
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คลองจั่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คลองจั่น แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559
06:23
Paulyn
คลองจั่น, ธัมมชโย, พระราชภาวนาวิสุทธิ์, ยักยอกเงิน, ศุภชัย, สหกรณ์
No comments

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
11 พฤษภาคม เวลา 13.00 น. ตัวแทนคณะศิษย์วัดพระธรรมกายในนามกองทุนเฉพาะกิจลูกศิษย์วัดพระธรรมกายฯ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์คลองจั่นเครดิตยูเนี่ยน จำกัด
เดินทางไปยื่นหนังสือแก่คณะกรรมการฟื้นฟูกิจการสหกรณ์คลองจั่น โดยมีนายเผด็จ มุ่งธัญญา เป็นผู้มารับหนังสือ เพื่อให้กรรมการได้พิจารณายับยั้งบทบาทของนายธรรมนูญ อัตโชติ ในการแสดงตนเป็นสมาชิกสหกรณ์และอ้างตนเป็นประธานชมรมฟื้นฟูกิจการสหกรณ์ แต่บทบาทเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายธรรมนูญ อัตโชติได้ร่วมแถลงการกดดัน DSI กรณีการฟ้องร้องพระเทพญานมหามุนี พร้อมกับนายไพบูลย์ นิติตะวัน และนพ.มโน เลาหวนิช ซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านวัดพระธรรมกาย และอาจมีแนวโน้มการแอบแฝงผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อภาพพจน์ในการฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์โดยภาพรวม เพราะความเชื่อมั่นของสมาชิกสหกรณ์เป็นหัวใจของการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง
นอกจากนี้คณะศิษย์และกองทุนเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือเยียวยาฯ อาจจะต้องเพิ่มประเด็นเพื่อพิจารณาการระงับการช่วยเหลือแก่สหกรณ์ และอาจจะเพิ่มมาตรการต่างๆ เพราะได้รับผลกระทบจากการที่นายธรรมนูญ ออกไปฟ้องร้องต่อ DSI ออกให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน และออกไปหาแนวร่วมโจมตีวัดพระธรรมกาย ทำให้คณะศิษย์รู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่งในการกระทำของนายธรรมนูญและพรรคพวก
อีกด้านหนึ่ง กลุ่มสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นผู้รักสันติ ได้เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านบทบาทของนายธรรมนูญ อัตโชติด้วยเช่นกัน โดยต้องการให้กรรมการมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการออกแถลงการตักเตือนหรือจะกำหนดขอบเขตในฐานะสมาชิกสหกรณ์ซึ่งจะต้องดำเนินอยู่ในครรลองที่ถูกต้องเหมาะสม เพราะหากนายธรรมนูญทำอย่างนี้แล้ว เจ้าภาพกองทุนเยียวยาเกิดยุติการช่วยเหลือความเสียหายก็จะเกิดขึ้นแก่สหกรณ์โดยภาพรวม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเร็วๆ นี้จะมีการเลือกตั้งกรรมการสหกรณ์เพิ่มเติม และในเดือนสิงหาคมรัฐบาลอาจอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือเยียวยากิจการสหกรณ์กว่า 10,000 ล้านบาท ดังนั้นการรักษาเครดิตสร้างความเชื่อมั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้บทบาทของสมาชิกสหกรณ์ที่จะต้องมีความสำนึกต่อสิทธิมนุษยชน ไม่เข้าไปก้าวก่ายทำลายเกียรติของเจ้าหนี้หรือลูกหนี้และเจ้าภาพผู้อุปถัมภ์
