วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559



นิยาย... พระกับมาร
...พอดีคิดถึงหนังสือกำลังภายใน...
จำได้หนังจะมีเทพกับมารคอยสู้รบกัน
มารจะเก่งขนาดใหญ่ ท้ายสุดก็แพ้เทพ...
...หรือถ้าจะแบ่งเป็น ธรรม กับ อธรรม หรือ ดี กับ ชั่ว ก็ได้นะครับ
...สถานการณ์ปัจจุบัน พระ ๒ รูป กำลังดัง และแบ่งฝ่ายกันชัดเจน ผมเลยขอสมมุติให้
องค์หนึ่งเป็นพระ  อีกองค์เป็นมาร
ท่านก็คิดเอาเองว่าองค์ไหนควรจะเป็นพระ องค์ไหนควรจะเป็นมาร
...สมมุตินะครับสมมุติ..
...พระ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี มารไม่มีข้อมูลว่าจบอะไร
...พระบวชครั้งเดียวเมื่ออายุประมาณ ๒๕ สายมหานิกาย
...มารบวชหลายครั้ง เรียกว่าบวชๆสึกๆ
...พระหลังจากบวชแล้ว ก็สร้างอาณาจักรทางพุทธขึ้นมา จากเล็กๆ จนใหญ่โตแทบไม่น่าเชื่อ
จนทำให้พุทธจักร์ของเรา ขยายไปจนศาสนาอื่นงง
...มารตั้งแต่บวชมาก็อาศัยวัดอยู่ ไม่ได้สร้างอะไรที่มีคุณแก่ชาวพุทธเลย
...พระเอาคำสอนเป็นที่ตั้ง แต่ด้วยความสามารถเฉพาะตัว ทำให้ลูกศิษย์เกิดขึ้นแบบลูกโซ่
ขยายจาก ๑๐ เป็น ๑๐๐ เป็น๑,๐๐๐ ท้ายสุดไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน โดยมีทั้งฝรั่งผมขาวด้วย
...ด้วยใจที่บริสุทธิ์ ดวงตาที่เห็นธรรม ทำให้สามารถรับบริจาคเงินได้เงินมหาศาล
สร้างถาวรวัตถุให้เป็นศูนย์กลางของการเผยแผ่พุทธศาสนาได้
...มารเอาวิชาไหนไม่รู้มาใช้ มีรายได้แปลกๆ เห็นชัดเจน
ไม่รู้โรงแรมไหน ต้องถวายเงินแบบยืนนับออกทีวีกันเลยกันเลย
แถมเคยประกาศขายวัดด้วยละ...วัดขายได้ด้วยหรือ งง จัง
...พระไม่เคยมายุ่งทางการเมือง ศิษย์มีทั้งเหลือง แดง แต่ปัจจุบันเหลืองที่ไม่ได้เป็นศิษย์
เหตุใดจึงมาเกลียดพระ ทนายก็ไม่เข้าใจจริงๆ
...มาร..ยุ่งการเมืองไปทั่ว เช่น ปิดถนน ปิดสถานที่ราชการ ฯ ขัดขวางการเลือกตั้ง เยอะเกินไปเลยขี้เกลียดจำ...
...พระเคยได้รับรางวัลจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่นรางวัลจากองค์กรยุวสงฆ์โลก wbsy
ในฐานะที่เผยแผ่พุทธศาสนาดีเด่นในระดับโลก และรางวัลอีกเยอะ จำไม่ไหวจริงๆ
...มาร..ได้รับหมายศาลจากตำรวจและดีเอสไอ หลายครั้ง ผลจากการกระทำผิดต่อกฏหมายบ้านเมือง
...ทุกวันนี้พระไม่เคยโต้ตอบอะไรกับทางราชการเลย
...มารทุกวันนี้ เที่ยวไปแจ้งความที่นั่นที่นี้..วุ่นวายปวดหัวไปทั่ว
...พระไม่เคยเอาของสกปรกไปถวายพระผู้ใหญ่
...มาร..ใครจำได้ไหมว่าเอาอะไรไปถวายพระผู้ใหญ่..

