วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559






สภาพวัดในชายแดนภาคใต้ ถูกแปลงสภาพเป็นที่เลี้ยงเป็ด
เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2559 เครือข่ายพระธรรมทูตอาสา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
และ เครือข่ายพุทธรรมนำสันติสุข ได้ลงพื้นที่บ้านชะเอาะ ต.มะนังยง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี
 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รกร้างไม่มีคนอาศัย แต่เดิมมีชาวพุทธอยู่ 16 ครัวเรือนแต่อยู่ประจำ 6 ครอบครัว
หลังจากมีผู้ก่อการร้ายบุกเข้าไปยิงแลัวเผาบ้านตายคาที่ 2 ศพ ไปตายร.พ.อีกหนึ่ง บาดเจ็บสาหัส 1
เมื่อหลายปีมาแล้ว  ครอบครัวที่เหลือจึงต้องย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นทั้งหมด
และได้ขายที่ดินให้แก่คนมุสลิมเขาปลูกต้นยางและเลี้ยงเป็ด
ฝั่งตรงข้ามเป็นป่าช้าและเชิงตะกอนตอนนี้เหลือแต่ศาลาซึ่งกำลังจะพังลงมา
ส่วนวัดของชุมชนแห่งนี้ ได้กลายสภาพเป็นที่เลี้ยงเป็ด
นี่คือสถานการณ์ของชาวพุทธใน อ.ยะหริ่ง

ข้อมูล/ภาพ : เครือข่ายพระธรรมทูตอาสา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
Cr.กองการคณะสงฆ์

นี้คือเรื่องจริง ! " จนท.ใช้เครนยกพระพุทธรูป ย้ายออกจาก
วัดหัวสะพานยะลา หลังถูกทิ้งร้างนานกว่า3ปีจากเหตุไม่สงบ

" พวกเราถูกทอดทิ้งมานานแค่ไหนแล้ว พุทธศาสนาเราก็โดนทำลายไปขนาดไหนแล้ว
เราต้องออกมาปกป้องพุทธศาสนาของเราครับ ช่วย ๆ กันทุก ๆ คน แชร์ออกไป เสียงเราจะดังขึ้นเรื่อย ๆ

"เราถูกปล่อยลอยแพ ตามยถากรรมมานานแล้ว
อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ย้ายหนี หรือไม่ก็ตาย
รัฐบาลไม่เคยเหลียวแลเอาใจใส่
เพราะศาสนาพุทธไม่เรื่องมาก ไม่มากความ ไม่หัวรุนแรง รักสงบ ถ้อยทีถ้อยอาศัย
เพราะเป็นคนดี อะไรก็ได้ เขาจึงไม่แลเหลียว
หมดสิทธิ์เรียกร้อง
สิทธิพิเศษอะไรมาปกป้องศาสนาประจำชาติ
หรือต้องประท้วง วางระเบิด ฆ่าคน
เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ความเสมอภาค
รัฐบาลจึงจะหันมามอง ว่าคนไทยพุทธโดนย่ำยีแค่ไหน
ทำไมจึงไม่มีใครมองเห็น และเยียวยา

ลืมไปแล้วหรือ????

หรือว่าอะไรมันบังตาจนมองไม่เห็น เราต้องเดินตามทางคนอื่นตลอดเลย
แล้วศาสนาเราเคยมาเหลียวแลไหม
นี่ไม่ใช่วัดแรกที่ร้างนะ มีหลายสิบวัดแล้ว และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
มีหลายวัดที่มีการขอทุบทิ้งแล้วทำเป็นมัสยิดมีใครรู้บ้าง ยอมเขาไปหมด
 ชาวบ้านไร้สิทธิ์ไร้เสียง มันอยากได้ที่ไหน ก็ไปเผาไปฆ่าจนต้องหนี
แล้วมันก็ได้ไป เพราะอ้างว่าไม่มีใครอยู่แล้วขอนะ
อะไรก็ได้ไม่เรื่องมาก
แต่ไม่ได้หมายความไม่ต้องการความดูแลปกป้องนะ
หันมามองบ้าง ก่อนที่จะไม่เหลืออะไร "

เครดิตภาพ : เพจเราจะปกป้องแผ่นดินไทย

เห็นภาพอีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางศาสนา ยืนหยัดอย่างสง่า ผ่าเผยอยู่เบื้องหลัง
ถามจริง ตอบตรง คนไทยหัวใจพุทธฯ รู้สึก วูบๆในหัวใจกันบ้างไหม
หรือ ยังคงตอบว่า ฉันไม่เกี่ยว
เเล้วมุ่งหน้าอ่านข่าวทำลายล้างพุทธศาสนาในบ้านเราอย่างเมามันอีกต่อไป



วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เส้นทางแห่ง..