อย่างไรก็ตาม นายเผด็จได้ให้สัมภาษณ์ว่า จริงๆแล้วสหกรณ์ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับนายธรรมนูญ พร้อมกับชวนให้สมาชิกยกมือเห็นด้วย และให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อไปอีกว่า สหกรณ์มีสมาชิกมากมายเป็นหมื่นคน ไม่สามารถแนะนำตักเตือนได้หมด พร้อมทั้งรับรู้รับทราบและรู้สึกขอบคุณต่อลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่ได้มอบเงินเยียวยาให้ ซึ่งถือว่าเป็นเงินก้อนแรกที่ได้รับมาจากการเยียวยา
อย่างไรก็ดี ปัญหาที่นายไพบูลย์แถลงไปว่า เงินเยียวยานี้ไม่ได้ให้จริงและอาจจะต้องคืนเงิน ทางสหกรณ์ก็ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าทั้งหมดนี้เป็นข้อตกลงกัน ในกรณีว่าถ้าหากพิสูจน์ได้จริงๆ ว่าเงินที่ถวายให้พระเทพญานมหามุนีนั้น คุณศุภชัย ได้ทำเรื่องคืนเงินแก่สหกรณ์ไปแล้วเท่านั้น
เพราะฉะนั้นกว่าจะสามารถดำเนินตามกระบวนการยุติธรรมจนเสร็จสิ้น ถึงตอนนั้นสหกรณ์ก็น่าจะสามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาฟื้นฟูองค์การจนได้กำไรและน่าจะมีศักยภาพคืนเงินได้ ดังนั้นเงินที่คณะศิษย์ให้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินกิจกรรมวางแผนพัฒนาฟื้นฟูกิจการ นอกจากนี้อีกไม่กี่เดือนทางสหกรณ์ก็จะได้รับเงินกู้จากรัฐบาล 10,000 ล้านบาท ที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้สหกรณ์ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี
อีกด้านหนึ่ง กลุ่มสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นผู้รักสันติ ได้เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านบทบาทของนายธรรมนูญ อัตโชติด้วยเช่นกัน โดยต้องการให้กรรมการมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการออกแถลงการตักเตือนหรือจะกำหนดขอบเขตในฐานะสมาชิกสหกรณ์ซึ่งจะต้องดำเนินอยู่ในครรลองที่ถูกต้องเหมาะสม เพราะหากนายธรรมนูญทำอย่างนี้แล้ว เจ้าภาพกองทุนเยียวยาเกิดยุติการช่วยเหลือความเสียหายก็จะเกิดขึ้นแก่สหกรณ์โดยภาพรวม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเร็วๆ นี้จะมีการเลือกตั้งกรรมการสหกรณ์เพิ่มเติม และในเดือนสิงหาคมรัฐบาลอาจอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือเยียวยากิจการสหกรณ์กว่า 10,000 ล้านบาท ดังนั้นการรักษาเครดิตสร้างความเชื่อมั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้บทบาทของสมาชิกสหกรณ์ที่จะต้องมีความสำนึกต่อสิทธิมนุษยชน ไม่เข้าไปก้าวก่ายทำลายเกียรติของเจ้าหนี้หรือลูกหนี้และเจ้าภาพผู้อุปถัมภ์
อย่างไรก็ตาม นายเผด็จได้ให้สัมภาษณ์ว่า จริงๆแล้วสหกรณ์ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับนายธรรมนูญ พร้อมกับชวนให้สมาชิกยกมือเห็นด้วย และให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อไปอีกว่า สหกรณ์มีสมาชิกมากมายเป็นหมื่นคน ไม่สามารถแนะนำตักเตือนได้หมด พร้อมทั้งรับรู้รับทราบและรู้สึกขอบคุณต่อลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่ได้มอบเงินเยียวยาให้ ซึ่งถือว่าเป็นเงินก้อนแรกที่ได้รับมาจากการเยียวยา
อย่างไรก็ดี ปัญหาที่นายไพบูลย์แถลงไปว่า เงินเยียวยานี้ไม่ได้ให้จริงและอาจจะต้องคืนเงิน ทางสหกรณ์ก็ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าทั้งหมดนี้เป็นข้อตกลงกัน ในกรณีว่าถ้าหากพิสูจน์ได้จริงๆ ว่าเงินที่ถวายให้พระเทพญานมหามุนีนั้น คุณศุภชัย ได้ทำเรื่องคืนเงินแก่สหกรณ์ไปแล้วเท่านั้น
