แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ
นายบรรจง พงศ์ศาสตร์ นายกสมาคมกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย เชิญ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล พูด “กลยุทธ์การนำคุณธรรมสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย” 10.15-12.00 น. และ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “เปิดฟ้าส่องโลกมองการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21” 13.00-14.30 น. ประธาน เลขานุการ และผู้แทนกรรมการสถานศึกษาจากเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกเขต 600 คน ศุกร์ 22 เมษายนนี้ โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท จ.ปทุมธานี
รับใช้ไปเมื่อวันศุกร์ ว่าในร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 นอกจากเรื่องของการศึกษาแล้ว ที่ผมเห็นว่ามีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดวิกฤติความขัดแย้งขั้นสูงถึงขั้นเลือดท่วมแผ่นดินก็คือ มาตรา 31 ซึ่งข้อยกเว้นทั้ง 3 อย่างในมาตรานี้ เป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาก หากรัฐ หรือเจ้าหน้าที่รัฐไม่รอบคอบ หรือมีอคติ หรือไปห้ามการนับถือศาสนา หรือห้ามการปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา ก็อาจจะเกิดเรื่องใหญ่ขนาดมีการประกาศญีฮาดปกป้องศาสนา ตามหลักของศาสนาอิสลามขึ้นมาได้
อ่านเผินๆ ทุกอย่างดีหมด แต่ถ้าอ่านแบบคนรู้ประวัติศาสตร์ ก็จะเกิดความหวาดกลัวว่า ข้อความอย่างนี้เคยสร้างสงครามกลางเมืองมาแล้วในหลายประเทศ
มาตรา 31 บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพบริบูรณ์ในการนับถือศาสนาและย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตน แต่ต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ไม่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ และ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ข้อความที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญในอดีตจะเขียนว่า
“บุคคลย่อมได้รับการคุ้มครอง รัฐจะกระทำการอันเป็นการลิดรอนสิทธิเพราะเหตุแห่งความเชื่อทางศาสนาไม่ได้”
ส่วนข้อห้ามที่บัญญัติว่า “ไม่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ” นำมาใส่เฉพาะในร่างรัฐธรรมนูญ 2559 เป็นครั้งแรก
เมื่อมีรัฐธรรมนูญกำหนดไว้แบบนี้ รัฐก็มีความชอบธรรมในการห้ามการปฏิบัติตามความเชื่อและการทำกิจกรรมของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ โดยอ้างว่าเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ
นี่เป็นความต้องการคุมศาสนาของฝ่ายการเมืองหรือเปล่า?
ข้อความประเภทนี้ ทำให้ประเทศตกอยู่ในทะเลเพลิงได้ง่ายดาย ทำให้แผ่นดิน 5.3 แสนตารางกิโลเมตร ลอยอยู่บนน้ำมันเบนซิน ใครโยนไม้ขีดไฟลงไปแม้เพียงแค่ก้านเดียว ก็ไหม้กันหมดทั้งประเทศ
ประเทศที่เปลี่ยนรัฐธรรมนูญบ่อยๆ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่มักจะร่างเพื่อแก้ไขวิกฤติของประเทศในห้วงเวลานั้น บางคนร่างเพื่อกีดกั้นคนบางกลุ่มที่พวกตนกลัวว่าจะขึ้นมามีอำนาจในอนาคตอันใกล้หรือเปล่า?
คนร่างซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีอายุมาก ไม่ช้าไม่นาน ก็ตายกลายเป็นผีกันแล้ว แต่รัฐธรรมนูญยังคงใช้บังคับกับผู้คนอีกหลายสิบล้าน
พวกได้ประโยชน์ก็จะแฮปปี้มีความสุขที่สามารถใช้รัฐธรรมนูญกดหัวและบีบรัดชีวิตของคนกลุ่มอื่นๆ พวกนี้ทำงาน 10 แต่ได้ผลประโยชน์ 100 พวกที่เสียประโยชน์ก็จะดิ้นรน หาหนทางต่อสู้ เมื่อต่อสู้ด้วยวิธีทางธรรมดาไม่ได้ ก็จะต่อสู้ด้วยกำลังและอาวุธ
บ้านเรามีนักวิชาการเยอะ ลองให้นักวิชาการไปค้นคว้าประวัติสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในแทบทุกประเทศ ล้วนเกิดมาจากข้อความและการปฏิบัติอย่างนี้ทั้งนั้น
ชาวพุทธเป็นศาสนิกชนเดียวในโลก แม้จะมีมหานิกายและธรรมยุต แต่เราก็มิได้แบ่งแยกเหมือนศาสนิกในศาสนาอื่นที่ประกาศชัดเจนว่า ข้าพเจ้าเป็นคาทอลิก เป็นโปรเตสแตนต์ เป็นซุนนี เป็นชีอะห์ เป็นซิกข์นามธารี ฯลฯ
แต่ด้วยร่างรัฐธรรมนูญมาตรานี้ เมื่อนิกายใดถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ก็อาจจะมีชาวพุทธบางคนประกาศต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
เดิม คนไทยไม่มีสี แต่โดนฤทธิ์รัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 เพียง 20 ปี ไทยกลายเป็นสังคม 2 ข้าง
อย่างรุนแรง สังคมแบ่งข้าง แบ่งสี ยังไม่หนักเท่าสังคมแบ่งนิกาย
ผมขอเป็นนอสตราดาโม้ทำนายทายทักว่า สังคมไทยในอนาคตจะกลายเป็นสังคมที่แบ่งว่า ฉันเป็นมหานิกาย ฉันไม่ไปทำบุญกับวัดธรรมยุต ฉันเป็นศิษย์ธรรมยุต ฉันไม่ชอบมหานิกาย
บางคนเป็นธรรมกาย ที่เชื่อว่าตนเองถูกพวกเธอรังแกมาตลอด จึงพร้อมน้อมใจอยู่ในสังคมปิดตามความเชื่อของตน ยิ่งเธอเอารัฐธรรมนูญ มาตรา 31 มารังแกฉัน มากล่าวหาว่า
การตักบาตรพระแสนรูปเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ ฉันจะต่อสู้ ฉันอุทิศกายถวายชีวิตเพื่อปกป้องพระศาสนา ปกป้องในสิ่งที่ฉันเชื่อศรัทธา อย่างนี้เป็นไปได้หรือเปล่า?
มีชีวิตอยู่ ฉันก็ถูกพวกเธอรังแกไม่จบสิ้น
แต่ถ้าฉันตายเพราะการต่อสู้เพื่อปกป้องศาสนา
ฉันก็จะได้ไปสวรรค์ ฉันขอเลือกไปสวรรค์.
โดย.... นิติ นวรัตน์
19 เม.ย. 59
ไทยรัฐออนไลน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand