วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2559


หนังสือประกาศยกเลิกเงินสนับสนุนวัด จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ลงวันที่ 12 เมษายน 2559
กระทรวงมหาดไทย


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ช่วยกันเเชร์
ว่ามีเเบบนี้เเล้ว ในสังคมพุทธ สังคมไทย ณ วันนี้

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2559

ช็อกวงการพระกรรมฐาน !!!!กลุ่มศิษย์หลวงตาบัวไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

กรณีปิดสถานีวิทยุของหลวงตามหาบัว
ตั้งฉายา..มหาโจร !

 อา..ดาวมฤตยูทับดวงเมือง เป็นเรื่องใหญ่ในรอบ 200 ปี โหราจารย์ท่านว่างั้น ใครไม่เชื่อ แถมจะลบหลู่ ก็ตามสบาย แต่ที่น่าสงสัยก็คือว่า ทำไม๊ทำไม จะต้องมาเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า "สันนิบาต" มะรุมมะตุ้มกันในช่วงนี้ ช่วงที่รัฐบาล คสช. กำลังรณรงค์ให้มีการผ่าน "ประชามติ" รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อจะใช้ให้ทันการเลือกตั้งในปีหน้า 2560 !

ที่ว่ามะรุมมะตุ้มนั้นก็เพราะเห็นว่า เวลานี้ พระมหานิกายส่วนใหญ่ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งชูสมเด็จช่วงเป็นหัวหน้า และมีธรรมกายเป็นกองหนุน ต่างเทคะแนนให้แก่ "พรรคทักษิณ" ขณะที่แต่เดิมนั้น ฉสายหลวงตาบัว ได้ออกมาต่อต้านธรรมกาย ส่งผลให้ "ข้ออ้าง" ของรัฐบาล ในการเลื่อนสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชออกไปไม่มีกำหนดนั้น "ฟังขึ้น" เพราะพระป่าพูดย่อมมีน้ำหนักกว่าพระบ้าน

แต่ว่าพระป่าของหลวงตามหาบัว ก็ยังมีอะไรๆ ที่ไม่ลงตัวกับรัฐบาลนัก เช่น สถานีวิทยุ ล่าสุดก็เรื่องการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ ตามดำริขององค์หลวงตามหาบัว ซึ่งถูกผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีสั่งระงับ ถึงกับมีการทำเรื่องกราบบังคมทูลเชื้อพระวงศ์กันเลยทีเดียว และแล้วฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดผึง ถึงกับกลุ่มศิษย์หลวงตามหาบัวออกแถลงการณ์ "ไม่ไว้วางใจ" นายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ มีอำนาจสูงสุดถึงระดับ "รัฏฐาธิปัตย์" เลยทีเดียว

 เจ้าแม่ห้องกระจก #2

รัตนา ศิริพานิช   ผู้มีบารมีเหนือพระสายวัดป่าหลวงตามหาบัว

ผู้มีบารมีเหนือพระสายวัดป่าหลวงตามหาบัว



ในบรรดาลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัวนั้น ที่ต้องรู้จักก็คือ "ศ.ดร.รัตนา ศิริพานิช" ผู้หญิงซึ่งมีบารมีเหนือลูกศิษย์สายวัดป่าบ้านตาดทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่พระอาจารย์สุดใจ เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาดองค์ปัจจุบัน รัตนาว่าไง อาจารย์สุดใจก็ว่างั้น

อย่าลืมด้วยว่า รัฐบาลชวนนั้น ล้มเพราะหลวงตาบัวไม่เอาด้วย ตามด้วยรัฐบาลทักษิณ ซึ่งก่อกระแสพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยให้ใหญ่คับเมือง ก็เพราะ "สนธิ ลิ้มทองกุล" ลงทุนไปจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ที่วัดป่าบ้านตาด ขนาดหลวงตาบัวยังประกาศ "ปกป้องสนธิ" จนสุดชีวิต และสุดท้ายก็..อวสานรัฐบาลแม้ว ไปเที่ยวยุโรปยังไม่กลับจนถึงวันนี้

การออกมาประกาศ "ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี" ก็คือไม่ไว้วางใจรัฐบาล รวมทั้งคณะนายทหารในนาม คสช. ทั้งหมด ซึ่งมันยากมากที่จะยกกำลังเข้าปราบปรามพระสายวัดป่า ต่างจากสายธรรมกายซึ่งหัวหน้ามีคดีติดตัว งานนี้ถ้ามีเคลียร์ให้ดี ก็มีหวัง..พังเพราะหลวงตา !

การออกมาประกาศไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ของศิษย์หลวงตามหาบัวในวันนี้ ถึงจะเป็นคนละกรณีกับพระมหานิกายและธรรมกาย แต่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ ไม่เอากับรัฐบาลประยุทธ์ สุดท้ายก็คือ ต่อต้านรัฐบาลทหาร นั่นเอง ถือว่าเป็นข่าวดีในรอบปีทีเดียวเชียวล่ะ สำหรับ "ท่านธัมมชโย" ซึ่งกำลังจะจัดเบิร์ธเดย์ในวันมะรืนนี้ นิมนต์พระมาถึง 100,000 รูป ขาดก็แต่สายหลวงตามหาบัวเท่านั้น ที่ยังไม่ได้นิมนต์

อย่างไรก็ตาม การที่กลุ่มศิษย์ของหลวงตามหาบัวออกแอ๊กชั่น

"อย่างแรง" 

ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นกรณีประวัติศาสตร์ เหมือนการดับเครื่องชน ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมานั้น พระสงฆ์กับรัฐบาลมักจะไม่ขัดแย้งกัน เพราะคงไม่มีใครกล้าขัดรัฐบาล แต่ครั้งนี้นับว่าแปลก พระวัดป่าฉันดีปลีมากระมัง ขนาดว่าหลวงตาบัวไม่อยู่แล้ว ยังเล่นกันแรงขนาดนี้ มันต้องมีอะไรซักอย่างที่เหลืออด !

ก็คงเหลือเพียงสายเดียวในประเทศไทยที่ไม่ยุ่งการเมือง นั่นคือ สายหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง ยังคงเป็นวัดป่าอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แบบว่าไปเรื่อยๆ ไม่ติดไม่ขัดไม่แย้งกับใคร
พระธรรมวินัยยังคงเป็น "เขื่อนกั้น" อันสำคัญ ระหว่างวัดกับบ้าน ไม่จำเป็นต้องออกมาบิณฑบาตหาเงินทองช่วยชาติ ไม่ต้องส่งอาหารไปเลี้ยงพระในภาคใต้ เลี้ยงเฉพาะตัวเองให้พอเหมาะพอดี ไม่ต้องสร้างอภิมหาบารมีจนใหญ่คับบ้านคับเมือง ถือว่าเป็นวิถีพุทธที่ธรรมดา แต่ว่าน่าสนใจ ต่อไปสังคมไทยอาจจะหันมาให้ความสนใจในแนวทางนี้ มีพระแบบหลวงพ่อชา แบบว่ามีแล้วสบายใจ เพราะไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร !




เเหล่งอ้างอิง  http://www.alittlebuddha.com/

ท่านผู้ใหญ่ถามผมว่าถ้าการเมืองถอยหลัง ยอมให้ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีได้ ประเทศไทยและคนไทยจะเป็นยังไง?



     ผมเรียนท่านว่า ไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ล้าหลัง เศรษฐกิจไทยจะลงเหว คนไทยจะอดอยากยากแค้น อีกไม่เกินยี่สิบปี ลูกหลานไทยจะต้องไปเป็นคนใช้ คนงานในเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา


     ท่านผู้ใหญ่เถียงว่า ประเทศจะดีหรือจน คนจะเจริญหรือตกต่ำ มันขึ้นอยู่กับคุณภาพ? ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม ว่าแข็งหรืออ่อน? ไม่ใช่เรอะ?


     ผมเรียนถามว่า ท่านรู้จักเกาหลีไหมครับ? ท่านผู้ใหญ่ผงกหัวกึกๆ ผมพูดต่อว่า ทั้งคนเกาหลีใต้และคนเกาหลีเหนือ เมื่อก่อนอยู่ในประเทศเดียวกัน มีมาตรฐานชีวิตแบบเดียวกันวันหนึ่งประเทศถูกแยกออกเป็น 2 ส่วน คือสาธารณรัฐเกาหลี หรือเกาหลีใต้ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หรือเกาหลีเหนือ

     แม้จะแยกประเทศออกจากกันไปแล้ว แต่คนเกาหลีทั้งสองประเทศก็ใช้ชื่อนามสกุลเหมือนกัน พูดและเขียนภาษาเดียวกัน มีวัฒนธรรมประเพณีคล้ายกัน? ทุกอย่างเหมือนกันเกือบหมด ต่างกันแต่เพียงอย่างเดียว คือเกาหลีเหนือเป็นเผด็จการ เกาหลีใต้เป็นประชาธิปไตย มีระบบเลือกตั้งที่เป็นสากล

   
 ผลก็คือ... เกาหลีใต้เป็นประเทศเศรษฐกิจดี ผู้คนแฮปปี้มีความสุข แต่เกาหลีเหนือเป็นประเทศยากจนข้นแค้น ผู้คนไม่มีอะไรจะกิน มีภาพและข่าวเล็ดรอดออกมาบ่อยๆ ว่า เกาหลีเหนืออดยากจนขนาดบางหมู่บ้าน ผู้คนกินหญ้าแทนข้าว