เพราะฉะนั้นกว่าจะสามารถดำเนินตามกระบวนการยุติธรรมจนเสร็จสิ้น ถึงตอนนั้นสหกรณ์ก็น่าจะสามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาฟื้นฟูองค์การจนได้กำไรและน่าจะมีศักยภาพคืนเงินได้ ดังนั้นเงินที่คณะศิษย์ให้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินกิจกรรมวางแผนพัฒนาฟื้นฟูกิจการ นอกจากนี้อีกไม่กี่เดือนทางสหกรณ์ก็จะได้รับเงินกู้จากรัฐบาล 10,000 ล้านบาท ที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้สหกรณ์ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี
ความจริงจากปาก ประกิต" ปธ.กรรมการบริหารแผนฟื้นฟูส หกรณ์คลองจั่น ชัดๆว่านายมนูญก็สมาชิกสหกรณ์คนหนึ่งที่มีสิทธิ์จะออกมาพูดอะไรได้ เเต่สถานภาพก็คือเพียงสมาชิก เเต่ที่น่าสงสัย นายไพบูลย์เป็นใคร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางสหกรณ์โดยสิ้นเชิง เเต่เดือดร้อน ออกนอกหน้าจนน่าสงสัย ยิ่งนายมโน ไปออกรายการทีวี ให้สัมภาษณ์ คุณเป็นใคร?วันนี้สังคมควรหันกลับมาศึกษากรณี เจ้าทุกข์ไม่เดือดร้อน ไม่เรียกร้อง ผู้ถูกกล่าวหา ให้ความร่วมมือทุกอย่าง เเต่คนกลางที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เดือดร้อน โวยวาย เร่งรัดDSI กลายกระเเสท๊อคออฟเดอะทาวน์ ในตอนนี้ โดย DSI ก็ออกมาเเสดงท่าทีเหมือน คดีนี้เป็นคดีร้ายเเรง ระดับประเทศ เเสดงท่าทีว่าผู้ถูกกล่าวหา เสมือนเป็นฆาตกรร้ายเเรง ทั้งๆที่ตัวอย่างก็เห็นชัดๆว่า เป็นเพียงคดีเงินบริจาค อย่างถูกต้อง มีชื่อผู้บริจาค เเละผู้รับ ก็คือเจ้าอาวาสวัด เงินที่ได้รับบริจาค ก็ใช้ในการสร้างวัด เเละบริหารการทำงานของวัด จะขอหลักฐานพยานตัวบุคคล หรือเอกสารตรวจสอบทางบัญชี ค่าใช้จ่ายก็ยังจะเป็นเหตุ เป็นผล
หรืองานนี้จะไม่ใช่เเค่งานตามเงินบริจาค เพราะหากจะล้างหนี้ของสหกรณ์ฯจริงๆ ควรต้องไปตามเจ้าหนี้ใหญ่รายอื่นๆที่ยังตามไม่ได้อีกหลายราย หรือปรับระบบการผ่อนผันชำระหนี้ สร้างความเชื่อใจให้กับสมาชิกใหม่ ซึ่งทางสหกรณ์ฯเองก็ได้เเถลงนโยบายการฟื้นฟูเเก่สมาชิกไปเเล้ว ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา ซึ่งก็เป็นธรรมดาของกิจการที่มีปัญหาเเละกำลังจะฟื้นฟูกิจการ เเต่วิธีการเร่งรัดมุ่งมาประเด็นจะยึดเงินบริจาคจากวัด เเล้วจะเเก้ปัญหาให้สมาชิกได้อย่างเบ็ดเสร็จ เป็นการสร้างกระเเสการฟื้นฟูกิจการที่ถูกจุดหรือเปล่า
หากเอาเงินบริจาคกลับมาทั้งหมด คิดหรือว่า ความเดือดร้อนทั้งหลายทั้งปวงจะยุติได้ ในเมื่อเงินที่บริจาคมา เเทบจะไม่ 10% ของเงินที่หายไป เรื่องนี้ควรกลับมาคิดกันอีกที
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
07:35
Paulyn
คลองจั่น, เผด็จ, พระธัมมชโย, ยกฟ้อง
No comments
ยกฟ้อง ปิดฉากคดีพระธัมมชโย สหกรณ์ฯคลองจั่น
ฟังสดๆ จากปาก #ประธาน (คุณเผด็จ) และ #รองประธาน (คุณประกิจ)
#สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ออกมาประกาศว่า
"ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจไม่ ติดใจเรื่องคดีกับวัดพระธรร มกาย
โดยทำหนังสือไปที่ #ปปง. และ #DSI ว่า...