ความพากเพียรอันอุกฤษฏ์

ของการเรียนภาษาบาลี 

ภาษาสวรรค์




“ ผู้มีบุญเท่านั้น ได้เรียน
ใช่หมดโลก หรือเซียนศึกได้
ล้ำค่ากว่าวิเชียร หมื่นธาตุ
เพียรเถอะ เรียนไว้ไซร้ 
สุดท้ายอรหันต์ ”

พระภิกษุสามเณรที่เรียน
จนจบเปรียญธรรมประโยค ๙

แสดงว่าท่านมีศักยภาพ
อย่างเหลือเฟือ ถ้าท่านอยู่
พระศาสนาก็จะรุ่งเรือง
เพราะความรู้ความสามารถ
ของท่านพัฒนาต่อยอด
ได้อีกมากมาย !


ภาษาบาลีเป็นคำสั่งสอน
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทุกอย่างที่พระองค์ทรงสอน
ก็บันทึกไว้ด้วยภาษาบาลี

ที่สำคัญความรู้ภาษาบาลี
จะทำให้เรามีหลักในการแปล
พระไตรปิฎกได้อย่างถูกต้อง
ไม่คลาดเคลื่อน ! 

กว่าเราจะมาถึงวันนี้..

เรียนอยู่ ๑๓ ปี ๙ ประโยค
ประโยค ๓ สอบ ไม่ผ่าน ๑ ครั้ง
ประโยค ๘ สอบ ๓  ครั้งถึงจะผ่าน
ประโยค ๙ สอบมาแล้ว ๒ ครั้ง

ซึ่งไม่ง่ายเลยสำหรับเรา !



" พออ่านไม่เยอะ !
จุดที่เป็นข้อสอบ คือจุดที่เรา
มองผ่านไป แสดงว่าเราต้องอ่าน
ให้เยอะขึ้น ทั้งอ่านด้วย เขียนด้วย
ท่องด้วย ทำให้มากขึ้นอีก "


" ที่หนูรู้สึกดีมากๆ ก็ตรงที่
ในวันที่วัด โดนข่าวโจมตี
ยังมีข่าวของหนู ให้ทุกคนดีใจ 
กว่าจะเรียนจนจบมาได้ .. เราล้วน
มีคนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จทั้งนั้น "


จำได้ว่า..
ตอนสอบผ่านประโยค ๖
หลวงพ่อธัมมชโยท่าน
ให้โอวาทว่า

" เรียนให้จบประโยค ๙ นะ "  

ก็คิดว่าสักวันคงไปถึง.. 
แต่ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ?

มีสิ่งหนึ่งที่หนูเห็นมาตลอดคือ

" ต้นแบบ "

หลวงพ่อท่านเป็นนักสู้ที่ยิ่งใหญ่
ไม่เคยมีสิ่งใด มาสั่นคลอน
เป้าหมายของท่านได้ 

" ทำให้เรา ..อยากเป็น
อย่างนั้นบ้างคือ ..อย่ายอมแพ้
ถ้ายังไปไม่ถึงเป้าหมาย

ไม่ได้ไม่มี  ไม่มีไม่ได้ 

ไม่ได้ต้องได้ และต้องได้ให้ดีที่สุด ! "

ลูกขอกราบแทบเท้าขอบพระคุณ
พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้ง๒ รูป
หนูดีใจที่นำความภูมิใจมาสู่
หมู่คณะคะ !


ติดตามบทความฉบับสมบูรณ์
Unseen นักเรียนบาลี 
ที่คุณ..ยังไม่เคยอ่านที่ไหนมาก่อน !

Click หนึ่งเดียวของประเทศ 
ฮือฮา! สาวซิวบาลีประโยค ๙ ปีนี้


เรียบเรียงโดย คนธรรมรำพัน

ขอบคุณภาพประกอบ
Fb ภาพดีๆ 072 & ชาอุ่น Team

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559


ถ้าหากมีการนำคดีสหกรณ์ไปสร้างเป็น
ภาพยนตร์แนวสืบสวน โดยตัวละครเอก
เป็น "นักสืบเอกชน" แล้วล่ะก็
เรื่องนี้จะต้องทำการสืบสวนพฤติกรรม
ของแต่ละกลุ่มด้วยประเด็นข้อสงสัยเหล่านี้
ขั้นแรก - พระเอกต้องสืบจากกลุ่มสหกรณ์ก่อน
ประเด็นที่ต้องสืบสวนหาความจริงคือ
1. ทำไมสหกรณ์ถึงไม่ทวงเงิน 400 กว่าล้าน
คืนจากดีเอสไอ ทั้งที่เป็นเงินของสหกรณ์โดยตรง
และเป็นเงินที่ต้องได้คืนเต็มจำนวนจากการขายทรัพย์สิน
ของกลางผ่านดีเอสไอ และสหกรณ์เองก็กำลัง
ขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินจ่ายคืนสมาชิกอยู่ในขณะนี้ ?