     ความแตกต่างของสองประเทศนี้ก็คือ 'การเมืองการปกครอง' ที่เป็นประชาธิปไตย และที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

     ขอกราบเรียนถามท่านหน่อย ว่า ส.ว. แต่งตั้งยึดโยงกับประชาชนตรงไหน? ไม่ได้มาจากประชาชนเลยนะครับ คนกลุ่มไหนแต่งตั้ง ก็ต้องไปรับใช้คนกลุ่มนั้น

     การให้ ส.ว.แต่งตั้งเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นการพาบ้านเมืองลงนรก ท่านก็รู้ผลอยู่แล้ว ว่าถ้าบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์และสากล คนทั้งโลกก็จะไม่ยอมรับ สถานะของประเทศจะตกต่ำย่ำแย่แน่ ทั้งท่านทั้งผมก็พอมองออก ทำไมท่านยังถึงยังกล้าที่จะสนับสนุนให้ประเทศของเราเดินไปสู่นรกขุมนั้นเล่าครับ?

     ท่านผู้ใหญ่นิ่ง ผมจึงรุกต่อ.... 55 ปีที่แล้ว ในทวีปเอเชีย 47 ประเทศ เมียนมาเป็นประเทศที่มีความเจริญอยู่แถวหน้า มีมหาวิทยาลัยที่ได้มาตรฐาน มีระบบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย

     ถึงคราวที่ทุกประเทศสมาชิกสหประชาชาติจะเลือกผู้นำเบอร์หนึ่งของตน ซึ่งคราวนั้นเป็นวาระของเอเชีย เกือบทุกประเทศเลือกนายอู ถั่น คนเมียนมา ท่านเป็นเบอร์หนึ่งของโลกนี้อยู่นานถึง 10 ปี (30 พฤศจิกายน 2504 - 31 ธันวาคม 2514)

   
 ต่อมา เมียนมามีปฏิวัติรัฐประหาร เผด็จการยึดบ้านยึดเมือง เมียนมาจึงตกต่ำไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว จนกระทั้งถึงจุดที่ลูกหลานเหลนโหลนคนเมียนมาต้องเข้ามาเป็นคนใช้ตามบ้านเรือนคนไทย ในปั๊ม ตามโรงงาน ท่านไปดูซี คนเมียนมาทั้งนั้น

   
 สิบกว่าปีมานี้ เกาหลีใต้เป็นประเทศมาแรงแซงโค้งหลายประเทศ เศรษฐกิจเกาหลีใต้ดีมาก การเมืองการปกครองของเกาหลีใต้ก็นิ่งและเป็นประชาธิปไตยสากลสมบูรณ์ 1 มกราคม 2550 คนเกาหลีใต้ คือนายบัน คีมุน ก็ได้รับเลือกจากประเทศสมาชิกสหประชาชาติให้เป็นเลขาธิการ เป็นเบอร์หนึ่งขององค์กรที่ใหญ่ที่สุดของโลก

     ในขณะที่คนเกาหลีเหนือ 25 ล้าน ที่ใช้ชื่อนามสกุลเดียวกัน พูดจาภาษาเดียวกัน มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาเหมือนกัน กลับแทบไม่มีอาหารจะกิน

   
 ความแตกต่างทั้งหลายนี้ มาจากระบบการเมืองการปกครอง คนเกาหลีเหนือจะเก่งอย่างไร คิดนี่ได้ คิดโน่นได้ คิดดีวิเศษเพียงไหน แต่คนข้างบนสุด คือ นายคิม จ็อง-อึน ไม่เอาด้วย ทุกอย่างก็จบ ที่ทำสร้างและพัฒนามา ก็มีค่าเป็นศูนย์ คณะผู้นำเกาหลีเหนือไม่ยึดโยงกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดี สมาชิกสมัชชาประชาชนสูงสุด นายกรัฐมนตรี ฯลฯ

หน้าที่ของคนไทยในปัจจุบัน เราต้องค้นหาคนที่...
1. แพ้เป็น
2. รู้จักพอ
     
     แบบพลเอก เต็ง เส่ง อดีตประธานาธิบดีเมียนมาที่เพิ่งลงจากตำแหน่งไป ให้เจอ หลังจาก
ที่คนเมียนมาทั้งประเทศเลือก ส.ส.จากพรรคของนางซูจีท่วมท้น พรรคของพลเอกเต็ง เส่ง แพ้หมดรูป ท่านก็ไปบวชเป็นพระภิกษุ คนใกล้ชิดเล่าให้ฟัง ท่านเห็นว่าคนเมียนมาทุกข์ทรมานยากจนข้นแค้นแสนสาหัสจากระบบเผด็จการมานาน ท่านจึงวางรากฐานเอาไว้ในระหว่างท่านที่เป็นผู้นำ ให้คนเมียนมามีสิทธิเสรีภาพ

พลเอก เต็งเส่ง เสียสละ เมียนมาจึงทะยานบิน เป็นประเทศขาขึ้น.