"ถือว่าเราปิดเรื่องกับวัดพ ระธรรมกายเลย ทั้งแพ่งและอาญา ทนายเราถอนฟ้องท่าน #ธัมมชโย และวัดพระธรรมกาย เพราะเราถือว่าเราได้เงิน(ช ่วยเหลือ) จากเงินบริจาคที่ทางวัดได้ไ ไป(ที่เราถือว่าเป็นเงินบริ สุทธิ์)
"เราได้แล้ว เราถือว่าจบ และเราต้องขอบคุณทางศิษยานุ ศิษย์วัดพระธรรมกายด้วย"
เรื่องคดีใดกับสหกรณ์ก็ปิดเ เละจบแล้ว
DSI กำลังทำร้ายดิสเครดิตตัวเอง ผู้มีปัญญาโปรดพิจารณา
https://www.youtube.com/ watch?v=8M7OyULfWJs&feature =youtu.be&app=desktop
ฟังสดๆ จากปาก #ประธาน (คุณเผด็จ) และ #รองประธาน (คุณประกิจ)
#สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ออกมาประกาศว่า
"ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจไม่
โดยทำหนังสือไปที่ #ปปง. และ #DSI ว่า...
"ผมเชื่อว่า เงินที่ทางวัดพระธรรมกาย รับ(บริจาค)ไป เป็นเงินบริสุทธิ์"
"แถมผมยังทำหนังสือขอบคุณศิษยานุศิษย์ด้วยที่เขาช่วยสห กรณ์ ผมพอใจแล้ว ผมได้เงินแล้ว"
"ถือว่าเราปิดเรื่องกับวัดพ
"เราได้แล้ว เราถือว่าจบ และเราต้องขอบคุณทางศิษยานุ
เรื่องคดีใดกับสหกรณ์ก็ปิดเ
DSI กำลังทำร้ายดิสเครดิตตัวเอง
https://www.youtube.com/
วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2559
04:21
Paulyn
คลองจั่น, ทรัพย์สิน, บิ๊กดีเอสไอ, ศุภชัย, อิศรา, DSI
No comments
ปูด! 'บิ๊กดีเอสไอ' ได้รับส่วนแบ่งการขายที่ดิน 'ศุภชัย' 477 ล้าน ชดใช้หนี้คดียักยอกทรัพย์สินสหกรณ์คลองจั่นฯ เผยมีการตั้ง กก.สอบฯแล้ว ผ่านมา ปีกว่า ยังไม่คืบหน้า
จากกรณีสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า เมื่อปลายปี 2556 คณะกรรมการประสานงานในการดำเนินคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายที่มีตัวแทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมถึงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้เรียกตัวนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ ให้ขายทรัพย์สินเป็นที่ดิน 1,822 ไร่ ให้กับบริษัท พิษณุโลกเอทานอล จำกัด วงเงินกว่า 477 ล้านบาท เพื่อชดใช้ในคดียักยอกทรัพย์สินสหกรณ์ฯ โดยให้ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. ที่ให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาด พ.ศ.2544 โดยอนุโลมนั้น
ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงาน ปปง. ถึงกรณีนี้ว่า ที่ดินดังกล่าวของนายศุภชัย จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ ปปง. พบว่า นายศุภชัยใช้เงินที่ได้จากการยักยอกทรัพย์สินของสหกรณ์ฯนำไปซื้อ โดยมีที่ดินใน จ.นครราชสีมา และ จ.ปทุมธานี ก่อนที่ดีเอสไอจะตรวจสอบพบ และอายัดที่ดินดังกล่าวไว้ กระทั่งผู้เสียหายจำนวนหนึ่งเข้าร้องต่อดีเอสไอให้ดำเนินการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย โดยให้นำที่ดินดังกล่าวไปขายเพื่อชดใช้หนี้
