วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559




cr:http://www.nationtv.tv/main/content/social/378526514/
จากกรณีปรากฎข่าวในสื่อมวลชนและสื่อออนไลน์เกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย และสถานีวิทยุโทรทัศน์ DMC วัดพระธรรมกายขอชี้แจง ดังนี้
1. กรณีปรากฎข่าวในสื่อมวลชน อาทิ 
“เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ โดย พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวภายหลังการประชุมระหว่างดีเอสไอ อัยการ และตำรวจเกี่ยวกับการดำเนินดคีกับพระเทพญาณมหามุนี ว่า ... ผู้เกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนเช็คจากสหกรณ์ฯคลองจั่น เข้าวัดพระธรรมกาย และนำเช็คไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ http://www.posttoday.com/crime/468867 ” นั้น
วัดพระธรรมกายขอปฏิเสธว่า ไม่มีการนำเงินของวัดไปซื้อขายหุ้น
ในตลาดหลักทรัพย์ใดๆ ทั้งสิ้น ข้อสงสัยของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจึงไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ วัดพระธรรมกายรับบริจาคโดยสุจริตและเปิดเผย และได้นำเงินบริจาคไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค 
ดังนั้น หากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ มีเอกสารหรือหลักฐานที่ระบุชัดว่าทางวัดพระธรรมกายนำเช็คสหกรณ์ฯคลองจั่นไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้นำมาแสดงเพื่อความชัดเจน ป้องกันความสับสนในการรับทราบข้อมูลข่าวสารของประชาชน และเพื่อความเป็นธรรมแก่วัดพระธรรมกายด้วย

2. กรณีปรากฏข่าวในสื่อออนไลน์ ระบุ

 “ดีเอสไอส่งหนังสือถึง กสทช. ขอให้พิจารณาระงับการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์วัดพระธรรมกาย "DMC TV" หวั่นยุยง สร้างความปั่นป่วนนั้น

 …. ทางวัดพระธรรมกาย ขอคัดค้านความเห็นดังกล่าว และยืนยันว่าสถานีวิทยุโทรทัศน์ DMC ไม่มีการยุยง สร้างความปั่นป่วนแต่ประการใด

ทั้งนี้ สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อพระพุทธศาสนาผ่านดาวเทียม ช่อง DMC เป็นโครงการเผยแพร่ธรรมะ 24 ชั่วโมง ก่อตั้ง 9 พ.ค. 2545 (กว่า 14 ปี) เผยแพร่ใน 4 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ผ่านเว็บไซต์และดาวเทียม 7 ดวง ครอบคลุมทุกทวีป 
เนื้อหารายการประกอบด้วย พุทธประวัติ, ชาดก, สมาธิเบื้องต้น, กิจกรรมเยาวชนเก่งและดี, ละครฟื้นฟูศีลธรรมโลก, ธรรมะภาษาภาษาอังกฤษและจีน, การเผยแผ่พุทธศาสนาในต่างแดน, ถามตอบปัญหาธรรมะ เป็นต้น 
ที่ผ่านมา DMC ได้รับ 5 รางวัล ได้แก่
1.รางวัล “สถานีวิทยุโทรทัศน์ ส่งเสริมพระพุทธศาสนาดีเด่น” พ.ศ.2551 จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
2.รางวัล “มาตรฐานการผลิตสื่อ Telly Awards” ครั้งที่ 28 ในปี พ.ศ.2550 จำนวน 12 รางวัล
3.รางวัล “พุทธคุณูปการ” ประเภทวัชรเกียรติคุณ ประจำปี 2553 โดยคณะอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนา สภาผู้แทนราษฎร
4.รางวัล “ช่อสะอาด” ประจำปี 2553 โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
5.รางวัล “สื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5” ปี พ.ศ. 2559 โดยคณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี
ดังนั้น ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ DMC ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาอันขาดรายละเอียด และหลักฐานยืนยันใดๆ พร้อมขอเรียกร้องความเป็นธรรม หากมีความเชื่อว่าทางสถานีฯ มีพฤติการณ์ตามที่มีการกล่าวหา ขอให้ผู้กล่าวหาได้ระบุพฤติการณ์นั้นๆ ให้ชัดเจน ไม่คลุมเครือ เพราะการกล่าวหาลอยๆ นำมาสู่ความเสื่อมเสียชื่อเสียงของสถานีฯ เป็นอย่างยิ่ง
พร้อมกันนี้ ขอชี้แจงว่า ที่ผ่านมาทางสถานีฯ ได้ยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมาย และจริยธรรมสื่อมวลชนอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด จุดยืนของสถานีฯ คือ มุ่งส่งเสริมการศึกษาศีลธรรม ร่วมสร้างวิถีแห่งการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เป็นสื่อกลางในการน้อมนำธรรมะของพระพุทธองค์มาเป็นเครื่องมือสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นแก่บุคคล สังคม และประเทศชาติ 
ไม่ได้มีพฤติการณ์อันเป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย หรือเผยแพร่ข้อมูลที่เข้าข่ายเป็นการชักชวน ยุยง เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนหรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามที่มีการกล่าวหาแต่อย่างใดทั้งสิ้น
ซึ่งขณะนี้ทางสถานีฯ กำลังเตรียมยื่นคัดค้านการระงับเผยแพร่ภาพและเสียง ทั้งนี้ การกระทำของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ถือว่าขัดกับหลักเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน อีกด้วย
จึงเจริญพรมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส
ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย
7 ธันวาคม 2559