ส่วนไทย เพราะไม่ยึดโยงกับประชาชน เราจึง... เป็นประเทศขาลง.

_______________


เป็นการเปรียบเทียบที่ยอดเยี่ยมของคุณนิติภูมิ นวรัตน์





น้องเมย์ ขึ้นมือ 1 โลก อย่างเป็นทางการ
        สหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ประกาศผลการจัดอันดับโลกล่าสุด เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา ปรากฏว่า “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ หวดขนไก่สาวไทยที่กวาด 3 แชมป์ ได้ผงาดขึ้นรั้งมืออันดับ 1 ของโลกอย่างเป็นทางการแล้ว
       

       รัชนก วัย 21 ปี สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแบดมินตันหญิงเดี่ยวรายแรกที่กวาดแชมป์ระดับซูเปอร์ซีรีส์ 3 รายการติด ภายใน 3 สัปดาห์ที่ลงแข่งในปี 2016 ประกอบด้วย อินเดีย โอเพน, มาเลเซียน โอเพน และสิงคโปร์ โอเพน
       
       ล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน 2559 สหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF-Badminton World Federation) ได้อัปเดตผลการจัดอันดับโลกล่าสุด ปรากฏว่า “น้องเมย์” ได้ผงาดขึ้นเป็นนักแบดมินตันหญิงเดี่ยว มือ 1 ของโลกอย่างเป็นทางการ โดยมีคะแนนสะสม 84,708 แต้ม แซงเจ้าของเดิมคือ คาโรลินา มาริน จากสเปน 478 คะแนน
       
       ขณะที่ อันดับ 3 คือ ลี เสี่ยวเร่ย (จีน - 76,187 คะแนน) อันดับ 4 โนโซมิ โอกุฮาระ (ญี่ปุ่น - 74,572 คะแนน) และอันดับ 5 หวัง ซิ เซียน (จีน - 73,618 คะแนน) 



http://www.manager.co.th/

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559

ชี้เเจงใครผิดใครถูก????"พุทธะอิสระ"ฟ้อง"พระเมธี-พวก"ประกาศอุกเขปนียกรรม หมิ่นประมาท


เครือข่ายภาคปชช.ยื่น สนช.สอบการกระทำพระสงฆ์เข้าร่วมกับพระพุทธะอิสระ ชี้ เป็นเพียงพระสงฆ์กลุ่มเดียวที่บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อ สนช.ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบให้สำนักพระพุทธฯ และมหาเถรสมาคมพิจารณาดำเนินการ...

เมื่อวันที่ 7 เม.ย.เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา เครือข่ายภาคประชาชนรวม 10 องค์กร นำโดย น.ส.รัตนา เทพาทิพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาชน 10 องค์กร เข้ายื่นหนังสือต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 เป็นผู้รับหนังสือแทน เพื่อขอให้ตรวจสอบ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรณีละเลยให้กลุ่มพระภิกษุสงฆ์เข้าร่วมอุกเขปนียกรรม พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือ พระพุทธะอิสระ เพราะเห็นว่า การกระทำของกลุ่มพระภิกษุที่เข้าร่วมกับพระพุทธะอิสระ เป็นเพียงพระสงฆ์กลุ่มเดียวที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง และชักชวนให้พระสงฆ์อื่นเข้าใจผิดและเข้าร่วมการกระทำดังกล่าว ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายสับสนและเสื่อมศรัทธาต่อชาวพุทธและสังคมเป็นอย่างยิ่ง การกระทำดังกล่าวถือว่า ไม่เป็นไปตามพระธรรมวินัย แต่พบว่า ทางสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถรสมาคมไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อให้ปัญหายุติลง แต่กลับปล่อยปละละเลยจนเรื่องบานปลาย ดังนั้นทางเครือข่ายฯขอให้ สนช.ที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลหน่วยงานของรัฐ ตรวจสอบให้สำนักพระพุทธฯ และมหาเถรสมาคมพิจารณาดำเนินการหยุดยั้งเรื่องดังกล่าว
ทั้งนี้ นายสุรชัย กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณา...
จากไทยรัฐออนไลน์  (http://www.thairath.co.th/content/602596)