แหล่งข่าวระบุอีกว่า ในช่วงปี 2556 ปปง. และดีเอสไอ ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายในการยักยอกทรัพย์สินของนายศุภชัยกับพวกคืบหน้าไปกว่า 80% แล้ว ซึ่งก็พบยอดมูลค่ากว่าเสียหายประมาณหมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดีในการขายที่ดินดังกล่าว ซึ่งเป็นที่ดินที่นายศุภชัยยักยอกทรัพย์สินสหกรณ์ฯไปซื้อ กลับให้บริษัท พิษณุโลกเอทานอล จำกัด เป็นผู้ออกแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายให้บุคคลต่าง ๆ แต่คืนสหกรณ์ฯแค่ 100 ล้านบาท รวมถึงนายศุภชัยยังได้เงินคืนจากการขายที่ดินถึง 249 ล้านบาทด้วย แต่เมื่อตรวจสอบแคชเชียร์เช็คกลับปรากฏชื่อของนายณฐพร โตประยูร ที่ปรึกษาด้านกฎหมายประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน (นายศรีราชา วงศารยางกูร) ได้รับเงินดังกล่าวด้วย 60 ล้านบาท และไม่มีแคชเชียร์เช็คให้กับนายศุภชัยแต่อย่างใด ซึ่งในส่วนนี้ไม่ทราบว่ามีการตกลงขายกันอย่างไร ทั้งที่หาก ปปง. ต้องการจะตรวจสอบจริง ๆ ก็สามารถเชิญบริษัท พิษณุโลกเอทานอล จำกัด มาให้ถ้อยคำ และตรวจสอบการสั่งจ่ายเงินดังกล่าวได้
แหล่งข่าว ระบุด้วยว่า กรณีนี้มีเงื่อนงำบางอย่างที่น่าสงสัย เนื่องจาก ปปง. ให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปดำเนินการขายที่ดินเอง ทั้งที่ตามระเบียบ ปปง. แล้ว จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขายทอดตลาด เพื่อประกาศให้สาธารณชนทราบ และมีการประมูลเพื่อเสนอราคาซื้อที่ดิน ทำให้มีการพูดกันทั้งใน ปปง. และดีเอสไอว่า อาจมีผู้บริหารระดับสูงบางรายในดีเอสไอได้รับผลประโยชน์หรือส่วนแบ่งในการขายที่ดินครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้มีรายงานข่าวจากดีเอสไอแจ้งว่า กรณีนี้ น.ส.สุวณา สุวรรณจูฑะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ (ปัจจุบันเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการขายที่ดินดังกล่าวแล้ว แต่ผ่านมาปีเศษ เรื่องได้เงียบหายไป และยังไม่มีรายงานความคืบหน้าในการตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณฐพร โตประยูร ที่ปรึกษาด้านกฎหมายประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน (นายศรีราชา วงศารยางกูร) ปรากฎชื่อได้รับแคชเชียร์เช็ค วงเงิน 60 ล้านบาท จากการขายที่ดินของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ในการดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในคดียักยอกทรัพย์สินของสหกรณ์ฯกว่าหมื่นล้านบาท