2. ถ้าสหกรณ์ไม่กล้าทวงเงินคืน ทำไมดีเอสไอ
จึงไม่เป็นฝ่ายคืนเงิน 400 กว่าล้านเอง
ทั้งที่ก็รู้อยู่ว่าสหกรณ์กำลังประสบปัญหา 
และสมาชิกสหกรณ์กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก  ?

3. เงินสหกรณ์ 13,000 ล้าน ถูกมอบให้กับบุคคล 32 ราย
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายมีเพียง 10 %
และศิษย์วัดได้ตั้งกองทุนเยียวยาช่วยเหลือจบไปแล้ว
ประเด็นที่น่าสงสัยก็คือ
3.1) ทำไมสมาชิกสหกรณ์ถึงมุ่งสนใจเฉพาะเงิน 10 %
ที่ได้รับการเยียวยาแล้ว และไกล่เกลี่ยกันได้แล้ว
เหตุใดมาเสียเวลาทวงถามเงินกับกลุ่มคน
ที่ไม่ได้ติดหนี้สหกรณ์แม้แต่บาทเดียว
3.2) ทำไมสมาชิกสหกรณ์ไม่สนใจเงินอีก 90 %
ที่อยู่ในมือของบุคคลอีก 30 กว่าราย
ซึ่งมีมูลค่าโดยรวมสูงถึง 12,000 ล้านบาท
และไม่เคยตั้งกองทุนช่วยเหลือเยียวยา
สมาชิกสหกรณ์เลยแม้แต่บาทเดียว
--------------------------

ขั้นสอง - พระเอกต้องสืบจากกลุ่มดีเอสไอ
เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่มีคนยักยอกเงินสหกรณ์มาบริจาคให้วัด
ซึ่งถ้าตรวจสอบเส้นทางเงินแล้วพบว่า
หลวงพ่อวัดพระธรรมกาย
เป็นเพียงผู้รับบริจาคเท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้นำเงินออกมาจากสหกรณ์
ไม่รู้ที่มาของเงิน และรับบริจาคอย่างเปิดเผยต่อหน้าสาธารณะ 
ตามหลักก็ควรจะกันไว้เป็นพยาน
ประเด็นที่ต้องสืบสวนก็คือ
1. ทำไมดีเอสไอถึงตั้งข้อหาว่าหลวงพ่อวัดพระธรรมกาย
ว่าสมรู้ร่วมคิดกับผู้บริจาคทำการฟอกเงินและรับของโจร
ทั้งๆ ที่เส้นทางการเงินมีหลักฐานเพียงแค่เป็นผู้รับบริจาคเท่านั้น ?
2. ทำไมดีเอสไอถึงต้องสร้างสถานการณ์หลายอย่าง
จนไปสู่การออกหมายจับ เพื่อนำตัวหลวงพ่อวัดพระธรรมกาย
มาไว้ในอำนาจรัฐให้ได้ ทั้งที่ท่านกำลังป่วยหนัก
และไม่มีพฤติกรรมหลบหนี ?

3. ทำไมเมื่อมีผู้รู้กฎหมายระดับประเทศหลายคน
ทั้งที่เป็นรองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา ทนายอาวุโส

ทนายสิทธิมนุษยชน แม้กระทั่ง อดีต ผบ.ตร.
ออกมาช่วยกันทักท้วงว่า การสอบสวนของดีเอสไอ
ทำผิดระเบียบหลายอย่าง ทั้งการตั้งคดีซ้ำซ้อน
การตั้งข้อหาโดยหลักฐานไม่ครบองค์ประกอบข้อหา
และลัดขั้นตอนการสอบสวนหลายอย่าง แต่ดีเอสไอก็ไม่ฟัง
และยังดึงดันจะต้องนำตัวหลวงพ่อมาฟ้องศาลให้ได้ ?

