวนแต่วัดพระธรรมกาย และหลวงพ่อธัมมชโย


วัดพระธรรมกาย กับ สหกรณ์เครดิตยูเนียน
3. วัดพระธรรมกาย และหลวงพ่อธัมมชโย
ทางสหกรณ์เครดิตยูเนียน ขอยุติคดี นานแล้ว และยังทำหนังสือขอบคุณที่ลูกศิษย์วัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้เดือดร้อนกว่า 600 ล้านบาท

วัดพระธรรมกาย กับ สหกรณ์เครดิตยูเนียน

4. เพราะ "ไม่สามารถเอาเงินบริจาคจากสาธุชนคืนให้สหกรณ์"
วัดพระธรรมกายไม่ได้คืนเงิน ... ลูกศิษย์วัดตั้งกองทุนเยียวยากว่า 600 ล้านบาทให้ผู้ที่เดือดร้อน
ย้ำ! เป็นเงินของลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่ช่วยกันลงขัน


วัดพระธรรมกาย กับ สหกรณ์เครดิตยูเนียน

5. สำหรับเงินที่บริจาควัดพระธรรมกายมา 
ทางวัดได้เอาไปสร้างศาสนสถาน ตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาคให้วัดพระธรรมกายเรียบร้อยแล้ว


วัดพระธรรมกาย กับ สหกรณ์เครดิตยูเนียน


วัดพระธรรมกาย กับ สหกรณ์เครดิตยูเนียน
ไม่คิดก็ไม่แปลก แต่ยิ่งคิด ก็ยิ่งแปลกนะ ว่าไหม!?
DSI ยังมาไล่บี้เอาอะไรกับหลวงพ่อธัมมชโย และวัดพระธรรมกายอีก...


วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559


พบมัมมี่พระอายุกว่า 200 ปีที่มองโกเลีย ในท่านั่งสมาธิ
             ความเชื่อเรื่องสมาธิ เเละผลการปฏิบัติของสมาธิ มีหลายระดับตั้งเเต่ระดับต้น เเค่ความสบาย มีความสุข ไปจนถึงระดับสูง หยั่งรู้เห็นญาณ เเสดงอิทธิฤทธิ์ปฏิหารย์ ต่างๆ คนที่ไม่ปฏิบัติจริง ย่อมไม่สามารถมายืนยัน คัดค้าน หรือใช่ทฤษฏีใดๆมาอธิบาย นอกจากได้เเค่สันนิษฐาน ตามภูมิปัญญาของตน  ดังเช่น กรณีล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2015   นักโบราณคดีได้มีการค้นพบ ร่างมัมมี่ของพระภิกษุ ในท่านั่งสมาธิที่อายุประมาณ 200 ในเขตจังหวัดที่มีอุณหภูมิหนาวเย็น  มีหิมะปกคลุม ของประเทศมองโกเลีย ซึ่งมีการสันนิษฐานว่า ท่านน่าจะเป็นพระอาจารย์ ของ ลามะ ดาซี โดโช อิติกิโลฟ (Lama Dashi-Dorzho Itigilov)  ซึ่งเป็นพระลามะทิเบต  สภาพร่างกายของท่านยังดูสด ไม่เปื่อยเเห้ง ขนตามผิวหนัง เเละเส้นผมยังอยู่ในสภาพดี


ผู้เชี่ยวชาญบางท่านให้ข้อสันนิษฐานว่า พระภิกษุรูปนี้ยังไม่ตาย  ท่านเพียงเเต่อยู่ในสภาพสมาธิลึก
ขณะนี้ร่างของท่านถูกส่งไปวิจัย ที่    National Center of Forensic Expertise  เมืองอูลานบาตอร์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมองโกเลีย เพื่อหาสาเหตุการตาย เเละศึกษาข้อมูลต่อไป

    
 โทรทัศน์ท้องถิ่นในมองโกเลีย ระบุว่า ร่างของท่านถูกขโมยมาจากถ้ำๆหนึ่ง เพื่อนำมาขายต่ออีกที
    
 ขณะนี้ร่างของท่านกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก เเละรอผลการศึกษา วิจัยต่อไป

เเปลจาก http://www.wittyfeed.com/story/6175/1/200-Year-Old-Mummified-Body-Of-Buddhist-Monk-Is-Believed-To-Be-Alive














                       การที่ในวิชชาธรรมกายกล่าวถึงการเห็นดวงบุญ-ดวงบาปที่เป็นดวงใสสว่าง  หรือดวงสีดำ เป็นคำสอนในพระพุทธศาสนาหรือไม่?


วันนี้มีคำตอบ

        การเห็นบุญ-บาป  ธรรมขาว-ธรรมดำ  เป็นคำสอนของพระพุทธศาสนา   เเละมีหลักฐานในพระไตรปิฏกบาลี   ดังเช่น  ในอังคุตตรนิกาย  ปัญจกนิบาต  มีเรื่องบันทึกว่า พระภิกษุรูปหนึ่งเข้ามาเรียนถามพระอานนท์ว่า  การที่พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์พระเทวทัตว่า  จะต้องตกนรกอยู่ตลอดกัปนั้น  พระองค์ทรงรู้เห็นจริงหรือไม่  หรือว่าตรัสตามหลักการ  พระอานนท์ได้นำเรื่องนี้กราบทูลพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระองค์จึงตรัสตอบว่า  เป็นเพราะพระองค์ทรงเห็นเเล้ว  ว่าในใจของ พระเทวทัตไม่เหลือ  ธรรมขาว อยู่เลยเเม้เพียงนิดเดียว  จึงได้ทรงพยากรณ์อย่างนั้น

          อานนท์....หากเราได้เห็นธรรมขาวของเทวทัตเเม้เพียงเท่าหยดน้ำ  ที่สลัดออกจากปลายขนทรายอยู่ตราบใด  ตราบนั้นเราก็ยังไม่พยากรณ์ว่าเทวทัตจะต้องเกิดในอบาย  ตกนรกอยู่ตลอดกัป  เยียวยาไม่ได้แต่เพราะเราไม่ได้เห็นธรรมขาวของเทวทัตเลยเเม้เพียงเท่าหยาดน้ำ ที่สลัดออกจากปลายขนทราย เราจึงได้พยากรณ์ว่าเทวทัตจะต้องเกิดในอบาย  ตกนรก ดำรงอยู่ตลอดกัป  เยี่ยวยาไม่ได้.....

      อง.ปญฺจก. 22/333/451.



คำว่า (หากว่า) เราได้เห็นแล้ว  ในข้อความข้างบนนี้  ใช้ศัพท์บาลี ว่า  อทฺทสํ  ซึ่งเป็นศัพท์ที่ใช้กับการเห็นเเบบทั่วๆไป  จึงสื่อถึงการเห็นเเบบชัดเเจ้งเหมือนเห็นด้วยตา  และเเสดงชัดเจนว่า การเห็นเเจ้งกับการรู้เเจ้งนั้นมาคู่กัน  และการเห็นบุญ-บาป หรือ ธรรมขาว-ธรรมดำ  ที่กล่าวถึงในวิชชาธรรมกายนั้นเป็นคำสอนที่ถูกต้องในพระพุทธศาสนา








วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559



จากบันทึกเวปบอร์ดฉบับนี้ที่ถูกเขียนขึ้น ตั้งแต่ปี 2542 รวมระยะเวลาถึงปัจจุบันเกือบ 17 ปี เหมือนเป็นการทำนายเหตุการณ์สถานการณ์พุทธศาสนาในไทย ในสมัยนั้นจะต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ไว้อย่างเเม่นยำ การทำงานอย่างมีระบบของคนกลุ่มนี้ที่อยากเข้ามามีผลประโยชน์ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเเหลมทองของเอเซียที่อุดมสมบูรณ์ ที่นานาประเทศอารยธรรมก็รู้ หากวันนี้เราปิดประเทศ ให้เเต่ละประเทศดูเเลคนในประเทศของตัวเอง ไม่มีระบบเศรษฐกิจต่อกันระหว่างประเทศ เชื่อเเน่ว่า ประเทศที่เรียกตัวเองว่าอารยธรรมสูง เทคโนโลยีสูง จะมีความอึดในการใช้ชีวิตได้ไม่เท่าประเทศทางเอเซีย ในเมื่อวันนี้คุณมีแต่หม้อข้าวไฮเทค เเต่ไม่มีข้าวสารกรอกหม้อหุง แต่ในขณะที่เราไม่มีหม้อข้าว เเต่เรามีไม้ไผ่ ใช้หุงข้าวได้ มีดินเหนียวที่เราเอามาปั้นเป็นหม้อ ใช้ฟืนจากป่ามาหุง น้ำไม่ต้องซื้อ ดังนั้นเเผนหาข้าวกรอกหม้อ จึงเริ่มดำเนินการโดยประเทศที่เรียกตัวเองว่ามหาอำนาจ อย่างอเมริกา ที่รู้ตัวว่าไม่สามารถเข้าไปเเทรกเเซงในกลุ่มประเทศที่รู้เท่าทันได้ จึงมุ่งมายังประเทศเรา เพราะเหตุผลอะไร จึงเป็นประเทศเรา และทำไมต้องมุ่งมาที่ สถาบันหลักคือสถาบันศาสนา ทั้งๆที่มีถึง 3 สถาบันเป็นเสาหลักประเทศ อ่านช้าๆเเล้วจะเข้าใจ ขอย้ำว่าบทความที่ยกมาข้างล่างเป็นบันทึกตั้งแต่ปี 2542 อีกครั้ง


         
แผนทำลายพระพุทธศาสนาปัจจุบัน ถ้าถามว่า วัดไหนที่ใหญ่ที่สุด บุคคลากรมีคุณภาพที่สุด มีพระมากที่สุด คนศรัทธามากที่สุด ในประเทศไทย แน่นอน วัดพระธรรมกาย แค่นี้ ก็ตอบได้ว่า ทำไม เขาไม่ทำลายวัดอื่น จ้องทำลายแต่วัดพระธรรมกาย ไม่ยอมเลิกลา แต่นั่นเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะความจริงแท้ก็คือ เป็นวัดใหญ่ เป็นที่สนใจของสังคม และสามารถ กระจายข่าวได้เร็ว และการสร้างความเชื่อใหม่ สลายศรัทธาเดิม จะประสพผลเร็ว ยิ่งขึ้น และจุดที่จะทำลายคือ ทำให้ องค์กรปกครอง คณะสงฆ์ไทย (มหาเถรสมาคม) หมดโอกาสตัดสินใจ เพราะมีแต่เสียกับเสีย และนี่คือเป้าประสงค์หลัก ในการ สลายองค์กรพุทธศาสนา ในประเทศไทย โดยมีแผนงาน และการจัดบุคลากรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ หน้าฉาก สร้างกระแสผ่านสื่อ(มาร)มวลชน โจมตีวัดพระธรรมกาย โจมตีมหาเถรสมาคม จับพระสังฆราช (พระลิขิต) มาชนกับมหาเถรสมาคม เพื่อจุดสงคราม มหานิกาย - ธรรมยุต สร้างความวุ่นวาย ก่อม็อบชนม็อบ แล้วจะได้ใช้กำลังอำนาจรัฐเข้าจัดการแล้วก็ หลังฉาก อาศัยที่คนสนใจ ข่าววัดพระ
ธรรมกาย เข็ญร่าง พ.ร.บ (ทำลายพุทธ) อุปถัมภ์ฯ ออกมา ล่วงหน้า (เกือบ 1 ปี) เงียบๆ โดยอ้าง วัดฯ เป็นต้นเหตุ และ ได้ออก กฎหมาย ควบคุม ถอดถอน ยึดทรัพย์ มูลนิธิต่างๆ ไว้ล่วงหน้า (ผ่านสภาไปแล้ว) แล้วก็ได้เตรียมตั้ง องค์กร บุคลากร ต่างๆ ไว้ บรรจุตามตำแหน่ง 