เอาเป็นว่านิยายจบแค่นี้ก็แล้วกัน ยาวไปเดียวไม่อ่าน


ทนายนิทัศน์ ประเสริฐเนติกุล
พฤหัสบดี ที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559



กรณีที่สื่อออกข่าว การที่คนที่มีชื่อเสียง ระดับพระผู้ใหญ่คนหนึ่งในสังคม
รวมทั้งองค์กรรักษาความยุติธรรมที่ขึ้นชือลือชาในการทำคดีดังๆมาหลายครั้ง
ได้ออกสื่อ เเทบวันเว้นวัน จุดประเด็นร้อนฮอตฮิตยิ่งกว่าละครหลังข่าว
ที่สังเกต ตัวละครออกหน้าออกตา มีไม่กี่คน
ได้รับเชิญไปออกรายการต่างๆ หลายสถานี

พูด เล่าเหตุการณ์ ทั้งข้อเท็จจริง หรือเมามันส์ไปตามอารมณ์ลูกล่อลูกชนของพิธีกร
จนธุรกิจสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลที่ซบเซา กลับมาคึกคัก
ไหนจะสื่อ สิ่งพิมพ์ ที่ออกข่าวเรียกเเขก
เพิ่มยอดการขายที่ขุดคุ้ยไม่เว้นเเต่ละวัน
ตีเรื่องไหน ก็ขอให้ตี เพื่อจะได้มีพื้นที่เรียกเเขก ขายข่าวบนเเผงได้
จนวันนี้ คนส่วนใหญ่ในสังคมเริ่มรับรู้เเล้วว่า
สื่อไหนที่มีจรรยาบรรณความเป็นสื่อมืออาชีพ
เเละสื่อไหน ...ที่เขียนข่าวยังไง ก็คงหากินได้เเค่ไม่กี่เดือนนี้
หลังเมามันส์ ในการยำ คู่ต่อสู้ที่ใช้หลักอหิงสา มานานจนเพลิน เกินขอบเขต
ไปหลายครั้ง
เมื่อวันที่คู่ต่อสู้เริ่มตั้งหลัก หลังจากอยู่ในภาวะ น้ำท่วมปาก
รู้เต็มอก เเต่พูดไม่ออก พูดไม่ทัน
เเต่ไม่ใช่ ไม่พูด
วันหนึ่งเมื่อข้อมูลพร้อม คนพร้อม ข้อมูลเท็จจริงต่างๆถูกออกมาชี้เเจง
เปิดเผย
จะงัดมาไม้ไหน จะถามอย่างไร  ตอบได้ตอบ
ตอบไม่ได้ ขอกลับไปหาข้อมูลเพิ่ม ที่ชัวร์ ชัด พร้อมหลักฐาน เเล้วกลับมา
เเถลงข่าวใหม่  ยินดีต้อนรับสื่อทุกช่อง สื่อทุกสำนัก สื่ออิสระทุกคน  เเม้กระทั่งเพื่อนสื่อเข้าร่วมรับฟังการเเถลงข่าว
มั่นใจทุกคำตอบ เพราะมีความกตัญญูต่อครู อาจารย์ที่อบรม สั่งสอนศีลธรรม
จนได้ดิบ ได้ดีมาจนทุกวันนี้
ไม่มีคำว่าร้าย พาดพิง ด่าว่า เหน็บเเหนม
มีเเต่ฝากให้ช่วยคิด
ฝากให้กลับไปทบทวน
หนึ่งเดียวที่มา
พร้อมปมหลังว่าเด็กวัดคลองสาม บ้านอยู่คลองหนึ่ง
เข้าวัดตั้งเเต่อยู่มัธยมต้น  โรงเรียนใกล้บ้านจนจบการศึกษาปริญญาในเมืองไทย
เเต่หัวใจ เเละคำพูด คำจา บ่งบอกภาษาสูงกว่าคนจบเมืองนอกบางคน
ที่ทุกวันนี้ยังมายืนด่าว่าอาจารย์ ที่ส่งเสียตัวเองเรียน
ทำให้สังคม บัญญัติชื่อ คนอกตัญญู เป็นโลโก้ประจำตัวศิษย์อกตัญญูทั่วประเทศ
ทุกรายการที่รับเชิญ ไปตามคำเชิญ
ให้ไปดีเบตกับใคร ไม่มีอะไรต้องกลัว
ในเมื่อข้อมูลจริงมีในมือ โตมากับวัด เห็นมากับตา พูดจาได้เต็มปาก
เเละในเมื่อสื่อยังคงชอบ ลงข่าวบอกไม่เต็ม จบไม่หมด เขียนออกข้างทาง
ตัดต่อเเต่ประโยคที่ตัวเองชอบ
เพื่อให้ได้ขายข่าว
จะเเปลกอะไรที่ สถานีของวัด จะกลายเป็นเวที ช่องเเถลงข่าวอย่างเต็มๆเน้นๆ
ให้คนวัด เเละไม่ใช่คนวัดได้จัดเต็ม
เเละวันนี้ เมื่อกฎหมู่รุมกัด จิก เริ่มใช้ไม่ได้ผล
เราก็ได้เห็นภาพ
เด็กเกเรร้องไห้ วิ่งไปฟ้องครู
จะทั้งพระ ทั้งโยม ไปในวันเวลา เดียวกันด้วยสิ
จนผู้ใหญ่บางคนในสังคมยังอดออกมาพูดตักเตือนพวกรุมระบบหมู่ให้เกรงใจเด็กมันมั๊ง