4. ทำไมเมื่อดีเอสไอส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการไปแล้ว
แต่กลับยังดำเนินการสอบสวนต่อไปอีก
ทั้งๆ ที่เป็นการ
ทำผิดระเบียบถึงขั้นก้าวกายแทรกแซงอำนาจอัยการหลายอย่าง
ตั้งแต่ขัดต่อระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ข้อ 66, 32 
ขัดต่อแนวคำพิพากษาศาลฎีกา และความเห็นคณะกรรมการ
กฤษฎีกา 2 เรื่อง (เรื่องเสร็จที่ 415/2548 และ 944/2547)
และขัดต่อ ป.วิ อาญา มาตรา 39 (2) แม้มีอดีต ผบ.ตร
ทักท้วงว่าคดีอยู่ในมืออัยการแล้ว ดีเอสไอควรอยู่เฉยๆ
แต่ก็ไม่ฟัง ยังดึงดันจะสอบสวนต่อไปให้ได้ ?

5. ทำไมเมื่อดีเอสไอส่งสำนวนตั้งข้อหาฟอกเงินและรับของโจร
จำนวน 32 แฟ้ม 1 หมื่นหน้า ให้กับอัยการได้เพียงไม่กี่วัน 
อัยการกลับมีคำสั่งลงมาว่า ให้ดีเอสไอไปทำเส้นทางการเงินมาใหม่
ใช่เป็นเพราะว่าหลักฐานการทำความผิดไม่มีใช่หรือไม่
ใช่เป็นเพราะว่าเส้นทางการเงินไม่เข้าองค์ประกอบข้อหาหรือไม่

6. ถ้าหากสำนวนสอบสวนของดีเอสไอยังไม่เรียบร้อยแบบนี้
ทำไมถึงต้องรีบส่งสำนวนให้อัยการ ทำไมถึงต้องรีบนำตัว
หลวงพ่อวัดพระธรรมกายมาฟ้องศาลให้ได้ ?

7. แนวทางการทำคดีของดีเอสไอตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
จะช่วยให้สหกรณ์รอดพ้นจากภาวะล้มละลายได้หรือไม่
เพราะยังไม่สามารถตามเงินมาคืนสหกรณ์ได้แม้แต่บาทเดียว
ขณะที่คดีก็ใกล้จะหมดอายุความไปทุกปี หากมิใช่เพราะ
กองทุนเยียวยาศิษย์วัดมาต่อท่อน้ำเลี้ยงไว้ สหกรณ์คงล้มไปแล้ว
---------------------------------
ขั้นสาม - พระเอกจะต้องมาสืบจากกลุ่มวัดพระธรรมกาย
1. เส้นทางการเงินทั้งหมดของวัดพระธรรมกาย
มีส่วนเข้าไปพัวพันกับธุรกรรมการเงินของสหกรณ์หรือไม่ ?

2. เงินบริจาคที่เข้าไปยังวัดพระธรรมกาย ถูกนำไปบริหารจัดการ
อย่างไร ถูกใช้จ่ายออกไปอย่างไร มีผลลัพธ์ใดเกิดขึ้นบ้าง ?

3. ความหวาดระแวงระหว่างศิษย์วัดพระธรรมกายกับดีเอสไอ
เริ่มต้นจากที่จุดใด ทวีความรุนแรงข้นได้อย่างไร และปัญหาใด
ที่ทำให้หมดความไว้วางใจต่อดีเอสไอและกระบวนการยุติธรรม ?

4. ทำไมศิษย์วัดต้องตั้งกองทุนต่อท่อน้ำเลี้ยงให้กับสหกรณ์
เพราะในเมื่อไม่มีหลักฐานว่าทำธุรกรรมร่วมกัน และไม่มีหลักฐาน
ว่านำเงินออกมาจากสหกรณ์
การปล่อยให้สหกรณ์ล้มละลาย
ไปก่อนคดีหมดอายุความ จะไม่เป็นการง่ายกว่าหรือ
เพราะขาดสภาพคล่องถึง 13,000 ล้าน
หากสหกรณ์ไม่มีแหล่งเงินกู้
ที่วงเงินระดับเดียวกันนี้ ก็ยากจะเรียกความน่าเชื่อถือกลับคืน ?
แต่ทำไมศิษย์วัดนี้กับยังช่วยเหลือ ทั้งที่ตัวเองก็กำลังจะโดนฟ้อง ?

5. ทำไมวัดพระธรรมกายที่มีศิษย์มากมายถึง 4-5 ล้านคน
เมื่อถูกดีเอสไอรุกหนักขนาดนี้กลับเลือกตั้งรับอย่างใจเย็น
ขณะที่ดีเอสไอก็เปิดช่องโหว่มากมายขนาดนี้
กลับเลือกที่จะไม่ฟ้องกลับ เลือกที่จะปล่อยให้ดีเอสไอ
ตรวจสอบเส้นทางการเงินของวัดได้ตามใจชอบ 
ซึ่งถ้าเป็นองค์กรอื่นป่านนี้ฟ้องสกัดจนเละตุ้มเป๊ะไปแล้ว
เพราะเหตุใดวัดพระธรรมกายจึงเลือกแนวทางสงบ สันติ อหิงสา
ในการต่อสู้กับวิธีการใช้กฎหมายของดีเอสไอ