บอร์ด กสท. มีมติสั่งปิดทีวีช่อง"ธรรมกาย" หรือ DMC TV 15 วัน หลังDSI
ส่งหนังสือให้ กสทช. ระงับการออกอากาศ ชี้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเชิญชวน สาวก รวมตัวกันทำพิธีกรรมทางศาสนา ขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่จับกุมพระธัมมชโย.....          
http://pantip.com/l/http%3Aฯ๑ฯฯ๑ฯmanager.co.thฯ๑ฯOnlineSectionฯ๑ฯViewNews.aspx%3FNewsID%3D9590000121930
      
DMC ได้รับ 5 รางวัล ได้แก่
1.รางวัล “สถานีวิทยุโทรทัศน์ ส่งเสริมพระพุทธศาสนาดีเด่น” พ.ศ.2551 จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
2.รางวัลมาตรฐานการผลิตสื่อ Telly Awards ครั้งที่ 28 ในปี พ.ศ.2550 จำนวน 12 รางวัล
3.รางวัลพุทธคุณูปการ ประเภทวัชรเกียรติคุณ ประจำปี 2553 โดยคณะอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนา สภาผู้แทนราษฎร
4.รางวัลช่อสะอาด ประจำปี 2553 โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
5.รางวัลสื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ปี พ.ศ. 2559 โดยคณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี

เเล้วทำอย่างนี้ก็ได้ด้วยหรือ???
เป็นอะไรไปเเล้วสังคมไทย สังคมพุทธฯ
เชิิญชวนคนเข้าวัด สวดมนต์ นั่งสมาธิ ร่วมพิธีกรรมเเบบพุทธฯ สอนศีลธรรม ชวนคนรักษาศีล
ลด ละ เลิกอบายมุข
ทีวีน้ำดี ที่เเทบจะกลายเป็นหยดน้ำในตุ่ม
สื่อโลภาภิวัฒน์เเห่งความบันเทิง
เชื่อเเล้วว่า ทำไมถึงยุค
สวรรค์ร้าง นรกเเน่น ต้องต่อคิว




วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559

คดีพระธัมมชโย สรุปแล้ว เกิดจากการรังแกของเจ้าหน้าที่รัฐ? หรือไม่?????
ถ้ากล่าวถึงกรณีของพระธัมมชโย ตอนนี้รู้สึกจะโด่งดังไปทั่วไทยและไปทั่วโลกไปแล้ว กระแสได้โหมโรงโดยผู้มีอำนาจหลายคนถึงกับออกตัวแรงคาดการณ์


จะใช้กองทัพตำรวจมาบุกจับและจับท่านสึก


หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายถึงไม่ยอมมอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ตนเองซักที ซึ่งหลายคนก็เห็นด้วยและบางส่วนยังเฉยๆ วันนี้จึงขอพาไขความลับ แฉความจริงให้รู้กันไป ซักที ขอเรียกแผนนี้เรียก “แผนจับสึกถอดผ้าเหลือง” ณ จุดนี้

ถ้าจะให้รู้ความจริงของแผนนี้ต้องย้อนไม่เมื่อประมาณต้นปีคือ เดือนกุมภาพันธ์ 2559
แผนจับสึกเริ่มต้นออกมาโดยกลุ่มนายไพบูลย์ นิติตะวัน นายมโน เลาหวณิช  และหลวงปู่พุทธอิสระ

ดันดีเอสไอให้เข้าไปตรวจสอบพระลิขิตเรียกร้องให้สำนักพุทธและมหาเถรสมาคมตรวจสอบเพื่อให้พระธัมมชโยปาราชิกหรือสึก จากคดียักยอกเงินและที่ดิน แต่แผนไม่สำเร็จเพราะเรื่องได้พิจาณาจบไปนานแล้วและยืนยันว่าพระธัมมชโยไม่ผิด แต่ทางกลุ่มนายไพบูลย์ไม่พอใจการพิจารณาคิดว่าสมเด็จช่วงมีส่วนช่วยให้พระธัมมชโยพ้นผิด
ขณะที่ผิดหวังกับแผนแรกก็ไป