จากเเผนยึดครองโลกของสหรัฐอเมริกาเอกสารสำหรับคนไทย-พุทธ ระบุชัดเจนว่า เนื่องจากสภาพการเปลี่ยนเเปลงของโลกในปัจจุบัน จะทำให้เกิดวิกฤต อุณหภูมิเปลี่ยนเเปลง ลดลง ,บางประเทศจะประสบปัญหาความเเห้งเเล้งขาดน้ำ ,อากาศเเปรปรวน เกิดเเผ่นดินไหว ต่อไปในอนาคต เเหล่งอาหารของโลกจะมาอยู่ที่ ไทย พม่า ยูนนาน กัมพูชา และเวียดนาม ในเอเซีย ส่วนทางยุโรป จะเป็นยูเครน โดยเฉพาะประเทศไทยจะมีเส้นทางของเเร่ธาตุธรรมชาติที่มีค่า จะไหลย้อนเส้นทางเนื่องจากการเปลี่ยนเเปลงของเเกนโลกมาผ่านทางเขตภาคใต้ คือ จ.กระบี่ ซึ่งอเมริกาได้รู้ล่วงหน้า และมาสัมปทานพื้นที่ไปแล้ว ด้วย เเละในประเด็นที่สำคัญที่อเมริกาอยากได้ประเทศไทยมากที่สุดอีกอย่าง ก็คือ
 ตำแหน่งที่ตั้งของประเทศ ประเทศไทยตั้งอยู่ในตำแหน่งที่พอเหมาะ เป็นศูนย์กลางการคมนาคม นั่นหมายความว่า เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดี คือถ้าครองไทยได้ ก็จะคุมจีนได้ คุมเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้ อีกทั้งยังเป็นประตูเปิดไปสู่ญี่ปุ่น และเอเซียแปซิฟิก ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ เป็นจุดที่สามารถรับสัญญาณดาวเทียม ได้ชัดเจน ที่สุดจุดหนึ่ง (จุดรับสัญญาณดาวเทียมที่ชัดบนโลก มี 2-3 จุดเท่านั้น และไทยเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น) จากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ทำให้อเมริกาได้ข้อสรุปว่า เป้าหมายในการยึดครองคือประเทศไทย โดยในการยึดครองจะไม่ใช่กำลังอย่างที่เคยใช้กับเวียดนาม หากแต่จะเป็น การ ยึดครองแบบเบ็ดเสร็จ คือทำลายแล้วจะลุกขึ้นมาอีกไม่ได้เลย อเมริกาได้เริ่มแผนการแทรกแซงไทยมานานแล้ว แต่พบว่า หลังจากทำลายเศรษฐกิจและวัฒนธรรมจนย่อยยับไปแล้ว ไทยยังอยู่ได้เพราะมีศาสนาพุทธ จึงมากระหน่ำ ในช่วง 3-5 ปีหลังนี้ โดยมุ่งทำลายศาสนาโดยตรง เพราะวิเคราะห์แล้วว่า สถาบันที่เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทยคือ สถาบันศาสนา ประกอบกับพบว่า