ขณะที่นายณฐพร ให้สัมภาษณ์กรณีนี้ว่า ได้รับเช็คดังกล่าวรวมวงเงิน 60 ล้านบาทจริง โดยเงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการขายที่ดิน มีลักษณะเป็นเหมือนค่านายหน้า
ส่วนนายศรีราชา ได้เรียกนายณฐพรเข้ามาชี้แจงกรณีดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ได้ปลดออกจากตำแหน่งที่ปรึกษา เนื่องจากนายณฐพรไม่ได้ทำอะไรผิด
กรณีข่าวนี้มีการวิเคราะห์ข่าวตามหลักความเป็นจริงจะพบว่า
1. คดีนี้ไม่มีเจ้าทุกข์แล้ว เพราะสหกรณ์กับศิษย์วัดพระธรรมกายไกล่เกลี่ยกันได้แล้ว และสหกรณ์ขอถอนฟ้องไปแล้ว แต่ DSI ก็ยังพยายามจะทำคดีคต่อ ขอถามว่า DSI ใช้กฎหมายข้อใดในการออกหมายเรียกและตั้งข้อกล่าวหาในคดีที่ไม่มีเจ้าทุกข์ ทำแบบนี้ผิดกฎหมายหรือไม่
2. DSI ปปง. และที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่เป็นคนกลางสืบสวนคดี แต่ทำไมปฏิบัติตนลงไปเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเจ้าหนี้คือสหกรณ์เสียเอง เพราะว่า
2.1) คดีของสหกรณ์ยังไม่จบ ทำไมถึงนำทรัพย์สินของผู้ต้องหาที่อายัดไว้ไปงุบงิบขาย ถ้าหากคดีพลิกขึ้นมาว่าไม่ได้ทำความผิดจะทำยังไง ทำแบบนี้ถูกกฎหมายหรือไม่
http://www.isranews.org/investigative/investigate-news-person/item/46395-ppng_46395dddmm.html
2.2) ขายได้เงินมาแล้ว 477 ล้าน ทำไมไม่คืนให้สหกรณ์ทั้งหมด กลับมาหักหัวคิวไว้ 249 ล้าน จ่ายค่านายหน้า 60 ล้าน แบ่งให้สหกรณ์ 100 ล้าน ทำแบบนี้ถูกกฎหมายหรือไม่
http://www.isranews.org/isranews-news/item/46268-supachai.html
2.3) สหกรณ์กำลังเดือดร้อนเรื่องเงินที่ขาดสภาพคล่อง ทำไม DSI ไม่ให้สหกรณ์เป็นผู้ขายทรัพย์สินเอง จะได้ไม่ต้องจ่ายค่านายหน้าและค่าคนกลาง DSI ทำกับทรัพย์สินผู้ต้องหาแบบนี้ถูกกฎหมายหรือไม่ เป็นการซ้ำเติมสหกรณ์ให้แย่ลงไปอีกหรือไม่
ขอถามว่าการที่ DSI ลงไปเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในคดีสหกรณ์เสียเอง เป็นการทำผิดกฎหมายหรือไม่
3. ในเมื่อ DSI ปปง. และที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นผู้รักษามาตรฐานการใช้กฎหมายของบ้านเมือง กลายเป็นผู้ร่วมกันทำคดีของสหกรณ์แบบมีเงื่อมงำ ผิดขั้นตอน ไม่โปร่งใส และมีส่วนได้ส่วนเสียกับคดีเช่นนี้ จะให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบกฎหมายและวิธีใช้กฎหมายของ DSI ได้ยังไง
4. การที่ DSI กำลังพยายามดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ทั้งที่คดีนี้ไม่มีเจ้าทุกข์ ถือว่าไม่เป็นธรรมกับลูกศิษย์วัดพระธรรมกายนับล้านคนทั่วโลกเป็นอย่างมาก
-------------------------------------------------
๒๒ เมษายน ๒๕๕๙
๑๓.๐๙ น.