แผนสองคือต้องการเอาผิดสมเด็จช่วง
หรือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ โดยเอาคดียัดรถเก่าที่ตีข่าวเป็นรถหรูให้ท่านด่างพร้อย เพื่อยื้อไม่ให้ท่านขึ้นเป็นสังฆราช โดยตัวละครตัวคือ กลุ่มนายไพบูลย์ นิติตะวัน นายมโน เลาหวณิช ประสานงานกับดีเอสไอ โดยร้ายที่สุดถึงกับมีข่าวจะแจ้งจับสมเด็จฯกันเลยทีเดียว โชคดีที่คดีตอนนี้ได้จบไปแล้ว คือท่านไม่มีความผิด ท่านเป็นเพียงผู้รับบริจาค ไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิดแม้แต่น้อย แต่แปลกไหมรถหรูมีทั้งประเทศ 7 พันคันแต่ดันโดนที่ท่านรูปเดียว แต่
อย่างไรก็จบไปด้วยดีแล้ว แต่ตอนนี้เหมือนมีใครสักคนกำลังดองเรื่องท่านไว้ ไม่นำชื่อท่านไปทูลเกล้าฯ
เมื่อแผนดูท่าไม่ง่าย เลยกลับมาลุยพระธัมมชโยต่อตอนนี้หาช่องกฎหมายยัดคดีฟอกเงินและรับของโจรให้ อาศัยช่องกฎหมายไทยที่เป็นระบบกล่าวหา
คดีนี้ก็เหมือนกัน ท่านธัมมชโยเป็นเพียงผู้รับบริจาค ไม่รู้เห็นเงินเลยซักบาทแต่มากล่าวหาลอยๆ ถ้างั้นพระในประเทศไทย ผิดหมด หากมีโจรซักคนมาทอดผ้าป่า ทอดกฐินที่วัด แค่นี้ยังไม่เข้าใจกันหรือ? ยิ่งเรื่องฟอกเงินเหรอ ยิ่งไม่เข้าใหญ่ เพราะถ้าเข้าข่ายฟอกเงินต้องเป็นลักษณะการค้า แต่นี้เช็คแต่ละใบมีเส้นทางการเงินชัดเจนคือเอาไปจ่ายค่าสร้างศาสนาสถานหมด
และจริงๆ แล้วเงินหมื่นล้าน วัดธรรมกายรับมาแค่ 8 เปอร์เซ็นต์ คือ 8 ร้อย และทางลูกศิษย์ก็ได้รวบรวมคืนหมดแล้วแต่หน่วยงานอื่นที่รับเงินไป ไม่เห็นมีใครมาช่วยเยียวยา แต่ดีเอสไอเหมือนไม่เคยไปติดตามแต่มุ่งเจาะจงที่วัดธรรมกายเป็นหลัก แม้ทางสหกรณ์ได้ถอนฟ้องแล้วไม่ติดใจ
แต่แผนก็ยังเดินต่อ ซึ่งนายธรรมนูญคนที่ฟ้องคงเป็นกลุ่มเดียวกันกับนายไพบูลย์ นั่นเอง มาถึงนี้มันสื่ออะไรได้เยอะ แล้วคดีนี้มีเงื่อนงำอะไร ที่บอกว่ามี
การกลั่นแกล้งตั้งแต่ต้น

1. มีหมายเรียกหลุดไปถึงสื่อหนังสือพิมพ์ออนไลน์ก่อนที่จะถึงพระธัมมชโย อันนี้ถือว่าเป็นจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่รัฐเลย แต่หลุดไปอย่างนี้เข้าข่ายมี
ความผิดหรือไม่

2. ตรงนี้อ่านกันให้ดีๆเรียงตัวเลย ตามกฎหมายตามหมายเรียกเพื่อแจ้งข้อกล่าวหานั้น พนักงานสอบสอบมีอำนาจจะแจ้งข้อกล่าวหาที่ไหนก็ได้ แต่อัยการขจรศักดิ์ คนเดียวเท่านั้นยืนยันว่าหลวงพ่อต้องออกไปที่ดีเอสไอหรือศาลเท่านั้น ทั้งที่ตนและดีเอสไอรู้ดีที่สุดว่าพระธัมมชโยป่วย ไม่สามารถออกนอกวัดได้
จากภาพที่มาเห็นด้วยตาเมื่อปี 2558