เถียงสู้ไม่ได้ ไปฟ้องศาล
เขาเรียก ผู้ใหญ่เเพ้ชวนตี หรือเปล่า??????
อายเขาไหมนั่น.....



cr  หทัยชนก






เราเห็นพระ  เห็นหลวงพ่อ
เห็นเป็นเนื้อนาบุญ
พี่คนดีเห็นเป็นสมี
เราเห็นวัดใหญ่โต ...
เป็นการเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนา พี่คนดีเห็นเป็นบริษัท

เราเห็นที่ปฏิบัติธรรมภายนอก
เพื่อให้คนเปลี่ยนบรรยากาศธรรมชาติๆ
เรียกว่า เวิลพีซวัลเล่ย์ปฏิบัติธรรม"
พี่คนดีเห็นเป็นโรงแรมรีสอร์ท
เราเห็นสื่อมวลชนที่ดี น่ารัก เลยเขียนรวมๆ พี่คนดีเอาแต่สื่อไร้จรรยาบรรณที่ไม่เข้าใจ
เราเห็นเจดีย์ ที่มีพระพุทธรูปนับล้าน
และเป็นรูปทรงดั้งเดิมจากพุทธกาล

พี่คนดีเห็นเป็นจานบิน
เราเห็นอาคารทรงกลมเป็นดวงธรรม ทำให้นึกถึงธรรมะภายใน
พี่เขาเห็นเป็นสตาร์วอร์
เราเห็นเทวรถจำลองเพื่ออัญเชิญหลวงปู่ทองคำ
เขาเห็นเป็นยานกลีบบัว
เราเห็นนกยูงขนาดใหญ่ที่ใช้อัญเชิญร่างของคุณยายอาจารย์
เพื่อทำพิธีสลายร่างด้วยความกตัญญู

พี่เขาเห็นเป็นยานนกยูง
จะบอกให้เลยก็ได้ครับ

เราไม่ได้อยู่ดาวเดียวกันหรอกครับ
หลังละโลก ตายกันไป
ผมมั่นใจว่า เราอยู่คนละที่แน่นอน
คนมันคุ้นยังไง มันก็ไปยังงั้นแหละ

“หากมองผ่านแว่นแห่งอคติของใจ
สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ตัวเขาแต่เป็นตัวเราเอง”

น้องแสนดี
................
66 เหมือนต่างโลก
เพราะเราเห็น คนละอย่าง เหมือนต่างโลก
เราจึงต้อง วิโยค เศร้าโศกศัลย์
เรามองเห็น เกณฑ์ความดี ที่ต่างกัน
เราเชื่อมั่น ในความคิด จริตตน

ยิ่งเราคิด ว่าเรานี้ มีพวกมาก
เราจะถูก พวกลาก ให้สับสน
เราจะเกิด อุปาทาน พานหลงกล
กระแสแห่ง มวลชน ที่ชี้นำ

มีศรัทธา แล้วจงเกิด ปัญญาคิด
อย่าหลงเดิน ทางผิด ติดถลำ
เรื่องมดเท็จ กลับเห็น ว่าเป็นธรรม
จะชอกช้ำ ตรอมตรม เพราะงมงาย

น้องแสนดีขอบคุณกลอนของพี่คนดีนะครับ
P.khondee ( พี่คนดี กวีสมัครเล่น)

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สุวิทย์ อิสระ วัดอ้อน้อย และนายไพบูลย์ นิติตะวัน
ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการกดดันให้ดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนีนั้น
เป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏ จากการ shut down กรุงเทพฯ ดีเอสไอได้ส่งฟ้องแล้ว
อัยการก็ได้พิจารณาสั่งฟ้องแล้ว ขั้นตอนล่วงเลยจนจะเป็นจำเลยขึ้นศาลแล้ว
แต่ทั้ง 2 คนได้ ร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการสูงสุด สั่งให้สอบเพิ่มเติม

คดีนี้เวลาล่วงเลยมากว่า 2 ปีแล้ว  ทำไมข่าวจึงเงียบสนิท!!!!

ทั้งที่เป็นผู้ต้องหาในคดีร้ายแรงถึงขนาดเป็นกบฏต่อแผ่นดิน
ยึดสถานที่ราชการนานหลายเดือน
ปิดเมืองหลวงของประเทศ สร้างความเสียหายแก่การบริหารราชการแผ่นดิน
และความสามัคคีของคนในชาติอย่างใหญ่หลวง
ดีเอสไอได้ออกหมายเรียก หมายจับ หมายค้นนำตัวทั้งคู่มาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อส่งให้อัยการ

สั่งคดีขึ้นสู่ศาลโดยเร็วหรือไม่
คำถามนี้ให้ใครตอบดี?????

ชี้เเจงทุกประเด็นกับที่ดินเขาใหญ่World Peace Valley   ที่วัดพระธรรมกายเปิดใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม ระยะสั้น 3 วัน เเละระยะยาว 7 วัน
อีกทั้งยังมีโปรเเกรมใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรม เเละสัมนาโครงการต่างๆของวัด เเละหน่วยงานราชการที่ร้องขอ อีกตลอดทั้งปี ดำเนินการมาเเล้วหลายปี เปิดใช้ตั้งเเต่ยังสร้างไม่เสร็จ
จากปริมาณ เเละขนาดพื้นที่ที่ไม่พ้นคำว่า "ใหญ่โตอลังการ"
ที่ในช่วงนี้ วัดพระธรรมกายกำลังถูกตีประเด็นร้อนเรื่องนี้อยู่
ทั้งที่สถานที่หลัก คือตัววัดพระธรรมกายเอง ที่ตั้งอยู่ใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
เเละกระจายไปยังศูนย์สาขา ทั้งใน เเละต่างประเทศ ถูกเผยภาพทั้งอาคาร สถานที่ อย่างเจาะละเอียดเเละไม่พ้น
คำว่า อลังการงานสร้าง


โดยผู้เสพข่าว จากสื่อต่างๆ หากยังมาไม่ได้ ไปไม่ถึง ก็คงเชื่อตามนั้น
เเต่ผู้ที่มีหัวคิดนักบริหารจะรู้ทันทีว่า
หากจัดงานสักครั้งหนึ่ง ลงทุนไปจำนวนเท่าไหร่ มีคน หรือลูกค้ามาร่วมงานยิ่งมากเท่าไหร่
ค่าใช้จ่ายต่อหัวจริงๆก็จะลดลงเท่านั้น เเละนั่นหมายถึงผลกำไรก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ชึ่งการที่คนจะมาเยอะ ก็เเสดงว่าสินค้า หรือ สิ่งจูงใจนั้นดีเยี่ยม
วันนี้เมื่อเปลี่ยนจากหลักการบริหารธุรกิจที่ไม่มี "สินค้า"เป็นเเหล่งจูงใจ
เเต่มีการก่อตั้ง วัดที่ระดับปัญญาชน มาบริหาร เเละปกครอง
ตั้งเเต่ระดับลูกวัด หรือเด็กวัด ตลอดจนพระทั่วไป พระบริหาร จนถึงเจ้าอาวาส ล้วนมีการศึกษาอย่างต่ำระดับปริญญาตรี ไปจนถึงปริญญาเอก
อีกทั้งภาคบังคับของวัดเอง ที่บุคลลากรคนใดมีความสามารถถึงก็จะได้รับการส่งเสริมทางธรรม
ให้เรียนขั้นต่ำตั้งเเต่ธรรมศึกษา ไปจนถึง เปรียญธรรม 9 ประโยค
โดยไม่ทิ้งการปฏิบัติธรรมที่เป็นหัวใจสำคัญของการมาตั้งวัด
เเละสละชีวิตมาอุทิศทำงานเพื่อพระศาสนา
ก็จะมองภาพวัดพระธรรมกายบนหลักพื้นฐานของความเป็นจริงว่า
สมควรเเล้วที่วัดนี้ จะมาได้ไกลถึงจุดนี้
ไม่ใช่ตั้งคำถามว่า
"เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง"