 อุกเขปนียกรรม เป็นเรื่องของสงฆ์ เป็นวิธีการที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ให้สงฆ์ใช้กับ “ภิกษุผู้เก้อ-ยาก ผู้ขวนขวายทำลายสงฆ์ หรือทำลายความสามัคคีของสงฆ์ คอยก่อกวน 
หามูลฟ้อง หาเรื่องให้ฝ่ายอาณาจักรเข้ามาแทรกแซงฝ่ายพุทธจักรตลอดเวลา ทำให้พระภิกษุผู้มีศีลไม่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างผาสุก ทั้งยังไม่เชื่อฟังคำตักเตือน คำชี้แนะของใคร” 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการ “ลงโทษชั่วคราวเพื่อให้สำนึกผิด และกลับตัวเสียใหม่” เรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะของฝ่ายพุทธจักร ซึ่งฝ่ายอาณาจักรไม่มีสิทธิ์แทรกแซง

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ทาง พ.ศ. และสำนักพุทธฯ ชี้แจงต่อสาธารณชนว่า 
"ไม่ห้ามพระสงฆ์ทำอุกเขปนียกรรม และปัพพาชนียกรรม ต่อ พุทธอิสระ เพราะเป็นเรื่องของสงฆ์"

เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องของสงฆ์ ไม่เกี่ยวกับฆราวาส ทางพระเมธีฯ ท่านก็ไม่ได้มาประกาศเชิญชวนให้ฆราวาสมาร่วมทำอะไรแบบที่พระพุทธอิสระกล่าวหาเลย แต่ความจริง พระพุทธอิสระเองต่างหากที่ไปขอให้ฝ่ายประชาชนมาร้องเรียนให้ฝ่ายอาณาจักรเอาผิดกับคณะสงฆ์ที่ลงอุกเขปนียกรรมตนเอง 


จากข่าวของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์จากข้างต้น  จึงอาจกล่าวได้ว่า การที่พระพุทธอิสระฟ้องร้อง กล่าวหาว่าพระเมธีฯ รวมทั้งคณะสงฆ์ทำไม่ถูกต้องในเรื่องต่างๆนั้น ดูจะเป็นการดิ้นรนของคนพาลที่จะแก้ตัวให้หลุดไปอย่างน้ำขุ่นๆ ซะมากกว่า


เรื่องที่ว่าพระสงฆ์ที่ไม่ได้อยู่ในวัดเดียวกันสามารถทำอุกเขปนียกรรมต่อพระพุทธอิสระได้หรือไม่นั้น ตอบว่า ทำได้ เพราะถือเป็นสังวาสเดียวกันคือมหานิกาย
เป็นการกระทำโดยชอบธรรม ไม่ใช่การบังคับให้จำยอมอยู่ในอำนาจโดยผิดธรรมวินัยอย่างที่พระพุทธอิสระกล่าวหาแต่อย่างใด


ความจริงในพระวินัยท่านกำหนดวิธีแก้ไขไว้ด้วยว่า ในกรณีที่สงฆ์จะลงอุกเขปนียกรรม หรือลงอุกเขปนียกรรมแล้วต่อพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ก็เป็นหน้าที่ของ พระอุปัชฌาย์ อาจารย์ หรือ อันเตวาสิก หรือสัทธิวิหาริกของภิกษุรูปนั้นจะขวนขวายช่วยเหลือ เพื่อให้สงฆ์ยกเลิกการลงอุกเขปนียกรรมนั้นเสีย โดยอาจตักเตือนให้พระภิกษุรูปนั้นกลับตัวกลับใจ แก้ไขทิฏฐิ ให้กลับเป็นผู้มีศีลเสมอกันและทิฏฐิเสมอกันต่อหมู่สงฆ์ แต่ก็น่าสังเกตว่าในกรณีของพระพุทธอิสระนี้กลับไม่มีภิกษุรูปใดแสดงตัวเป็น อุปัชฌาย์ อาจารย์ อันเตวาสิก หรือสัทธิวิหาริก ที่จะมาช่วยไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งนี้ต่อหมู่สงฆ์เลยแม้แต่รูปเดียว...

เรื่องนี้ น่าจะบ่งบอกให้ทราบหรือเปล่าว่า ท่านพุทธอิสระอาจเป็นผู้ที่ไม่เชื่อฟังใครหรือไม่มีใครสามารถจะแนะนำได้แล้วก็เป็นได้ จึงได้ปล่อยให้สงฆ์ลงทัณฑ์ท่านอย่างนั้นโดยไม่มีผู้ช่วยเหลือป้องกัน ???

สุดท้าย ท่านก็หันไปอาศัยฝ่ายอาณาจักร จะร้องเรียนให้มาแทรกแซงก้าวก่ายกิจการของพุทธจักรอีกครั้ง ซึ่งคงต้องรอดูต่อไปว่า ทางฝ่ายอาณาจักรจะเอาด้วยไหม ถ้ารับฟ้อง ก็แปลว่าฝ่าย

อาณาจักรทำเกินหน้าที่ เข้ามาแทรกแซงฝ่ายพุทธจักรในกิจการที่กระทำโดยชอบด้วยธรรมวินัยแล้ว...



 แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ
นายบรรจง พงศ์ศาสตร์ นายกสมาคมกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย เชิญ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล พูด “กลยุทธ์การนำคุณธรรมสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย” 10.15-12.00 น. และ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “เปิดฟ้าส่องโลกมองการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21” 13.00-14.30 น. ประธาน เลขานุการ และผู้แทนกรรมการสถานศึกษาจากเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกเขต 600 คน ศุกร์ 22 เมษายนนี้ โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท จ.ปทุมธานี

รับใช้ไปเมื่อวันศุกร์ ว่าในร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 นอกจากเรื่องของการศึกษาแล้ว ที่ผมเห็นว่ามีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดวิกฤติความขัดแย้งขั้นสูงถึงขั้นเลือดท่วมแผ่นดินก็คือ มาตรา 31 ซึ่งข้อยกเว้นทั้ง 3 อย่างในมาตรานี้ เป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาก หากรัฐ หรือเจ้าหน้าที่รัฐไม่รอบคอบ หรือมีอคติ หรือไปห้ามการนับถือศาสนา หรือห้ามการปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา ก็อาจจะเกิดเรื่องใหญ่ขนาดมีการประกาศญีฮาดปกป้องศาสนา ตามหลักของศาสนาอิสลามขึ้นมาได้

อ่านเผินๆ ทุกอย่างดีหมด แต่ถ้าอ่านแบบคนรู้ประวัติศาสตร์ ก็จะเกิดความหวาดกลัวว่า ข้อความอย่างนี้เคยสร้างสงครามกลางเมืองมาแล้วในหลายประเทศ

มาตรา 31 บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพบริบูรณ์ในการนับถือศาสนาและย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตน แต่ต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ไม่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ และ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ข้อความที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญในอดีตจะเขียนว่า
“บุคคลย่อมได้รับการคุ้มครอง รัฐจะกระทำการอันเป็นการลิดรอนสิทธิเพราะเหตุแห่งความเชื่อทางศาสนาไม่ได้”

ส่วนข้อห้ามที่บัญญัติว่า “ไม่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ” นำมาใส่เฉพาะในร่างรัฐธรรมนูญ 2559 เป็นครั้งแรก
เมื่อมีรัฐธรรมนูญกำหนดไว้แบบนี้ รัฐก็มีความชอบธรรมในการห้ามการปฏิบัติตามความเชื่อและการทำกิจกรรมของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ โดยอ้างว่าเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ

นี่เป็นความต้องการคุมศาสนาของฝ่ายการเมืองหรือเปล่า? 

ข้อความประเภทนี้ ทำให้ประเทศตกอยู่ในทะเลเพลิงได้ง่ายดาย ทำให้แผ่นดิน 5.3 แสนตารางกิโลเมตร ลอยอยู่บนน้ำมันเบนซิน ใครโยนไม้ขีดไฟลงไปแม้เพียงแค่ก้านเดียว ก็ไหม้กันหมดทั้งประเทศ

ประเทศที่เปลี่ยนรัฐธรรมนูญบ่อยๆ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่มักจะร่างเพื่อแก้ไขวิกฤติของประเทศในห้วงเวลานั้น บางคนร่างเพื่อกีดกั้นคนบางกลุ่มที่พวกตนกลัวว่าจะขึ้นมามีอำนาจในอนาคตอันใกล้หรือเปล่า?

คนร่างซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีอายุมาก ไม่ช้าไม่นาน ก็ตายกลายเป็นผีกันแล้ว แต่รัฐธรรมนูญยังคงใช้บังคับกับผู้คนอีกหลายสิบล้าน

พวกได้ประโยชน์ก็จะแฮปปี้มีความสุขที่สามารถใช้รัฐธรรมนูญกดหัวและบีบรัดชีวิตของคนกลุ่มอื่นๆ พวกนี้ทำงาน 10 แต่ได้ผลประโยชน์ 100 พวกที่เสียประโยชน์ก็จะดิ้นรน หาหนทางต่อสู้ เมื่อต่อสู้ด้วยวิธีทางธรรมดาไม่ได้ ก็จะต่อสู้ด้วยกำลังและอาวุธ

บ้านเรามีนักวิชาการเยอะ ลองให้นักวิชาการไปค้นคว้าประวัติสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในแทบทุกประเทศ ล้วนเกิดมาจากข้อความและการปฏิบัติอย่างนี้ทั้งนั้น

ชาวพุทธเป็นศาสนิกชนเดียวในโลก แม้จะมีมหานิกายและธรรมยุต แต่เราก็มิได้แบ่งแยกเหมือนศาสนิกในศาสนาอื่นที่ประกาศชัดเจนว่า ข้าพเจ้าเป็นคาทอลิก เป็นโปรเตสแตนต์ เป็นซุนนี เป็นชีอะห์ เป็นซิกข์นามธารี ฯลฯ

แต่ด้วยร่างรัฐธรรมนูญมาตรานี้ เมื่อนิกายใดถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ก็อาจจะมีชาวพุทธบางคนประกาศต่อสู้เพื่อความยุติธรรม

เดิม คนไทยไม่มีสี แต่โดนฤทธิ์รัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 เพียง 20 ปี ไทยกลายเป็นสังคม 2 ข้าง
อย่างรุนแรง สังคมแบ่งข้าง แบ่งสี ยังไม่หนักเท่าสังคมแบ่งนิกาย
 ผมขอเป็นนอสตราดาโม้ทำนายทายทักว่า สังคมไทยในอนาคตจะกลายเป็นสังคมที่แบ่งว่า ฉันเป็นมหานิกาย ฉันไม่ไปทำบุญกับวัดธรรมยุต ฉันเป็นศิษย์ธรรมยุต ฉันไม่ชอบมหานิกาย

บางคนเป็นธรรมกาย ที่เชื่อว่าตนเองถูกพวกเธอรังแกมาตลอด จึงพร้อมน้อมใจอยู่ในสังคมปิดตามความเชื่อของตน ยิ่งเธอเอารัฐธรรมนูญ มาตรา 31 มารังแกฉัน มากล่าวหาว่าการตักบาตรพระแสนรูปเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ ฉันจะต่อสู้ ฉันอุทิศกายถวายชีวิตเพื่อปกป้องพระศาสนา ปกป้องในสิ่งที่ฉันเชื่อศรัทธา อย่างนี้เป็นไปได้หรือเปล่า?

มีชีวิตอยู่ ฉันก็ถูกพวกเธอรังแกไม่จบสิ้น

แต่ถ้าฉันตายเพราะการต่อสู้เพื่อปกป้องศาสนา

ฉันก็จะได้ไปสวรรค์ ฉันขอเลือกไปสวรรค์.



โดย.... นิติ นวรัตน์
19 เม.ย. 59
ไทยรัฐออนไลน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand




วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2559

ขอชื่นชมเเละเเสดงความยินดีกับน้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ ที่คว้าแชมป์หญิงเดี่ยวสิงคโปร์โอเพ่น ซูเปอร์ซีรีส์ 2016 ได้สำเร็จ ต่อจากมาเลเซีย โอเพ่น ซูเปอร์ซีรีส์พรีเมียร์ 2016 และอินเดีย โอเพ่น ซูเปอร์ซีรีส์ 2016 ถือเป็นการคว้า 3 แชมป์ซุปเปอร์ซีรีย์ติด ในรอบ 3 สัปดาห์ จนสามารถขึ้นมือหนึ่งโลก รอจ่อไปชิงเหรียญโอลิมปิกครั้งที่ 31 กลางปีนี้ ที่บราซิล
โดยผลงานสร้างความประทับใจให้ประชาชนทุกคน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ยังแนะนำทุกฝ่ายร่วมเชียร์กันต่อไปด้วยความรัก อย่ากดดัน เพราะทุกคน
ย่อมมีเวลาที่พร้อมและเวลาที่เพลีย ขณะเดียวกัน ได้เชิญชวนคนไทยเชียร์นักกีฬาแบดมินไทยเดินหน้าคว้าโควตาไปโอลิมปิคบราซิลต่อไป

จากมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 30 หรือที่เรียกว่า"ลอนดอนเกมส์"ในปี 2555
"น้องเมย์" รัชนก อินทนนท์ สาวน้อยวัย 17 ปี มือ 10 ของโลก ที่โอกาสเข้ารอบ 4 คนสุดท้าย มีแล้วแต่ก็แพ้ความเก๋าเกมของ หวัง ซิน มือ 2 ของโลก จากจีนไป อย่างได้ใจคนไทยทั้งประเทศ ผ่านมา สี่ปีเธอก็ได้พิสูจน์ให้เห็นเเล้วว่า "เธอไม่ได้มาเล่นๆ" ตั้งเเต่เเรก