3. ทางคณะศิษย์เองได้ขอร้องทางดีเอสไอหลายครั้งให้มาแจ้งข้อกล่าวหาที่วัด ถึงกับบอกว่าจะขอเอารถไปรับเชิญมาได้ไหม แต่ไม่มีใครยอมมา สุดท้ายหมายจับก็ออกมา จึงตั้งข้อสงสัยว่ามีความตั้งใจออกหมายจับตามแผนหรือไม่ เพื่อให้พระธัมมชโยมีความผิด เพื่อให้จับสึกง่ายๆ
4. แผนนี้ก็ได้รับการสนับสนุนและขับเคลื่อนโดยคนกลุ่มเดิมคือกลุ่มที่มีส่วนร่วมในการปิดถนนแจ้งวัฒนะนั่นเอง
และแผนก็ได้ขับเคลื่อนสู่การออกหมายจับสำเร็จเมื่อวันที่17 พฤษภาคม 59 แล้วก็ตามคาดมีการบุกเพื่อเข้ามาตรวจค้นเพื่อจับตัวเจ้าอาวาสโดยครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน แต่โชคดีที่ครั้งนั้น ท่านรองอธิบดีดีเอสไอยังมีความเมตตา เห็นแต่มวลชนที่เป็นลูกศิษย์วัด และหวั่นมือที่สาม ยอมถอยกำลัง แต่ใครที่ไปด้วยวันนั้นกลับไม่พอใจ ครั้งนี้เลยอาสามาจัดการกับพระธัมมชโยแทน ท่านนั้นคือพลตำรวจเอกศรีวราห์ รองผู้กำกับการตำรวจแห่งชาติ
ซึ่งจากนั้นมาท่านได้วางแผนเป็นอย่างดี ด้วยแผนไปหาความผิดของพระธัมมชโย ตามวัดสาขาต่างๆ เพื่อไล่ล่าและแจ้งความผิดให้ เพื่อจะได้เอาคดีมาเป็นของตำรวจ ตนจะได้ทำหน้าที่ได้อย่างสะดวก บุกไปทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก ทั้งสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาให้ไปในทุกที ที่รู้ว่าพระของวัดพระธรรมกายอยู่ แม้ท้องที่นายังไป สุดท้ายได้คดีสมใจในสองคดี และก็ได้แจ้งข้อกล่าวหาเหมือนเดิม เพื่อออกหมายจับ ทั้งโคราชและจังหวัดเลย เพราะรู้ดีว่า พระธัมมชโย ไปรับทราบข้อกล่าวหาไม่ได้อยู่แล้วเพราะป่วย รวมทั้งจะได้กล่าวหาว่าท่านเป็นผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมาย เพื่อจะเป็นข้ออ้างในการบุกวัดได้อย่างสมใจ หมายจับจึงออกมาได้ดั่งใจตามคาด
ท่ามกลางกระแสที่อัยการเลื่อนสั่งฟ้องถึง 5ครั้ง เหตุง่ายๆ คือ หลักฐานไม่เพียงพอที่จะสั่งได้
กระแสหมายจับที่สองและสามของตำรวจก็มาโหมกระแสให้แรงขึ้น จนเป็นกระแสให้อัยการออกมาแถลงข่าวโดยมีคำสั่ง “ควรสั่งฟ้อง” แต่ถูกสื่อตีตราว่า “สั่งฟ้อง” เป็นเหตุให้กระชับการออกคำสั่งบุกของผู้มีอำนาจให้เร็วขึ้น จะเห็นได้ว่ากระบวนการนี้ไม่ใช่ เป็นการปกติแต่ย่อมมีการวางแผนไว้เป็นอย่างดี ซึ่งการเข้าไปร่วมอาจถึงตายได้เพียงข้ามคืน
ผ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านคงเข้าใจความเป็นไปถึงตอนนี้ ที่สื่อกำลังโหมกระแสอย่างหนักอยู่ที่ดีเอสไอและตำรวจได้ประสานกันมาบุกเข้าวัดพระธรรมกายในครั้งนี้ ก็เพื่อจับพระธัมมชโย สึกตามแผน ถอดผ้าเหลือง ล้มวัด ตามแผนที่วางไว้แล้วนั่นเอง
มาถึงตรงนี้แล้ว ท่านผู้อ่านคงกระจ่างในความเป็นเป็นของคดีวัดพระธรรมกาย และสรุปได้เองว่า แท้จริงคดีนี้ เกิดจากการรังแกของเจ้าหน้าที่รัฐ? หรือไม่หรือมีใบสั่ง? การเสี่ยงเข้าไปในกระบวนการอาจถึงตาย แม้เพียงข้ามคืน


แหล่งข่าวอ้างอิง
"พระพุทธะอิสระ" จี้ มส.รับผิดชอบฝืนพระลิขิต
http://www.nationtv.tv/main/content/social/378445304/
“ไพบูลย์” ยื่นหนังสือเร่ง”ดีเอสไอ”ให้ตรวจสอบกรณีรถหรูสมเด็จช่วง อ้างเพื่อตัดข้อครหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เตรียมยื่นหนังสือให้ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินตีความกฎหมายสงฆ์
http://www.matichon.co.th/news/4383
“ไพบูลย์ นิติตะวัน” เปิดเช็คสมเด็จช่วง 1ล้าน จ่ายภรรยาเจ้าของอู่รถหรู
https://www.pptvthailand.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/35082

https://www.youtube.com/watch?v=aSj7AsPdJH8&feature=youtu.be
   “อัยการ”สั่งฟ้องต้องจับ“ธัมมชโย”ทันที..!!
http://www.komchadluek.net/news/politic/249781ผ่า

ข่าวด่วน !!!! ตร.แจ้งจับรักษาการณ์เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
ฐานให้ที่พักพิงหลวงพ่อธัมมชโยและเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฎิบัติตามหน้าที่  วันนี้ทางตำรวจได้แจ้งความที่สภอ.คลองหลวงให้ดำเนินคดีรักษาการณ์เจ้าอาวาสฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ช่วยเหลือให้พักพิงหลวงพ่อตามป.อาญา157และ189

ตลกไหมครับ ????
เมื่อวาน.ดีเอสไอ.ส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจา
วันนี้ตำรวจแจ้งจับ

หลอกว่าจะรักแล้วกลับทำร้ายเหมือนหนังน้ำเน่าไม่มีผิด
มีอำนาจอยู่ในมือจะทำอะไรก็ได้ไม่ต้องคิดถึงผิดถูก ส่วนทางวัดแทนที่จะตอบกลับเรื่องหลวงพ่อให้ชัดเจนแต่เป็นเตมีย์ใบ้ ไม่ตอบกลับหนังสือของตำรวจซะงั้น ก็เลยถูกหวยเป็นคดี
เวลานี้เป็นสงครามกฏหมาย