---------------------------------------
ถ้าหากเรื่องนี้ถูกทำเป็นภาพยนตร์ออกมา คงเป็นมหากาพย์
ที่สนุกสนานซับซ้อนซ่อนเงื่อน เต็มไปด้วยตัวละครลับมากมาย
และพระเอกก็ต้องเก่งโคตรๆ
ถึงเข้าไปสืบคดีในกลุ่มสหกรณ์
กลุ่มดีเอสไอ กลุ่มวัดพระธรรมกาย โดยไม่ถูกจับพิรุธได้
หรือถูกจับตัวเข้าคุกในข้อหาบุกรุกในยามวิกาลไปเสียก่อน (จบ)

---------------------------------

๓๐ มิถุนายน ๒๕๙

๒๐.๕๖ น.
ปล. หนังฟอร์มยักษ์ขนาดนี้ จะหาทุนสร้างได้ไหมเนี่ย
Cr.หลวงพี่ตรีเทพ


















วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559


เมื่อ 2 ผู้ต้องหายื่นหนังสือต่อหน้า DSI
ความยุติธรรมที่พึ่งได้?????
รายชื่อผู้ต้องหา จำนวน 38 ราย
ลำดับที่ 30.นายไพบูลย์ นิติตะวัน

ข้อหา ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ
หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ
หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่อง

ในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
ติดตามอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่
http://www.dsi.go.th/view.aspx?tid=t0000092
พระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย

ในวันที่ 14 พฤษภาคม 57 ศาลอาญาอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. รวม 43 คน ผู้ต้องหาคดีกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา

โดยมีชื่อของพระสุวิทย์รวมอยู่ด้วย
ติดตามอ่านข่าวเพิ่มได้ที่
http://www.thairath.co.th/content/401775
http://www.komchadluek.net/news/detail/178369
http://news.sanook.com/1429569/


"ภัททะกัง สุปินัง ปัสสะติ - ฝันดี
อาจมาจากเรื่องร้าย
แต่สะท้อนความจริงได้
ทำไมพุทธต้องฟัดพุทธ ?"

      เมื่อวานเพื่อนร่วมงานผมทำงานกันสนุก เพราะมีแขกมาเยือนทางเฟชบุค ผมเห็นตอนเช้า แต่เพื่อนบอกว่ามาตั้งแต่ตอนเที่ยงคืนแล้ว เฟชบุคนี้มีเป้าหมายต้องการเล่นงานผมโดยตรง ...เพื่อนๆสรุปว่า ผู้จัดทำมีการวางแผนมาอย่างดี ...เตรียมให้เกิดความยืดเยื้อ หวังผลสร้างความเด่นให้ตนเองเเป็นหลักโดยมีสานุศิษย์บางคนคอยร่วมยุ ...สุดท้ายเพื่อนๆถามผมว่า มีเรื่องโกรธเคืองอะไรเป็นการส่วนตัวหรือเปล่า ?
     ผมมองชื่อ พยายามนึกถึงหน้า..บอกตรงๆว่าลืมความเกี่ยวข้องที่สนิทสนมกันไปนานแล้ว  ระยะหลังก็พูดคุยกันห่างๆ พบก็ยกมือไหว้ในฐานะพระสงฆ์ ท่านให้หนังสือก็อ่าน รู้ว่าท่านต้องการกำลังใจก็ให้ไป เพื่อจะได้ทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา...แต่ความสัมพันธ์ทึ่ใกล้ชิดลืมจริงๆว่าเคยมีหรือเปล่า ?
    ตกกลางคืน หลังจากไหว้พระสวดมนต์...ผมนั่งอ่านเฟชบุคจนง่วง จึงเข้านอน
ฟังเสียงฝนกระทบหลังคาแล้วก็หลับไป...ในที่สุดก็ฝัน...
   