ไทยยังมีทรัพย์สมบัติ จำนวนหนึ่งที่มีค่ามหาศาล แต่อำนาจรัฐเอามาครอบครองไม่ได้ เนื่องจากเป็นของสงฆ์ (ทรัพย์สินของวัด 30,000 วัด ทั่วประเทศมีประมาณ 4,000,000 ล้านบาท) การที่วัดต่างๆ ยังมีกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง เป็นการทำให้เงินตราไหลเวียนอยู่ในประเทศได้ จึงเท่ากับช่วยค้ำเศรษฐกิจไทยไว้ได้ทางหนึ่ง การจะยึดเอาทรัพย์ จำนวนนี้มาได้ ต้องเปลี่ยนเเปลงกฎหมายว่าด้วย พ.ร.บ.สงฆ์เสียใหม่ ให้ฆราวาสเป็นผู้มีอำนาจเหนือพระ จึงจำเป็นต้องใช้มือของนักการเมือง แก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ การจะแก้ไขได้ ก็ต้องทำให้สาธุชนชาวไทยเสื่อมศรัทธาในสงฆ์เสียก่อน จากนั้นเมื่อมีการดำเนินการใดๆ สาธุชนก็จะไม่ลุกขึ้นปกป้องคณะสงฆ์ ทำให้ทำลายล้างได้อย่างง่ายดาย ขั้นตอนการทำลายศาสนาพุทธ จุดมุ่งหมาย วิธีการ ทำให้ภาพพจน์ของสงฆ์ไทยเสื่อม
แผนนารีพิฆาต, แพร่ภาพพระเสพยาบ้าพระทำอนาจาร, เณรย่างศพเด็ก ฯลฯทำลายองค์กรหลัก คือมหาเถรสมาคม และองค์กรที่ค้ำจุน พุทธศาสนา ให้สื่อโจมตีมหาเถรสมาคม ใช้กรณีวัดพระธรรมกาย กดดันให้ มหาเถรฯ เร่งตัดสินใจ เมื่อทำช้าก็จี้ว่ามหาเถรสมาคมหย่อนยาน ปลดพระผู้ใหญ่ที่ขัดขืน ยึดทรัพย์สงฆ์ทั่วประเทศ ออกพ.ร.บ.สงฆ์ใหม่ ล้มศาสนาพุทธ ทำให้คนไทยสับสนในเรื่องพระนิพพาน และไม่ยอมรับว่า นิพพานมีอยู่จริง เป็นการปฏิเสธ
เป้าหมายสูงสุดของศาสนา ยึดครองไทยได้แบบเบ็ดเสร็จ มอมเมาเยาวชนด้วยยาบ้า เหล้า สิ่งบันเทิงที่เหลวแหลก เพื่อไม่ให้เป็นกำลังของชาติได้อีกต่อไป เยาวชนไทยในอนาคตก็จะเป็นไทยกึ่งอเมริกันไปหมด โดยมีจุดมุ่งหมายใหญ่อยู่ที่การเข้ายึดครองประเทศ หากคนไทยซึ่งเป็นเจ้าของประเทศยังมัวนิ่งนอนใจ ไม่ตระหนักถึงภัยที่มาคุกคาม ด้วยคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตน ไม่น่าจะร้ายแรงขนาดนั้น ถึงอย่างไรเราก็อยู่ได้ หรือขอเป็นผู้ติดตามดูอยู่ห่างๆ แล้วปล่อยให้กระบวนการทำลายล้างนั้น ดำเนินไปจนถึงปลายทางแล้ว ก็เป็นที่แน่นอนว่า

 ต่อไปข้างหน้า เราจะไม่มีพระไว้ให้กราบไหว้ ไม่มีวัดไว้ให้ปฏิบัติธรรม ตลอดจนสูญสิ้นชาติไปได้ในที่สุด และเมื่อถึงขั้นนั้นแล้ว ใครเล่าจะอยู่ได้. 



เเหล่งอ้างอิง:เวปบอร์ดสำนักข่าวพระสงฆ์ไทย
http://yuwasong.com/webboard/show.php?Category=news5&No=15327



เมื่อวันที่ 1 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะสงฆ์จังหวัดขอนแก่น ออกประกาศเรื่อง ขอให้สงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม
แก่ ภิกษุผู้ตะเกียกตะกายทำลายสงฆ์ ใจความว่า “คณะสงฆ์จังหวัดขอนแก่น มีฉันทานุมัติให้พระสังฆาธิการในจังหวัดขอนแก่นทุกระดับชั้น จนถึง อำเภอ ตำบล และเจ้าอาวาส ยึดตามประกาศพระสังฆาธิการแห่งคณะสงฆ์ไทย ให้ลงอุกเขปนียกรรม แก่ พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพุทธอิสระ พระลูกวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อขับออกจากคณะสงฆ์ไทย ด้วยพระพุทธอิสระเป็นผู้ดื้อด้าน ว่ายากสอนยาก ได้เข้าพวกคฤหัสถ์ อาศัยวัดเป็นแหล่งก่อความบาดหมาง สร้างความแตกแยก ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ทำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ เป็นภิกษุพาล สันดานหยาบ รุกรานพระเถระ ไม่ฉลาดในธรรม มีอาบัติมาก มีมารยาทไม่สมควร มีความประพฤติเป็นที่รังเกียจต่อคณะสงฆ์ สร้างความเสียหายต่อพระพุทธศาสนา จึงขอให้คณะสงฆ์จังหวัดขอนแก่นร่วมกันลงอุกเขปนียกรรม แก่พระพุทธอิสระในเขตสีมาของแต่ละอำเภอ เมื่อคณะสงฆ์ในเขตอำเภอใด ได้ลงอุกเขปนียกรรมแล้ว ขอได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เพื่อรายงานต่อรัฐบาลว่า บัดนี้ พระพุทธอิสระ ได้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม และจากนี้ได้ถูกตัดสิทธิแห่งความเป็นสงฆ์ ไม่สามารถร่วมในวงหัตถบาสแห่งสังฆกรรมใดๆ ในฐานะของสงฆ์ได้อีก เพื่อรัฐบาลจะได้แจ้งให้พุทธศาสนิกชนทราบ ถึงการลงอุกเขปนียกรรมของหมู่สงฆ์ต่อไป”
http://www.matichon.co.th/news/92173

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2559


ผู้ชายที่เกิดมา ทำลายล้างพุทธศาสนาในเวียดนาม 

จุด จบของผู้นำเผด็จการ ที่ข่มเห็งรังแกเข่นฆ่าพระสงฆ์และชาวพุทธ
นั่นคือ ประธานาธิบดี โง ดินห์ เดียม แห่งประเทศเวียดนาม 
- ผู้เคร่งครัดในศาสนาคริสต์โรมันคาทอลิค รวมทั้ง โง ดินห์ ถึก (พี่ชาย) 

- ผู้วางแผนและออกกฏเกณฑ์ต่างๆให้ชาวเวียดนามที่นับถือศาสนพุทธถึงร้อยละ 90 เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ 

- ผู้ริดรอนสิทธิของชาวพุทธ เช่นห้ามเข้าวัด ห้ามจัดกิจกรรมทางศาสนาเช่นวันวิสาขบูชา ห้ามออกหนังสือพุทธศาสนา ห้ามพระจัดรายการทางวิทยุ

- ผู้ปราบปราบและเข่นฆ่าพระสงฆ์ นางชี และชาวพุทธอย่างโหดเหี้ยม

- ผู้สั่งทหารให้นำรถพุ่งเข้าหากลุ่มผู้ประท้วง ผลทำให้พระสงฆ์และนางชีที่อยู่แถวหน้าเสียชีวิตทันที่ 70 ศพ ประชาชนอีก 30 ศพ

- ผู้สั่งให้ทหารกวาดกล้าง เผาวัด ทำลายศาสนสถาน ยิงกราดใส่กลุ่มพระและนางชีที่กำลังสวดมนต์และนั่งสมาธิ 


- และ อีกมายมาย จนนำไปสู่การเผาตัวตายประท้วงของพระรูปหนึ่ง (น่าอัศจรรย์ว่าร่างกายเผาไหม้แต่เหลือหัวใจท่านไม่มอดไหม้)


สุดท้าย เมื่อ 2 พฤศจิกายน ค.ศ.1963 กลุ่มกองกำลังทหารหัวใจพุทธนำโดย เซือง วัน มิงห์ ทนไม่ไหวกับการใช้ความรุนแรงกับพระสงฆและประชาชน ได้ทำการ รัฐประหาร(ปฏิวัติ) โง ดินห์ เดียม และพวกได้ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม












http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1434430247

กรุณาส่งถึงคนทั่วโลก เพื่อฝากถามว่าสงสัยเหมือนกันป่าว ?


1. เงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่หายไป 12,000 กว่าล้านบาท แต่ทำไม DSI มาตามไล่บี้กับพวกธรรมกายที่เดียวอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งๆ ที่เงินคุณศุภชัยบริจาคให้พวกธรรมกายก็แค่ 600 กว่าล้าน  แล้วทำไม..ก้อนเงินที่เหลือจำนวนมหาศาล 11,000 กว่าล้าน ไม่ไปไล่บี้แบบอย่างเอาเป็นเอาตายแบบนี้บ้าง ?  เหมือนคุณทำแบงค์พันหายไป และก็ทำเหรียญบาทหาย 1 เหรียญ  แต่กลับเอาแรงทั้งหมดมาตามหาแต่เหรียญบาท แปลกจริงๆ !!


2. เงินสหกรณ์หลายพันล้าน ถูกบริจาคไปตั้งหลายองค์กร เช่น สภากาชาด 30 ล้านบาท ฯลฯ แต่ DSI มาตามเงินคืนที่วัดพระธรรมกายที่เดียว แถมยังยัดข้อหายักยอกทรัพย์ ฟอกเงิน รับของโจรให้อีกด้วย ทำไมไม่ตั้งข้อหารับของโจรกับองค์กรอื่นบ้าง ?  ทำไมเจาะจงแต่วัดพระธรรมกายที่เดียวเท่านั้น ?



3. เงินที่บริจาคให้วัดนั้น วัดไม่สามารถคืนให้ได้ เพราะถ้าคืนก็ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ลูกศิษย์วัดก็แสดงความมีน้ำใจต่อสหกรณ์ ด้วยการตั้งกองทุนเยียวยาช่วยเหลือให้ 600 กว่าล้าน เพื่อช่วยสมาชิกอีก 5 หมื่นคน เพื่อจะได้ไม่เดือดร้อน ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือก็ได้ แต่ทำไมยังตามจิก ตามจี้ ไล่บี้เขาอีก ?


4.ในเมื่อเจ้าทุกข์ (คือสหกรณ์) แจ้งไปทาง DSI และอัยการให้ถอนฟ้องส่วนของวัดพระธรรมกายแล้ว ทำไมถึงยังดึงดันจะดำเนินคดีกับพวกธรรมกายให้ได้  ทั้งที่คู่กรณีตกลงไกล่เกลี่ยกันเองได้แล้ว ?



5. คดีเงินสหกรณ์ที่หายไปเป็นพันล้านนั้น ถูกแบ่งย่อยเป็นหลายร้อยคดี ต่างกรรมต่างวาระกัน พวกพระธรรมกายเป็นเพียง 1 ใน หลายร้อยคดีเท่านั้น หนำซ้ำยังจัดเป็นคดีที่อยู่เกือบลำดับสุดท้าย ทำไมถึงมาเร่งทำคดีของวัดพระธรรมกายก่อนเพื่อน ?


6. การตั้งข้อหาฟอกเงินกับรับของโจร มีโทษร้ายแรงถึงขั้นยึดทรัพย์ทั้งหมดของวัดพระธรรมกาย ขณะที่ศาสนสมบัติทั้งหมดของวัดพระธรรมกายได้มาจากการบริจาคของประชาชนตลอด 47 ปี การรีบร้อนตั้งข้อหาโดยขาดหลักฐานและพยาน แล้วรีบร้อนรวบลัดขั้นตอนของลำดับคดี เพื่อจะอ้างอำนาจ
ศาลมาใช้อายัดศาสนสมบัติทั้งหมดของวัดพระธรรมกาย ถามว่าเป็นธรรมกับประชาชนเป็นล้านคนที่ช่วยกันสร้างวัดนี้ขึ้นมาหรือไม่ ?

      สงสัยเหมือนกันป่าวววววว.....คร้าบบบพี่น้อง...??????????????

 cr: นายตดหอม

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Unordered List

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

โพสต์แนะนำ

ภูติ ผี ปีศาจ เเตกต่างกันอย่างไร

                ภูติ ผี ปีศาจ เป็นคำที่เราเคยได้ยินได้ฟัง มาตั้งเเต่ยังเด็ก เเม้กระทั่งละคร ภาพยนต์ต่างๆก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้...

Popular Posts

Text Widget