เห็นทางวัดเอาพระมาเจรจากับทางดีเอสไอเห็นแล้วก็พูดไม่ออก แพ้ตั้งแต่เปรียบมวยตำรวจแจ้ง157ได้ไง พระไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานนะ..เจ้าพนักงานต้องแต่งตั้งโดยรัฐ แต่นี้แต่งตั้งตามพ.ร.บ.สงฆ์ มันเวอร์เกินไปจริง
เป็นคดีแล้ววัดจะเป็นเตมีย์ใบ้อีกไหม

เป็นคดีต้องแก้ทางกฏหมายนะ อย่าใช้วิธีเงียบเฉยมันจะบานปลาย

เชื่อว่าอีกไม่กี่วันหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่1จะส่งด่วนจี๋ไปถึงแน่นอน ถ้าไปตามหมายก็ต้องพิมพ์10นิ้วในฐานะผู้ต้องหา ถ้าไม่ไปเกิน3ครั้ง หมายจับออกมาแน่นอน
เหนื่อยและสงสารพระมากแต่ทำใจในระบบวัด
ไอ้ความหวังลมๆแล้งๆคงจะเลิกคิดได้แล้ว
เอาความจริงเข้าสู้ดีกว่า
จากไม่ผิดกลายเป็นผิด
จากผิดคนเดียวกลายเป็นหลายคนแล้ว
ไม่ได้รังแกกันจริงๆครับ เชื่อทนายเถอะ

ทนายนิทัศน์ ประเสริฐเนติกุล
เสาร์3ธค59 14.59น......

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559


ข่าวว่าทางตำรวจขีดเส้นตายให้ส่งมอบตัวหลวงพ่อธัมมชโยภายในเที่ยงคืนนี้
เรามาดูอำนาจในการค้นกัน
ตามป.วิอาญา ม. ๙๖  บัญญัติไว้ว่า" การค้นในที่รโหฐานต้องทำระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและตก มีข้อยกเว้นดังนี้ "
๑. เมื่อลงมือค้นแล้วแต่ในเวลากลางวัน ถ้ายังไม่เสร็จจะค้นต่อไปในเวลากลางคืนก็ได้
๒. ในกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งหรือซึ่งมีกฏหมายอื่นบัญญัติให้ค้นได้เป็นพิเศษ จะทำการค้นในเวลากลางคืนก็ได้
๓.การค้นเพื่อจับผู้ดุร้ายหรือผู้ร้ายสำคัญ จะทำในเวลากลางคืนก็ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมตำรวจ หรือข้าหลวงประจำจังหวัดฯ


ดังนั้นหลวงพ่อไม่ใช่ผู้ดุร้าย หลวงพ่อเป็นพระชราแถมอาพาธ
และไม่ได้เป็นผู้ร้ายสำคัญอะไร ความผิดที่ถูกกล่าวหา เป็นคดีความผิดเล็กน้อย ไม่ใช่ปล้น ฆ่า ค้ายา ฯ แต่อย่างใด
หลวงพ่อนอนป่วยอยู่ในวัด จึงไม่มีเหตุฉุกเฉินอย่างยิ่ง เพราะหลวงพ่อไม่ใช่กำลังจะหนีออกไปต่างประเทศ   ส่วนกฏหมายอื่นให้ค้นได้ ในกรณีหลวงพ่อนี้ไม่มีกฏหมายอื่นแน่นอน
ดังนั้นจึงสรุปได้เลยว่า ตำรวจไม่สามารถใช้ ม. ๙๖ ลักไก่มาค้นวัดในเวลากลางคืนได้  นอกจากตำรวจจะกล้าบ้าบิ่น อ้างมาตรานี้มาใช้แบบน้ำขุ่นๆมั่วๆ เพราะตามหลักการใช้กำลังจำนวนมาก บุกเข้าไปในสถานที่ที่มีคนที่เห็นต่างเฝ้าวัดจำนวนมาก นั้นเท่ากับเป็นการฆาตกรรมหมู่เลยนะ
เพราะในเวลากลางคืน ต่างคนต่างกลัว เห็นเป็นยิง แทนที่จะจับหลวงพ่อ กลายเป็นจับปืนฆ่าศิษย์หลวงพ่อแทน  

ทนายจึงค้านหัวชนฝาเลยครับ  อย่าทำให้น้ำตานองแผ่นดิน เดี๋ยวชาวพุทธทั้งประเทศทนไม่ได้  อะไรอะไรก็อาจเกิดขึั้นได้
ถ้าเป็นดังเส้นตายที่ทางตำรวจขีดไว้  น่าจะมีการเข้าตรวจค้นวัดในเวลาเช้า อาจเป็นเช้าใดเช้าหนึ่งในเร็วๆวันนี้    แต่ทนายก็ยังคงสงสัยอยู่ดี ตำรวจจะทำไปทำไมกัน ทำไปมีคนตายแน่นอน
ศาสนาอื่น เราเห็นบ่อยๆ ยอมตายเพื่อศาสนา  แต่ศาสนาพุทธเรายังไม่เคยเห็นเป็นข่าว 
หรือว่าอยากจะทำให้ศาสนาพุทธของเรา ดัง
ข้ามโลก
โดยพุทธฆ่าล้างพุทธ ในวัดพุทธ โดยชาวพุทธ
คิดแล้วเศร้าครับ

ทนายนิทัศน์  ประเสริฐเนติกุล ทนายผู้พิทักษ์ศาสนา
พุธ ๓๐ พย ๕๙  ๑๘.๓๖ น.

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ทำไมถึงมีคนจะจับสึกและสั่งฆ่า
หลวงพ่อธัมมชโย  และจะปิดวัดพระธรรมกาย ??

มีคนถามมาทางหลังไมค์มากมาย
ทั้งๆ ที่ได้เคยเขียนเรื่องนี้อธิบายหลายครั้งแล้ว คนจำนวนมากก็ยังไม่ได้อ่าน

จึงขอเอามาเขียนใหม่
ไม่ว่ากันนะ ถ้ารำคาญเขียนอะไรซ้ำซาก
ก็ไม่ต้องอ่านคะ หรือจะเลิกเป็นเพื่อนก็ไม่ว่ากัน

สาเหตุของเรื่องทั้งหมด เกิดจาก มันมีคนหลายกลุ่ม  ที่ต้องการสึกหลวงพ่อธัมมชโย และปิดวัดพระธรรมกาย
1) กลุ่มพวกผู้มีอำนาจหลายกลุ่ม นี่สำคัญที่สุด
ในการจะล้มวัดพระธรรมกาย สาเหตุเพราะ


1.1  มันเป็นเรื่องเริ่มต้นนานมาแล้วตั้งแต่วัดพระธรรมกาย
เริ่มดังมีคนเข้าวัดมากผู้มีอำนาจกลุ่มนี้เริ่มกลัวว่า

วัดนี้จะใหญ่โต มีคนขึ้นมาก จะมีอิทธิพล
จนไม่สามารถควบคุมได้ คนจะรักหลวงพ่อธัมมชโยมากกว่า


1.2 มาขอให้หลวงพ่อธัมมชโย เปลี่ยนจากการเป็นพระมหานิกาย
มาเป็นพระธรรมยุติ ไม่สำเร็จ ท่านไม่ยอมเปลี่ยนเด็ดขาด
1.3 มาไถเงินวัดพระธรรมกายไม่ได้ดั่งใจ
ปี2542 ที่มีเรื่องดังของวัดครั้งแรก ก็เพราะ มาไถเงิน
ครั้งแรกขอ500ล้าน ต่อไปให้ส่งให้ใช้เดือนละ100ล้าน
วัดปฎิเสธ จึงไม่พอใจมาก และมีมาขอเรื่อยๆ


1.4  ที่ดินของวัดพระธรรมกายที่พิจิตร
มีสายแร่ทองคำ ที่ต่อมาจากเมืองแร่ทองคำพิจิตร ชึ่งเป็นอุปสรรคในการขยายเหมืองแร่อย่างมาก ขอชื้อก็ขายไม่ได้ เพราะเป็นที่ของวัด เป็นธรณีสงฆ์


1.5 ต้องการจับสึกหลวงพ่อธัมมชโย
เพื่อจะเอาไปอ้างขัดขวางไม่ให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

ขึ้นเป็นสังฆราช หาว่าเป็นพระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อธัมมชโย รับเงินหลวงพ่อธัมมชโย ทั้งนี้เพื่อจะเอาพระของฉัน ชึ่งเป็นพระธรรมยุติ ขึ้นมาเป็นแทน พระมหานิกายและจะเอาไปล้ม
มหาเถรสมาคม โดยอ้างว่าหย่อนยาน
ไม่สึกหลวงพ่อธัมมชโยตามพระลิขิตของสังฆราช
และรับเงินหลวงพ่อธัมมชโยในการแต่งตั้งยศ

เพราะมีแผนจะเข้าควบคุมคณะสงฆ์ทั้งประเทศ
โดยจะตั้งสภาคุณธรรม ขึ้นมาปกครองแทนมหาเถรสมาคม


1.5 ต้องการสมบัติของวัดพระธรรมกาย
ตาโตอยากได้มาก โดยเฉพาะ พระทองคำองค์ละตัน 8 องค์
เงินทั้งหมดของวัด และที่ดินที่ลูกศิษย์ถวายให้หลวงพ่อธัมมชโย
ชึ่งมีมหาศาล


2)กลุ่มศาสนาอื่นๆ ชึ่งอยู่เบื้องหลังเป็นคนจ่ายเงิน
ค่าดำเนินการล้มวัดนี้ทั้งหมด
กลุ่มนี้รู้ว่า ถ้าล้มวัดพระธรรมกายได้
การจะล้มศาสนาพุทธจากประเทศไทย
นั้นง่ายเหมือนปลอกกล้วย