Cr.Ptreetep
ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงาน ปปง. ถึงกรณีนี้ว่า ที่ดินดังกล่าวของนายศุภชัย จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ ปปง. พบว่า นายศุภชัยใช้เงินที่ได้จากการยักยอกทรัพย์สินของสหกรณ์ฯนำไปซื้อ โดยมีที่ดินใน จ.นครราชสีมา และ จ.ปทุมธานี ก่อนที่ดีเอสไอจะตรวจสอบพบ และอายัดที่ดินดังกล่าวไว้ กระทั่งผู้เสียหายจำนวนหนึ่งเข้าร้องต่อดีเอสไอให้ดำเนินการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย โดยให้นำที่ดินดังกล่าวไปขายเพื่อชดใช้หนี้
แหล่งข่าวระบุอีกว่า ในช่วงปี 2556 ปปง. และดีเอสไอ ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายในการยักยอกทรัพย์สินของนายศุภชัยกับพวกคืบหน้าไปกว่า 80% แล้ว ซึ่งก็พบยอดมูลค่ากว่าเสียหายประมาณหมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดีในการขายที่ดินดังกล่าว ซึ่งเป็นที่ดินที่นายศุภชัยยักยอกทรัพย์สินสหกรณ์ฯไปซื้อ กลับให้บริษัท พิษณุโลกเอทานอล จำกัด เป็นผู้ออกแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายให้บุคคลต่าง ๆ แต่คืนสหกรณ์ฯแค่ 100 ล้านบาท รวมถึงนายศุภชัยยังได้เงินคืนจากการขายที่ดินถึง 249 ล้านบาทด้วย แต่เมื่อตรวจสอบแคชเชียร์เช็คกลับปรากฏชื่อของนายณฐพร โตประยูร ที่ปรึกษาด้านกฎหมายประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน (นายศรีราชา วงศารยางกูร) ได้รับเงินดังกล่าวด้วย 60 ล้านบาท และไม่มีแคชเชียร์เช็คให้กับนายศุภชัยแต่อย่างใด ซึ่งในส่วนนี้ไม่ทราบว่ามีการตกลงขายกันอย่างไร ทั้งที่หาก ปปง. ต้องการจะตรวจสอบจริง ๆ ก็สามารถเชิญบริษัท พิษณุโลกเอทานอล จำกัด มาให้ถ้อยคำ และตรวจสอบการสั่งจ่ายเงินดังกล่าวได้
แหล่งข่าว ระบุด้วยว่า กรณีนี้มีเงื่อนงำบางอย่างที่น่าสงสัย เนื่องจาก ปปง. ให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปดำเนินการขายที่ดินเอง ทั้งที่ตามระเบียบ ปปง. แล้ว จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขายทอดตลาด เพื่อประกาศให้สาธารณชนทราบ และมีการประมูลเพื่อเสนอราคาซื้อที่ดิน ทำให้มีการพูดกันทั้งใน ปปง. และดีเอสไอว่า อาจมีผู้บริหารระดับสูงบางรายในดีเอสไอได้รับผลประโยชน์หรือส่วนแบ่งในการขายที่ดินครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้มีรายงานข่าวจากดีเอสไอแจ้งว่า กรณีนี้ น.ส.สุวณา สุวรรณจูฑะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ (ปัจจุบันเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการขายที่ดินดังกล่าวแล้ว แต่ผ่านมาปีเศษ เรื่องได้เงียบหายไป และยังไม่มีรายงานความคืบหน้าในการตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณฐพร โตประยูร ที่ปรึกษาด้านกฎหมายประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน (นายศรีราชา วงศารยางกูร) ปรากฎชื่อได้รับแคชเชียร์เช็ค วงเงิน 60 ล้านบาท จากการขายที่ดินของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ในการดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในคดียักยอกทรัพย์สินของสหกรณ์ฯกว่าหมื่นล้านบาท
ขณะที่นายณฐพร ให้สัมภาษณ์กรณีนี้ว่า ได้รับเช็คดังกล่าวรวมวงเงิน 60 ล้านบาทจริง โดยเงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการขายที่ดิน มีลักษณะเป็นเหมือนค่านายหน้า
ส่วนนายศรีราชา ได้เรียกนายณฐพรเข้ามาชี้แจงกรณีดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ได้ปลดออกจากตำแหน่งที่ปรึกษา เนื่องจากนายณฐพรไม่ได้ทำอะไรผิด
กรณีข่าวนี้มีการวิเคราะห์ข่าวตามหลักความเป็นจริงจะพบว่า
1. คดีนี้ไม่มีเจ้าทุกข์แล้ว เพราะสหกรณ์กับศิษย์วัดพระธรรมกายไกล่เกลี่ยกันได้แล้ว และสหกรณ์ขอถอนฟ้องไปแล้ว แต่ DSI ก็ยังพยายามจะทำคดีคต่อ ขอถามว่า DSI ใช้กฎหมายข้อใดในการออกหมายเรียกและตั้งข้อกล่าวหาในคดีที่ไม่มีเจ้าทุกข์ ทำแบบนี้ผิดกฎหมายหรือไม่
2. DSI ปปง. และที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่เป็นคนกลางสืบสวนคดี แต่ทำไมปฏิบัติตนลงไปเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเจ้าหนี้คือสหกรณ์เสียเอง เพราะว่า
2.1) คดีของสหกรณ์ยังไม่จบ ทำไมถึงนำทรัพย์สินของผู้ต้องหาที่อายัดไว้ไปงุบงิบขาย ถ้าหากคดีพลิกขึ้นมาว่าไม่ได้ทำความผิดจะทำยังไง ทำแบบนี้ถูกกฎหมายหรือไม่
http://www.isranews.org/investigative/investigate-news-person/item/46395-ppng_46395dddmm.html
2.2) ขายได้เงินมาแล้ว 477 ล้าน ทำไมไม่คืนให้สหกรณ์ทั้งหมด กลับมาหักหัวคิวไว้ 249 ล้าน จ่ายค่านายหน้า 60 ล้าน แบ่งให้สหกรณ์ 100 ล้าน ทำแบบนี้ถูกกฎหมายหรือไม่
http://www.isranews.org/isranews-news/item/46268-supachai.html
2.3) สหกรณ์กำลังเดือดร้อนเรื่องเงินที่ขาดสภาพคล่อง ทำไม DSI ไม่ให้สหกรณ์เป็นผู้ขายทรัพย์สินเอง จะได้ไม่ต้องจ่ายค่านายหน้าและค่าคนกลาง DSI ทำกับทรัพย์สินผู้ต้องหาแบบนี้ถูกกฎหมายหรือไม่ เป็นการซ้ำเติมสหกรณ์ให้แย่ลงไปอีกหรือไม่
ขอถามว่าการที่ DSI ลงไปเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในคดีสหกรณ์เสียเอง เป็นการทำผิดกฎหมายหรือไม่
3. ในเมื่อ DSI ปปง. และที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นผู้รักษามาตรฐานการใช้กฎหมายของบ้านเมือง กลายเป็นผู้ร่วมกันทำคดีของสหกรณ์แบบมีเงื่อมงำ ผิดขั้นตอน ไม่โปร่งใส และมีส่วนได้ส่วนเสียกับคดีเช่นนี้ จะให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบกฎหมายและวิธีใช้กฎหมายของ DSI ได้ยังไง
4. การที่ DSI กำลังพยายามดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ทั้งที่คดีนี้ไม่มีเจ้าทุกข์ ถือว่าไม่เป็นธรรมกับลูกศิษย์วัดพระธรรมกายนับล้านคนทั่วโลกเป็นอย่างมาก
-------------------------------------------------
๒๒ เมษายน ๒๕๕๙
๑๓.๐๙ น.
Cr.Ptreetep
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