    "ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่สถานที่แห่งหนึ่งแถวท่าพระจันทร์ มีพระหนุ่มรูปหนึ่งมาหาผม ท่าทางสงบเสงี่ยม แต่เชื่อมั่นตัวเองคุยกันได้ครู่หนึ่งก็ยื่นเอกสารให้ผม เป็นข้อเขียนของท่าน  ผมอ่านจนจบแล้วก็บอกว่าดี แต่มีข้อต้องแก้ไข บางที่เยิ่นเย้อ...
     พระหนุ่มแสดงสีหน้าไม่สู้ดีที่ผมวิจารณ์...ผมก็อธิบายต่อตามวิสัยของคนชอบสอนหนังสือ แต่นึกไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์ต่อไปนี้...คือ ทุกครั้งที่พบพระหนุ่มรูปดังกล่าว จะได้รับการมองด้วยสีหน้าแววตาที่ไม่เป็นมิตรเหมือนเมื่อก่อน ..ผมก็รู้ได้ทันทีว่าคงมาจากการวิจารณ์ในวันนั้น...แต่ก็ไม่สนใจอะไร เพราะถือเจตนาดีเป็นที่ตั้ง จากนั้นก็ไม่ได้พบกัน
    ในความฝันยังเห็นอีกว่า"... ๑๐ ปีต่อมา พบกันอีกครั้ง..ได้ทราบว่าท่านพัฒนาตัวเองมาเป็นพระวิปัสสนาจารย์ สอนตามที่ต่างๆ ก็มีคนชื่นชมพูดถึง ...คราวนี้พบและพูดคุยกันห่างๆ  ..เพราะต่างคนต่างมีภาระ...พบแต่ละครั้งคุยกันไม่ถึง ๕ นาที ท่านก็บอกว่าท่านเขียนหนีงสือเรื่องนั้นเรื่องนี้ ผมก็อนุโมทนา  และบางทีท่านก็ให้มาอ่าน  ...ผมรับแล้วพลิกดูก็ให้กำลังใจ เพราะรู้ว่าท่านต้องการ"
     ผมยังฝันยาว."..ตอนหลัง...ท่านเขียนเรื่องภิกษุณี ท่านบอกผมด้วยความเชื่อมั่นว่าจะรวบรวมหลักฐานมาแสดง เป้าหมายก็เพื่อต้องการบอกสังคมว่า การที่ผู้หญิงบวชทุกวันนี้ไม่ถูกต้อง  ผมเองชื่นชม แต่ไม่ตื่นเต้นอะไร เพราะหลักฐานพระวินัยที่ท่านอ้างเพื่อให้เห็นว่าบวชเป็นภืกษุณีทุกวันนี้ทำไม่ได้ก็อ้างกันมาเยอะแล้ว...จนนักวิชาการฝ่ายสตรีนิยมตำหนิว่า พระชอบอ้างพระวินัยเฉพาะส่วนที่ท่านได้ประโยขน์ แต่ถ้าอ้างแล้วทำให้ท่านเสียประโยชน์ท่านก็ไม่อ้าง เช่น ห้ามรับเงิน...จึงได้แค่รับหนังสือไว้ แต่ไม่ได้เผยแพร่เพราะเห็นมีอยู่ดื่น และเห็นว่าการแค่ยกคัมภีร์มาอ้างเพื่อห้ามคงไม่พอ ใครก็ทำได้ ไม่อัศจรรย์อะไร แต่การหาทางออกให้น่าจะสำคัญกว่า เพราะเป็นการสงเคราะห์ผู้หญิงซึ่งก็เป็นภาระของพระศาสน่าด้วย จึงไม่ได้ให้ความสำคัญอันใดต่องานชิ้นนั้น แต่ก็ชื่นชมในความอุตสาหะ"
ผมสะดุ้งตื่นเข้าห้องน้ำแล้วมาหลับฝันต่อเรื่องเดิม
"...ตอนที่รณรงค์พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ อาจจะเป็นผมกดติดต่อเข้าไปเพราะเห็นชื่อท่านขึ้นในเฟชบุคของผม ก็คนรู้จักกันก็เลยแอดเข้าไป...และได้คุยกีนถึงงานที่ทำ...ท่านสนใจ ท่านยินดีสนับสนุน เห็นบอกว่า ถ้ามีการตั้งคณะทำงานเพิ่มท่านพร้อมช่วยแถมบอกว่ามีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง  ผมเสนอเรื่องของท่านต่อประธานฝ่ายพระ เห็นท่านประธานเฉยๆไม่สนใจถามต่อ ผมก็เลยหยุดไม่ได้ติดต่อกลับไปอีก.."
   ผมยังฝันต่อ
"...เมื่อตอนที่เขียนวิพากษ์พระมหาไพรวัลย์ ผมโดนถล่มหนัก  ก็มีไลน์ของพระรูปนี้มาถึงด้วยความห่วงใย ผมขอบคุณ ก่อนจากกันท่านบอกว่าท่านส่งกลอนมาให้ออกหน้าเฟชบุคผม ๑ บท เป็นกลอนตำหนิพระมหาไพรวัลย์กลายๆ แต่ผมก็ไม่ได้เอาลง  พระรูปนั้นก็อุตส่าห์ไปลงเฟชของท่านบอกแฟนคลับให้อ่านงานท่านได้ที่หน้าจอของผม แต่ผมก็ไม่ได้ทำให้ท่าน เพราะทำไม่เป็น และเพราะคิดว่า ไม่ยุติธรรมกับพระมหาไพรวัลย์ เมื่อผมว่าท่านก็ควรใช้วาทะของผมเอง  ไม่ควรดึงคนอื่นมาเป็นศัตรูกับท่าน  ก็เลยไม่ได้ลงให้ท่าน ...เหมือนไม่ให้ความสำคัญท่าน
    
จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก และผมก็ลืมท่านไปเลย เพราะมัวแต่ยุ่งกับงาน สมาพันธุ์"

    มานึกถึงท่านอีกทีก็ตอนที่เขียนเรื่องวัดพระธรรมกาย ในฐานะเป็นสถาบันพระพุทธศาสนาสถาบันหนึ่ง ที่กลุ่มของผมหากจะปล่อยให้เผชิญภัยตามลำพังก็ดูจะใจดำเกินไป ทั้งๆที่วัดพระธรรมกายก็ไม่ได้ให้อะไรเราเป็นการเฉพาะ แต่เรามองในภาพรวม วัดพระธรรมกายจึงเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมนั้น และฝ่ายที่จ้องเล่นงานวัดพระธรรมกายเขาก็มองในภาพรวม  หากล้มวัดพระธรรมกายได้ก็ล้มวัดอื่นๆได้ ในที่สุดก็ล้มคณะสงฆ์ได้  ...

    การล้มวัดพระธรรมกายมีแผนจากต่างศาสนามาหลายสิบปี ศาสนาไหนล่ะ ? ก็ลองไปดูซี่ศาสนาใดที่ซื้อที่ล้อมวัดพระธรรมกาย  ก็ศาสนานั่นแหละ ...เขาทำด้วยสามัคคีและกฏหมาย เรามีแต่ศรัทธาและความภูมิใจแบบหลงเงาอดีต แต่ไม่ตื่นรับรู้ความจริง
    หลายคนอาจคิดว่าก็ล้มไป จะเอาไว้ทำไม ในเมื่อคณะสงฆ์ก็บกพร่องมากมาย
พวกเราก็เห็นจุดนี้...แต่เรามั่นใจว่าเป็นภัยภายในที่แก้ได้ และไม่มั่นใจในโครงสร้างใหม่ที่จะมี ๓ เกลอ (พระ ๑ + ฆราวาส ๒) มาเป็นตัวกำหนด ... คณะเราจึงทักท้วง  และปลุกทุกฝ่ายให้ตื่น. แต่นึกไม่ถึงว่า ขาวพุทธตื่นแล้วมาไล่ฟัดกันเอง  ...ศาสนานั้น เขาชอบใจน่าดู
       ผมต้องขอบคุณสมาชิกสมาพันธ์ชาวพุทธที่ประกาศความกล้ามาช่วยกันชี้แจง
ทำให้ผมมั่นใจว่าเราไปได้แน่ 
แต่ละคนที่เห็นยามปกติคือ "แมวเชื่อง"
แต่เมื่อสถานการณ์เชิงรุกมาถึง ทุกคนก็คือ "ราชสีห์ " พร้อมสู้และสู้จริงๆ



    สู้ไม้สู้เปล่า ยังไล่ฟัด"หมูอ้วน ๒-๓ ตัว" กระจุยกระจายปิดเฟชบุคหนีกันจ้าละหวั่น  (หมูอ้วนบางตัวอุตส่าห์เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนาม แต่พอคุยไปๆสันดานเก่าออก เลยจำได้ ราชสีห์เราก็จมูกไวไล่ขย้ำซะเลย แต่ก่อนสิ้นลายยังมีแรงด่ากลับนะว่าราชสีห์เราเป็นคนไม่มีศาสนา) มิหนำซ้ำ พระเจ้าของแผนการที่ผมฝันถึงพอเจอราชสีห์เขี้ยวตันเข้าไปก็ปิดเฟชบุคหนีเหมือนกัน 
    ราชสีห์ทุกตัวให้เหตุผลต่อกลุ่มตรงกันว่า
"เถื่อนต้องเจอเถื่อน มามัวสุภาพอย่าง อ.บรรจบไม่ได้หรอก"

ขอขอบคุณราชสีห์ทุกท่าน...วันหลังหากฝันใหม่จะใช้บริการอีกครั้ง 

ที่มา : https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=476415835889971&id=301226330075590
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร้อยโท ดร. บรรจบ บรรณรุจิ อดีตอนุศาสนาจารย์ ประจำกรมยุทธศึกษาทหารบก และกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ได้แสดงความคิดเห็นไว้ เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 59 ที่ผ่านมา