3)กลุ่มนักการเมืองผสมโรง
นักการเมืองพรรคหนึ่งเคยมาขอให้วัดพระธรรมกายเป็นฐานเสียงเพราะวัดนี้มีลูกศิษย์หลายล้านคนทั่วประเทศ
แต่วัดปฎิเสธ ไม่เล่นการเมืองจึงถูกอาฆาต

และพรรคนี้กลัวว่าวัดพระธรรมกายจะไปเป็นฐานเสียง
ของพรรค ตรงกันข้าม พวกเขาจึงส่งคนออกมากล่าวหาใส่ร้าย
วัดพระธรรมกายทุกๆอย่าง

พวกเขาต้องการให้ล้มวัดนี้ลงปิดวัดเสีย
จึงออกข่าวว่า วัดพระธรรมกายต้องการแยกตัวเองเป็นอิสระ

วัดนี้ซ่องสุมกำลังคนและอาวุธไว้ในวัด
พระในวัดเป็นพระปลอม เป็นพวกคนอีกฝ่ายปลอมตัวมาบวช
เพื่อรอทำการสารพัดที่จะใส่ร้ายหลวงพ่อธัมมชโยและ
วัดพระธรรมกาย

นักการเมืองบางคน ปี2542 มาไถเงินวัดนี้ ค่าจะยุติเรื่องทั้งหมดที่เล่นงานหลวงพ่อธัมมชโย ถึง 5,000 ล้านบาท แต่วัดปฎิเสธ

‍4) กลุ่มสื่อต่างๆ ที่ไม่พอใจ วัดพระธรรมกาย
เพราะมาไถเงินจากวัดไม่ได้

เมื่อปี2542 มีสื่อหลายสื่อ เดินเข้าวัดมาขอไถเงินค่าปิดปากไม่ลง
ข่าวมากมาย แต่วัดไม่ยอมจ่าย

คราวนี้วัดจึงถูกรุมใส่ร้ายป้ายสีจากเกือบทุกสื่อ
และสื่อได้แก้แค้น ขณะเดียวกันสื่อก็รับเงินจากผู้มีอำนาจ
และต่างศาสนาด้วย


5)พระด้วยกันที่อิจฉาวัดพระธรรมกายโดยเฉพาะพระที่มีตำแหน่งใหญ่โต
อิจฉาเพราะวัดพระธรรมกายใหญ่และมีคนศรัทธามากกว่าวัดตัวเอง
และบางองค์โกรธที่ตัวเองทำพระขาย ขายไม่ออกเพราะ
คนมารุมทำบุญกับวัดพระธรรมกายหมด

จึงร่วมให้ร้าย วัดพระธรรมกายมาตลอดเวลา

6)ศิษย์เนรคุณ ที่วัดส่งไปเรียนปริญญาเอกที่เมืองนอกถึงสองประเทศ ด้วยเงินของวัดและศิษย์วัดพระธรรมกาย

แต่กลับมาสนองคุณอย่างเลวทราม
เพราะโกรธที่ ขอบริหารวัดคนเดียว
ให้หลวงพ่อวางมือให้ตัวเองบริหาร

เมื่อไม่ได้จึงออกจากวัดนี้ไปเอง ไปถูกไล่ออกจากวัดอื่นๆถึง4วัด
แล้วสุดท้ายขอกลับมาอยู่วัดพระธรรมกายใหม่ ทางวัดไม่รับกลับ


7)กลุ่มคนกินผัก โกรธเพราะมาขอความร่วมมือจากวัดนี้ให้
ล้มมหาเถรสมาคม แต่วัดพระธรรมกายไม่เอาด้วย
นี่คือความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการจะ
จับสึกหลวงพ่อธัมมชโย และล้มวัดพระธรรมกาย

ตามคำสั่งที่ขัดไม่ได้
ใครจะเชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ ฉันก็เขียนตามที่รู้มาและบางอย่างก็ร่วมอยูในเหตุการณ์ด้วย
แต่โปรดจำไว้ด้วยนะ คนที่มีศีล ไม่ว่าศีล5,8,10,227ข้อ เขาจะไม่โกหกเพราะเขารู้ว่ามันบาปขนาดไหน ผลที่จะได้รับเมื่อตายไปแล้ว
ต้องไปลงนรกขุมที่4รุนแรงกว่าไปฆ่าคนตาย

คนหัวดำ สื่อต่างๆ นักการเมือง คนต่างศาสนาและกลุ่มผู้มีอำนาจ
ไม่มีศีล ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ
รู้แต่จะเอา จะเอา ทำตามใจตนเอง
ทำได้ทุกอย่าง เลวสุดๆ
โกหกใส่ร้ายเป็นไฟ
จะเชื่อใครก็ตามใจนะ ไม่ว่ากัน

ฝูงผึ้งย่อมอยู่ในกลุ่มผึ้ง ดูดแต่น้ำหวาน
ของสะอาดหอมหวลเป็นอาหาร
ฝูงแมลงวันย่อมอยู่ในกลุ่มแมลงวัน
เฝ้าดูดดมกินแต่ของสกปรก
กินขี้เป็นอาหาร