มาตามดูเส้นทางชีวิตของน้องเมย์กัน กว่าจะก้าวขึ้นมาเเชมป์อย่างทุกวันนี้เธอผ่านอะไรมาบ้าง
‘น้องเมย์' รัชนก อินทนนท์ เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 เป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นบุตรสาวของ คุณพ่อวินัสชัย อินทนนท์ และคุณแม่คำผัน สุวรรณศาลา "น้องเมย์" เริ่มฝึกวิทยายุทธ์ลูกขนไก่อย่างจริงจังครั้งแรกด้วยวัยเพียง 5 ขวบเท่านั้น จากนั้น 2 ปี ก็ลงแข่งขันเป็นครั้งแรก และเริ่มพัฒนาฝีมือของตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถคว้าแชมป์ในการแข่งขัน "อุดรธานีโอเพ่น" หลังจากนั้นก็ครองแชมป์ในการแข่งขันรายการนี้มาตลอด
จากนั้น "น้องเมย์" ก็ได้เข้าสู่ทีมบ้านทองหยอด และเริ่มลงเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากขึ้น ด้วยการลงแข่งแบบข้ามรุ่น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง ตามแนวทางของสังกัดที่ต้องการให้ "น้องเมย์" เป็นหนึ่งในวงการลูกขนไก่เมืองไทย และความปรารถนาของสังกัดก็เป็นจริง เมื่อ "น้องเมย์" ด้วยวัยเพียง 14 ปี ก็ก้าวขึ้นมาครองแชมป์ประเทศไทยได้อย่างสมศักดิ์ศรี และก็เป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยจากนั้นเป็นต้นมา
โดยรายการแรกในนามทีมชาติไทย ครั้งแรกของ "น้องเมย์" คือการแข่งขันซีเกมส์ ที่สปป.ลาว ซึ่งครั้งนั้นเธอก็สามารถที่จะคว้าเหรียญเงินให้กับทีมได้ในประเภทบุคคลหญิง ซึ่งน้องบอกว่า "ครั้งที่ติดทีมชาติครั้งแรก เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมาก และก็รู้สึกภูมิใจที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย"
เมื่ออายุ 14 ย่าง 15 ปี "น้องเมย์" ก็สามารถที่จะคว้าแชมป์เยาวชนโลกมาครองได้ จากนั้นก็คว้ามาได้ในอีก 2 ปีต่อมา ทำให้เธอกลายเป็นนักแบดมินตันหญิงคนแรกของโลก ที่สามารถคว้าแชมป์เยาวชนโลกได้ 3 สมัยซ้อน จนในปี พ.ศ. 2552 ทางสหพันธ์แบดมินตันโลกก็มอบรางวัลนักแบดมินตันดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีให้ "น้องเมย์" และเจ้าตัวก็ตั้งความหวังว่าจะเป็นนักแบดมินตันหญิงคนแรกที่คว้าแชมป์เยาวชนโลกได้ 5 สมัยติดต่อกัน
และด้วยวัยเพียง 17 ปี "น้องเมย์" ก็ก้าวขึ้นเป็นมืออันดับที่ 10 ของโลก และก็สามารถเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ได้อย่างไม่ต้องเหนื่อยเท่าใด ถึงแม้ 3 รายการหลังที่ต้องเก็บคะแนน "น้องเมย์" จะทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร
เมื่อเข้าสู่การแข่งขันจริง "น้องเมย์" ก็โชว์ผลงานได้ดีตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มด้วยการชนะนักตบจาก ศรีลังกา และโปรตุเกส ชนิดที่ว่าขาดลอย 2-0 เกม และรอบ 16 คนสุดท้าย "น้องเมย์" ก็เป็นที่จดจำของคนทั่วโลกมากขึ้น เมื่อสามารถพิชิต จูเลี่ยน เชงค์ มือ 6 ของโลก จากเยอรมนี ไปได้แบบขาดลอยอีกครั้ง แต่เมื่อเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้าย "น้องเมย์" ก็สู้ความเก๋าของ หวัง ซิน ไม่ได้พ่ายไปอย่างน่าเจ็บใจ 1-2 เกม หยุดเส้นทางโอลิมปิกเพียงแค่รอบนี้
แต่สิ่งที่ทำให้ "น้องเมย์" ได้ใจแฟนขนไก่ทั่วโลกก็คือ ความมีใจสู้ และเป็นนักกีฬาที่มีสัมมาคารวะ ทุก
ครั้งที่จบเกมไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ "น้องเมย์" จะแสดงมารยาทแบบไทยด้วยการยกมือไหว้ขอบคุณแฟนๆ ไปทั่วสนาม สร้างความชื่นชอบต่อแฟนชาวต่างชาติไม่น้อย เมื่อฟังได้จากเสียงปรบมืออันกึกก้องหลังจบเกม
เเม้กระทั่งวันนี้เธอก็ชนะ ทั้งในจอ เเละ นอกจอสนาม
พร้อมทั้งเสียงกระหึ่มทั่วไทยว่า 
เมย์เดย์!  เมย์เดย์!  เมย์เดย์!

เรื่องโดย "SuperBank" http://sport.sanook.com/6142/

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Unordered List

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

โพสต์แนะนำ

ภูติ ผี ปีศาจ เเตกต่างกันอย่างไร

                ภูติ ผี ปีศาจ เป็นคำที่เราเคยได้ยินได้ฟัง มาตั้งเเต่ยังเด็ก เเม้กระทั่งละคร ภาพยนต์ต่างๆก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้...

Popular Posts

Text Widget