เเละคนที่เคยมาสักครั้งในชีวิต ได้คิดเหมือนปัญญาชน
ก็สามารถลองคิดคำนวนค่าใช้จ่ายต่อหัว จำนวนคนที่เข้าร่วมโครงการเเต่ละครั้ง ไม่ใช่หลักสิบ เเต่อย่างต่ำหลักร้อย จนถึงพัน หรือหลักหมื่น จนถึงเเสน เเล้วจะเห็นว่าถูกเเสนถูก
คุ้มเเสนคุ้ม สำหรับการใช้สถานที่เเต่ละที่ ไม่ว่าในหรือนอกประเทศ
เหมือนงาน" ล้มวัวทั้งตัว กินได้ทั้งหมู่บ้าน"
เเละล่าสุดก็ได้เห็นสื่อพยายามขุดคุ้ย ตีเเผ่เรื่องที่ดิน ที่เขาใหญ่เเบบ เขียนข่าวเพื่อจุดประเด็นสังคม
ทางวัดเองก็ออกมาชี้เเจง มีทั้งหลักฐานเเละเอกสาร ข้อเท็จจริงก็มาเเสดง
ได้เห็นสื่อออกข่าวต่อ เเต่ก็เป็นการเขียนข่าวเเบบไม่จบ คือเขาอธิบายมาอย่าง
ไปเขียนอีกอย่าง เเบบอยากสร้างกระเเสขายข่าวต่อ
เรื่องของวัดพระธรรมกาย จะจบอย่างไร
หรือจะถูกขุดเรื่องอะไรรายวันต่อไป
ไม่ทราบ!!!!!
เเต่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า เมืองไทยต้องยังมีที่ให้คนดียืน
จึงขอเป็นกระบอกเสียงในการช่วยเเถลงข่าว ลงข่าว ชี้เเจงข้อมูลตามจริงที่ได้รู้ได้เห็นมา
อย่างตอนนี้ที่อีกฝ่ายพยายามจะหาข้อผิดเรื่องการครอบครองที่ดิน แต่ไม่พบ ตอนนี้เลยพยามหาข้อผิดในเรื่องการขออนุญาตก่อสร้าง ซึ่งทางวัดขออนุญาตตามขั้นตอนกับอบต.หมูสี จ.นครราชสีมาอย่างถูกต้อง
มีข้อมูลที่นำมาให้ศึกษาในเบื้องต้น
คำว่า "รุกที่เขาใหญ่" เป็นการเลี่ยงคำว่า "รุกที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่"
เพื่อหลอกคนอ่านให้เข้าใจว่าวัดบุกรุกที่อุทยาน 
จริงๆแล้ว โซน ต.หมูสี(บ้านไร่ริมน้ำ) ต.โป่งตาลอง ก็เรียกว่า เขาใหญ่ทั้งนั้น

 เพราะในทางการตลาด รีสอร์ทและโรงแรมแถวนั้นจะอ้างอิงเขาใหญ่ทั้งสิ้น เพื่อดึงดูดลูกค้า
1.พื้นที่ของ World Peace Valley    อยู่ในเขตนิคมสร้างตนเอง เป็นเอกสารสิทธิ์ประเภท นส.3.ก สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ตามกฏหมาย อ้างอิงได้จาก แผนที่แนบท้ายกฤษฎีกา ถ้าคนโพสมีหลักฐานการทำผิดให้เอามาแสดงและแจ้งความได้เลย แต่ถ้ากล่าวหาลอยๆ เตรียมรับหมายศาล คดีอาญา ข้อหาหมิ่นประมาทได้เลย 


 2.ถ้า World Peace Valley    ผิด ทอสคาน่า และ คีรีมายา รวมทั้ง โรงแรมและรีสอร์ทบริเวณ ต.หมูสี และ ต.โป่งตาลอง ก็ต้องผิดทั้งหมด 

3.ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบแล้ว โดยเฉพาะ สปก.โคราช ออกมายืนยันแล้วว่า ไม่ใช่พื้นที่ สปก. 
4.รูปแบบอาคาร มีการขออนุญาตก่อสร้างจากทาง อบต.โป่งตาลอง อย่างถูกต้องตามขั้นตอน กฏหมายควบคุมอาคาร ที่ต้องทำเป็นตึกเนื่องจากมีผู้ใช้งานจำนวนมาก
ก็ชี้เเจงตามข้อมูลเเละหลักฐานตามความเป็นจริง
เเละก็เชื่อเเน่ว่า วันพรุ่งนี้ที่ยังมาไม่ถึง
คงมีเรื่องใหม่มาให้คุยอีก
เเต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี สังคมจะได้รับทราบว่า ใครเป็นใคร อะไรเป็นอะไร
ทั้งที่สาเหตุเริ่มต้นดังของวัด
เเค่คดีรับบริจาคของโจร
ที่ทั้งเจ้าทุกข์เเละผู้ต้องคดีตัวจริง ก็ยืนยันว่าวัดเป็นเเค่ทางผ่านเงินบริจาค ไม่ติดใจเอาความใดๆ
เเล้วไหง วันนี้ลากยาวเอาเรื่องกันตั้งเเต่ป่วยจริง ไม่จริงของเจ้าอาวาส
จนถึงขุดคุ้ยเรื่องสิ่งก่อสร้าง ที่ดิน ปนเปเเบบจะเอาผิดให้ได้สักเรื่อง
สื่อ หรือสังคมกำลังสับสนอะไรหรือเปล่า?????

cr:หทัยชนก

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สิงหาคมนี้
จะมีปรากฎการณ์สำคัญ
ถ้ายังทำร้ายธรรมกายไม่เลิกรา


ใครนะช่างใจอำมหิต
มุ่งทำร้ายและทำลายวัดธรรมกายให้ดับสูญ
ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หวังบดขยี้เล่นงานวัดธรรมกายให้ป่นปี้เป็นผุยผง
คงเป็นคำสั่งของผู้มีตำแหน่งใหญ่โต
ข้าทาสบริวารจึงตอบสนองคำสั่งกันจ้าระหวั่น

ทั้งตำรวจทหาร ทั้งหน่วยงานอิสระต่างร่วมมือถล่มธรรมกายอย่างเมามันโดยพร้อมเพียงกัน
ทั้งๆ ที่ผิดขั้นตอน
ทั้งๆ ที่ "พระธัมมชโย" ยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา
ทั้งๆ ที่อัยการยังไม่ได้ส่งฟ้อง
ทั้งๆ ที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาให้เป็นผู้ผิด แต่ DSI กลับออกหมายจับ

วันที่ 16 มิถุนายน 2016
เจ้าหน้าที่ DSI มีคำสั่งให้ตรวจค้นวัดพระธรรมกาย
และให้บุกจับลากตัว "พระธัมมชโย" เจ้าอาวาสออกจากวัด
ทหารและตำรวจในเครื่องแบบหลายพันนาย
พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่อาจคาดเดาจำนวนได้ว่ามีเท่าใด
สนธิกำลังบุกวัดพระธรรมกาย หมายลากตัวพระภิกษุอายุ 72 ซึ่งกำลังอาพาธ ออกมาเปลื้องจีวรประจานในที่สาธารณะตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ
การบุกค้นในวันนั้น
ทำต่อหน้านักข่าวทั้งไทยและเทศนับร้อย
ทำต่อหน้าศิษย์ธรรมกายนับหมื่นและทำต่อหน้าผู้ติดตามข่าว
ในสังคมออนไลน์จากทั่วโลกจำนวนนับล้านอย่างไม่สะทกสะท้าน
ผู้ออกคำสั่ง
คงมีอำนาจยิ่งใหญ่จนไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืน คงมีความเกลียดชังและอิจฉาอย่างแรงกล้าที่ไม่มีผู้ใดกล้าทัดทาน
คงมีความแค้นเคืองอย่างไร้เหตุผลที่ไม่มีผู้ใดกล้าท้วงติง ที่ต้องลาก "พระธัมมชโย" ออกจากวัด มาเปลื้องจีวรประจานในที่สาธารณะให้ได้ หาไม่แล้ว "พระธัมมชโย" จะมีบารมีมากเกินไป หาไม่แล้ว "ธัมมชโย" จะมีผู้คนกราบไหว้มากเกินไป มันทำร้าย "อัตตา" กันเกินกว่าที่จะให้อภัยได้

การบุกค้นในวันนั้น ต้องเลิกราไป ทหารและตำรวจเข้าไปค้นในวัดธรรมกายไม่ได้  ไม่สามารถลากตัว "พระธัมมชโย" ออกมาเปลื้องจีวรกลางที่สาธารณะได้ เนื่องจากไม่อาจเดินฝ่าฝูงชนนับหมื่น
   แต่ความพยายามของผู้มุ่งร้ายยังไม่เลิก การขอหมายจับ การขอหมายค้นยังคงดำเนินอยู่ เพียงแต่รอเวลาเท่านั้น