Cr.Siriporn Suksuthipunth

ได้ยินมาอีกเเล้วว่าวัดรวย
ถามตัวเองว่า ถ้าเราจะรวยบ้าง เราจะต้องมีเงินมากเท่าไรถึงเข้าขั้นเรียกว่ารวย?
เเละใครกัน คนอื่น หรือตัวเรา ที่จะเป็นคนชี้ชัดว่า รวยหรือไม่รวย?
ถ้าคนอื่นมาบอกว่าผมรวย นั่นคงเป็นเพราะเขาเอาผม
ไปเทียบกับคนที่ด้อยกว่า จึงมองว่าผมรวย
เเละก็คงเช่นเดียวกัน ถ้าผมจะบอกว่าผมจนมาก ก็คงเป็นเพราะผมเอาตัวเอง
ไปเทียบกับเพื่อนๆที่ทำงานมีเงินเดือนสูงๆ
เเต่ถ้าหากไม่เอาผมไปเทียบกับใคร
เเต่เอามาเทียบกับความจำเป็นที่ผมต้องใช้ในชีวิต

ผมก็คงตอบได้ว่า ผมกำลังพอดีๆ ไม่ได้จน ไม่ได้รวย
ผมลองมาคิดคำนวณค่าใช้จ่ายประจำของผมว่ามีอะไรบ้าง?
ก็พบว่า ค่าใช้จ่ายส่วนตัวหลักๆก็มีค่าตัดผม
ซึ่งเดือนหนึ่งอย่างต่ำตัดสองครั้ง

นอกนั้นก็ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรมาก ส่วนที่เหลือก็เก็บทำบุญ
เเต่ถ้าเป็นเพื่อนๆซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นมากมาย ทั้งเรืองครอบครัว
เรื่องลูก เรื่องค่าใช้จ่ายทางบ้านของพ่อตา เเม่ยาย
ค่าใช้จ่ายงานสังคม จ่ายลูกน้อง
เเละยังต้องจ่ายอะไร ต่ออะไรอีกเยอะเเยะ ซึ่งจำเป็นต้องมีรายรับสูงมากกว่าผมหลายสิบเท่า
เเละเมื่อหักลบ รายรับ-จ่ายเเล้ว
ผมก็ว่าคงเหลือพอๆกัน

เเล้วอย่างนี้จะสรุปว่ารวยหรือจนก็คงจะไม่ได้

เเล้วอย่างนี้จะสรุปว่ารวยหรือจนก็คงจะไม่ได้
เหมือนอย่างจะมาบอกว่า มหาวิทยาลัยรวยกว่าโรงเรียนประถม หรือมัธยมก็คงไม่ได้เช่นกัน
ทั้งๆที่มหาวิทยาลัยมีรายรับในเเต่ละปีมากกว่าโรงเรียนมากมาย
เเละทำนองเดียวกันที่มองผิวเผินเเล้ว จะสรุปว่าวัดนี้รวย วัดนี้จน ก็คงจะไม่ถูกต้องนัก
เเล้วที่ว่าวัดนี้รวย วัดนี้จนนั้น

เรากำลังเอาเนื้อที่ขนาดของวัดมาเทียบ หรือเอาอาคารสิ่งก่อสร้าง
เอาจำนวนคนเข้าวัด เอาปัจจัยที่สาธุชนทำบุญมาเทียบ หรือเอาวัตถุประสงค์ในการสร้างวัดมาเทียบ

เรากำลังเอาอะไรมาเทียบกัน
ถ้าจะสร้างวัดเพื่อรองรับคนในชุมชน หรือในหมู่บ้านก็ต้องทำเเบบหนึ่ง
ถ้าในตำบล ในอำเภอก็อีกเเบบหนึ่งในจังหวัดก็ต้องอีกเเบบหนึ่ง 
ในจังหวัดก็ต้องอีกเเบบหนึ่ง

เเละถ้าจะสร้างวัดเพื่อรองรับคนทั้งประเทศ หรือเพื่อเป็นสถานที่เผยเเผ่ธรรมะ
พระพุทธศาสนาให้เเก่คนทั้งโลกก็ต้องอีกเเบบหนึ่ง

จึงไม่ใช่เรื่องที่มองเเค่บางจุดเเล้วก็บอกว่ารวยหรือจน

เหมือนโรงเรียนเหมือนมหาวิทยาลัยที่ให้ความรู้เหมือนกัน
เเต่ต่างก็มีบทบาทเเละหน้าที่ของตัวเอง ขึ้นอยู่ที่ว่าได้วางบทบาทหน้าที่เอาไว้อย่างไร??
เเล้วสามารถตอบสนองต่อบทบาทของตัวเองได้ไหม???


หรือว่าได้ทำหน้าที่ให้คุ้มค่ากับกำลังงบประมาณที่ใช้ไปหรือเปล่า
Cr: โค้ก อลงกรณ์ บันทึกอุปัฏฐาก


จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Unordered List

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

โพสต์แนะนำ

ภูติ ผี ปีศาจ เเตกต่างกันอย่างไร

                ภูติ ผี ปีศาจ เป็นคำที่เราเคยได้ยินได้ฟัง มาตั้งเเต่ยังเด็ก เเม้กระทั่งละคร ภาพยนต์ต่างๆก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้...

Popular Posts

Text Widget