นิยาย... พระกับมาร
...พอดีคิดถึงหนังสือกำลังภายใน...
จำได้หนังจะมีเทพกับมารคอยสู้รบกัน
มารจะเก่งขนาดใหญ่ ท้ายสุดก็แพ้เทพ...
...หรือถ้าจะแบ่งเป็น ธรรม กับ อธรรม หรือ ดี กับ ชั่ว ก็ได้นะครับ
...สถานการณ์ปัจจุบัน พระ ๒ รูป กำลังดัง และแบ่งฝ่ายกันชัดเจน ผมเลยขอสมมุติให้
องค์หนึ่งเป็นพระ  อีกองค์เป็นมาร
ท่านก็คิดเอาเองว่าองค์ไหนควรจะเป็นพระ องค์ไหนควรจะเป็นมาร
...สมมุตินะครับสมมุติ..
...พระ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี มารไม่มีข้อมูลว่าจบอะไร
...พระบวชครั้งเดียวเมื่ออายุประมาณ ๒๕ สายมหานิกาย
...มารบวชหลายครั้ง เรียกว่าบวชๆสึกๆ
...พระหลังจากบวชแล้ว ก็สร้างอาณาจักรทางพุทธขึ้นมา จากเล็กๆ จนใหญ่โตแทบไม่น่าเชื่อ
จนทำให้พุทธจักร์ของเรา ขยายไปจนศาสนาอื่นงง
...มารตั้งแต่บวชมาก็อาศัยวัดอยู่ ไม่ได้สร้างอะไรที่มีคุณแก่ชาวพุทธเลย
...พระเอาคำสอนเป็นที่ตั้ง แต่ด้วยความสามารถเฉพาะตัว ทำให้ลูกศิษย์เกิดขึ้นแบบลูกโซ่
ขยายจาก ๑๐ เป็น ๑๐๐ เป็น๑,๐๐๐ ท้ายสุดไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน โดยมีทั้งฝรั่งผมขาวด้วย
...ด้วยใจที่บริสุทธิ์ ดวงตาที่เห็นธรรม ทำให้สามารถรับบริจาคเงินได้เงินมหาศาล
สร้างถาวรวัตถุให้เป็นศูนย์กลางของการเผยแผ่พุทธศาสนาได้
...มารเอาวิชาไหนไม่รู้มาใช้ มีรายได้แปลกๆ เห็นชัดเจน
ไม่รู้โรงแรมไหน ต้องถวายเงินแบบยืนนับออกทีวีกันเลยกันเลย
แถมเคยประกาศขายวัดด้วยละ...วัดขายได้ด้วยหรือ งง จัง
...พระไม่เคยมายุ่งทางการเมือง ศิษย์มีทั้งเหลือง แดง แต่ปัจจุบันเหลืองที่ไม่ได้เป็นศิษย์
เหตุใดจึงมาเกลียดพระ ทนายก็ไม่เข้าใจจริงๆ
...มาร..ยุ่งการเมืองไปทั่ว เช่น ปิดถนน ปิดสถานที่ราชการ ฯ ขัดขวางการเลือกตั้ง เยอะเกินไปเลยขี้เกลียดจำ...
...พระเคยได้รับรางวัลจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่นรางวัลจากองค์กรยุวสงฆ์โลก wbsy
ในฐานะที่เผยแผ่พุทธศาสนาดีเด่นในระดับโลก และรางวัลอีกเยอะ จำไม่ไหวจริงๆ
...มาร..ได้รับหมายศาลจากตำรวจและดีเอสไอ หลายครั้ง ผลจากการกระทำผิดต่อกฏหมายบ้านเมือง
...ทุกวันนี้พระไม่เคยโต้ตอบอะไรกับทางราชการเลย
...มารทุกวันนี้ เที่ยวไปแจ้งความที่นั่นที่นี้..วุ่นวายปวดหัวไปทั่ว
...พระไม่เคยเอาของสกปรกไปถวายพระผู้ใหญ่
...มาร..ใครจำได้ไหมว่าเอาอะไรไปถวายพระผู้ใหญ่..

เอาเป็นว่านิยายจบแค่นี้ก็แล้วกัน ยาวไปเดียวไม่อ่าน


ทนายนิทัศน์ ประเสริฐเนติกุล
พฤหัสบดี ที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Unordered List

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

โพสต์แนะนำ

ภูติ ผี ปีศาจ เเตกต่างกันอย่างไร

                ภูติ ผี ปีศาจ เป็นคำที่เราเคยได้ยินได้ฟัง มาตั้งเเต่ยังเด็ก เเม้กระทั่งละคร ภาพยนต์ต่างๆก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้...

Popular Posts

Text Widget