ที่นั่งตากฝนสวดมนต์อยู่บนเส้นทางและลานวัด เป็นที่รับทราบว่า
ธรรมกายเป็นวัดใหญ่และมีสาขาอยู่ทั่วโลก เฉพาะวัดธรรมกายที่ปทุมธานีแห่งเดียว มีพระภิกษุจำพรรษานับหมื่นรูป
มีอุบาสกอุบาสิกาเข้าวัดสวดมนต์ ทำกิจกรรมบุญวันละนับหมื่นคนทุกวัน
ประเมินจำนวนอย่างถ่อมตัว วัดธรรมกายน่าจะมีลูกศิษย์ 5-6 ล้านคนเป็นอย่างต่ำ
ศิษย์วัดธรรมกายมาจากทุกสาขาวิชา และมาจากทุกสาขาอาชีพ ไม่เว้นแม้แต่ทหารระดับบิ๊ก ตำรวจระดับนายพล   ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เศรษฐีหมื่นล้านและนักการเมืองชื่อดัง สานุศิษย์ของวัดธรรมกายจำนวนไม่น้อยเป็นบุคคลระดับหัวกะทิของประเทศ และจำนวนไม่น้อยร่ำรวยระดับต้นๆ ของประเทศ ว่ากันว่าถ้าศิษย์ผู้มีอันจะกินเพียง 20-30 รายเอาความร่ำรวยมาเทกองรวมกัน จะเป็นเงินนับแสนล้านบาท

ธรรมกายใช้ธรรมะปกป้องตัวเองตลอดมา ใช้ความอดทนอดกลั้นก้าวข้ามอุปสรรคเสมอมา
ใช้ความรู้และความศรัทธาเผยแพร่พุทธศาสนาสู่นานาประเทศ ด้วยวิสัยทัศน์และการบริหารจัดการระดับมืออาชีพ วัดธรรมกายจึงเจริญรุดหน้า มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย
ถึงกระนั้น ภัยก็มาถึงตัวทั้งๆ ที่ทำแต่ความดี
ถ้าธรรมกายใช้กำลังตอบโต้ที่ถูกกลั่นแกล้ง เลือดคงนองแผ่นดินถ้าธรรมกายใช้อำนาจเงินเป็นเครื่องมือ คงซื้อประเทศไทยได้ครึ่งค่อนประเทศ แต่ธรรมกายไม่เคยทำเช่นนั้น นอกจากความดีและวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ถ้ายังทำร้ายธรรมกายไม่เลิกรา คาดว่าศิษย์ของธรรมกายหลายล้านคน
จะออกไป Vote No ในการลงประชามติวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งอาจถือเป็น"บทเรียนแรก"
ที่ธรรมกายส่งสัญญาณให้ผู้ปองร้ายตน
ทราบว่ามันคือการลุกขึ้นสู้ แม้เป็นการสู้อย่างสันติอหิงสา
แต่มันจะส่งผลสะเทือนเลือนลั่นต่อผู้ปกครองและการปกครองที่ไม่ชอบธรรม
การกำจัดธรรมกายคงไม่ง่ายเหมือนการสังหารประชาชนมือเปล่า
เพราะการกำจัดธรรมกายก็คือการกำจัดพุทธศาสนานิกายเถรวาทให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย
ภิกษุสามเณรจำนวนกว่า 256,000 รูปของมหานิกายคงไม่นิ่งดูดายให้เกิดขึ้นแน่นอน ทั้งนี้ยังไม่นับรวมพุทธศาสนิกชนซึ่งเป็นพลเมืองกว่า 90 เปอร์เซนต์ของประเทศ
 
ถ้าผู้ปองร้ายธรรมกายยังไม่เลิกรา ยังไม่กลัว "เพลิงแห่งธรรมะ" จะลุกไหม้เผาผลาญให้รุ่มร้อนราวกับหมกไหม้อยู่ในไฟนรกแล้วไซร้ จงได้โปรดทำตามที่ใจท่านปรารถนาเถิด พวกเราจะรอคอยด้วยความอดทนเพื่อเฝ้าดูจุดจบในบั้นปลายชีวิตของท่านว่าจะเป็นเช่นไร



วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

 เมื่อปีพ.ศ.2536 มีข่าวครึกโครมพระยันตระ อมโรพระหนุ่มรูปงามแห่งเกริงกระเวีย
มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสีกาสาว นางจันทิมา มายะรังสี
สื่อต่างๆทั้งโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์แย่งกันนำเสนอข่าวหลากรูปแบบเพื่อกระตุ้นยอดขาย
โดยไม่สนใจข้อมูลเท็จจริงแต่อย่างใด
พฤติกรรมสามานย์สารพัดถูกนำมาใช้ใส่ร้ายป้ายสีเพื่อให้ดูชั่ว
ถึงขนาดส่งคนไปเผากุฏิไม้ที่ท่านอาศัยปฏิบัติธรรมบนยอดเขา เพื่อสร้างข่าวเอามาขาย
แม้พระพุทธรูปทองเหลืองยังต้องหลอมละลายเพราะความร้อน
รุ่งเช้าก็มีข่าวพาดหัวตัวไม้ใหญ่ยักษ์

       
"ฟ้าพิโรธ ลงโทษยันตระ"

สื่อแบกะดินที่แทบไม่ใครรู้จักและอยู่ในภาวะใกล้ล้มละลาย รุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นมาทันที
เพราะจับทางคนได้ว่า


"นิยมเสพข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี"


แต่สื่อยักษ์ใหญ่อย่างไทยรัฐ สมเป็นสื่ออันดับหนึ่งของเมืองไทย คือยึดหลักขายความจริงมากกว่ามุ่งยอดขายข่าวเท็จที่หวือหวา ได้ส่งนักข่าวเกรดเอเงินเดือนสูงไปบวชเป็นพระเพื่อสืบค้นความจริง
ก่อนพระนักข่าวรูปนั้นจะลาสิกขา ได้กล่าวสารภาพความจริงต่อหน้าพระสงฆ์และญาติธรรมว่า

"ผมเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถูกส่งมาบวชเพื่อมาเจาะหาความจริง
ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ได้ร่วมปฏิบัติธรรมกับหมู่คณะ ผมประจักษ์ชัดทั้งด้วยตัวเองและข้อมูล
ขอสารภาพเปิดใจ ณ ที่ตรงนี้ต่อหน้าทุกท่านว่า.....
...ผมเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของพระอาจารย์ยันตระ อมโรครับ"

หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปไม่นานนัก นางจันทิมา มายะรังสีก็ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง
แต่อนิจจจาสื่อไทยที่จรรยาบรรณตายไปแล้ว
ไม่มีสื่อใดลงข่าวคำสารภาพของนางจันทิมา มายะรังสีก่อนเสียชีวิตเลย
นอกจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และลงเพียงกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆเท่านั้น

'' ก่อนตายดิฉันขอสารภาพความจริง
เพื่อไถ่บาปว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับพระอาจารย์ยันตระไม่มีมูลความจริง
แต่เพราะความโกรธแค้นที่ถูกลูกศิษย์ขัดขวางไม่ให้เข้าใกล้พระอาจารย์
กอปรกับดิฉันอยู่ในภาวะร้อนเงินด้วย เมื่อมีคนว่าจ้างรับปากจะช่วยเหลือ
และสัญญาจะส่งเสียลูกสาวเล่าเรียนดิฉันจึงต้องทำงานนี้ให้กับเขา''

วัดพระธรรมกายก็เช่นเดียวกัน
ทั้งในอดีตที่ผ่านมาและในอนาคต
จะถูกสร้างข่าวร้ายจากสื่อที่ขายข่าวและพวกที่ต้องการทำลายศาสนา
จนกว่าจะไม่มีวัดพระธรรมกายอยู่บนผืนแผ่นดินไทยอีกต่อไป......

Cr: มิลา บายันต์
***ขบวนการทำร้ายพระพุทธศาสนามีอยู่จริง จากอดีตจนถึงปัจจุบัน...ทำอย่างไรคนไทยจะรู้ตัวกันเสียที

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Unordered List

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

โพสต์แนะนำ

ภูติ ผี ปีศาจ เเตกต่างกันอย่างไร

                ภูติ ผี ปีศาจ เป็นคำที่เราเคยได้ยินได้ฟัง มาตั้งเเต่ยังเด็ก เเม้กระทั่งละคร ภาพยนต์ต่างๆก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้...

Popular Posts

Text Widget