แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระเทพญาณมหามุนี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระเทพญาณมหามุนี แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559

"เจ้าคณะภาคตะนาวศรี"  สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ส่งจดหมายถึง ฯพณฯนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชาประเทศไทย.......
14/12/2559
เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้พระเทพญาณมหามุนี(หลวงพ่อธัมมชโย)และหยุดใช้ความรุนแรงต่อวัด และพระในพระพุทธศาสนาหวั่นเสียภาพลักษณ์ประเทศชาวพุทธ14 ธันวาคม 2559


เรียน         ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
                                                                          กรุงเทพมหานคร
เจริญพร   นายกรัฐมนตรี ประเทศไทย และรัฐบาลไทย

              ขอให้สุขภาพแข็งแรง มีความสุข  ที่ประเทศไทย วัดพระธรรมกาย ปทุมธานี ได้รับทราบว่าจะมีหมายจับหลวงพ่อธัมมชโย  อาตมารู้สึกเหนื่อยใจ เสียใจ กับการกระทำเช่นนี้ ซึ่งไม่สมควรจะทำกับหลวงพ่อท่าน เพราะท่านอายุมากแล้ว อีกทั้งร่างกายก็ไม่แข็งแรงและท่านก็เป็นลูกพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ขออย่ามาทำเรื่องร้ายแรงเช่นนี้กับหลวงพ่อ และเป็นการเสื่อมเสียในภาพลักษณ์ ทำให้ดูไม่ดี ต่อประเทศชาติและศาสนาพุทธ








พระบันดันดะ ดันมิกะสาระ
เจ้าอาวาสวัด ดันมิกายามะตักอู่เจ่า
เจ้าคณะภาคตะนาวศรี
สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559


แถลงข่าวคณะศิษยานุศิษย์พระเทพญาณมหามุนี
เรื่อง   การกราบบังคมทูลฯ ถวายฎีการ้องทุกข์ ขอพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ระงับเหตุรุนแรงอันจะบังเกิดขึ้นได้ ระหว่างสถาบันชาติกับสถาบันพระพุทธศาสนา
เนื่องด้วยขณะนี้ สถานการณ์ส่อว่าจะบังเกิดเหตุรุนแรง ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับสถาบันพระพุทธ ศาสนา อันเนื่องมาจากการดำเนินการโดยไม่เป็นธรรม ดังนี้

     1. การดำเนินการของพนักงานสอบสวนในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และคดีอื่นที่เกี่ยวโยงกัน มีความไม่เป็นธรรมหลายประการ  อาทิมีการแจ้งความดำเนินคดี  และพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาคณะศิษยานุศิษย์ที่ช่วยกันบริจาคเงินเพื่อเยียวยาแก่สหกรณ์ฯคลองจั่น  ว่ามีความผิดข้อหาเรี่ยไร  ทั้งที่เงินนั้นก็เป็นเงินของศิษยานุศิษย์แต่ละท่าน  และเสียสละมาเยียวยาแก่สหกรณ์ฯตามข้อตกลงในศาล 
และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องทั้งวัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนี อีกทั้งสหกรณ์ฯ มีหนังสือขอบคุณแก่คณะศิษยานุศิษย์  เจ้าหน้าที่ของรัฐแทนที่จะมอบรางวัลแสดงความชื่นชมในน้ำใจเสียสละให้กับศิษยานุศิษย์ แต่คณะศิษยานุศิษย์กลับถูกดำเนินคดีตกเป็นผู้ต้องหา  แสดงถึงเจตนาในการหาเรื่องกลั่นแกล้ง  ไม่เป็นธรรม

   2. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ได้ดำเนินคดีพระเทพญาณมหามุนี ข้อหาบุกรุกป่า และข้อหาก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างทับลำรางสาธารณะ ที่สวนป่าหิมวันต์ อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย และที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์ พีซ จังหวัดนครราชสีมา ตามลำดับ โดยอ้างอิงความเห็นของนายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศของศาล  ทั้งที่นายวิฑูรย์ฯ ซึ่งเคยเป็นอดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ และถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เพราะทำความผิดฐานวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศบิดเบือนความจริง สร้างความเสียหายต่อราชการหลายกรรมหลายวาระ และสำนักงานศาลยุติธรรมไม่ต่อทะเบียนการเป็นผู้เชี่ยวชาญฯของศาล  นายวิฑูรย์ฯ จึงมิได้เป็นผู้เชี่ยวชาญฯของศาลแล้ว


ซึ่งทางวัดพระธรรมกายได้ขอให้ผู้เชี่ยวชาญฯของศาลที่แท้จริง วิเคราะห์ตรวจสอบด้วยแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหาร ปรากฏผลการตรวจสอบว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตป่า และไม่มีลำรางสาธารณะแต่อย่างใด  แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส. กลับเลือกที่จะเชื่อผลการวิเคราะห์ฯของนายวิฑูรย์ฯ ซึ่งมีพฤติกรรมมัวหมองร้ายแรงจนถูกไล่ออกจากราชการ ไม่เชื่อผลการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญฯของศาลที่แท้จริง และไปขอออกหมายจับพระเทพญาณมหามุนี

   3.  กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ขอให้ กสทช.สั่งหยุดการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม DMC
โดยไม่มีการไต่สวน ทั้งที่เนื้อหามีแต่การสวดมนต์ นั่งสมาธิ สอนธรรมะให้ประชาชนเป็นคนดี

    4.  พฤติกรรมดังกล่าวข้างต้นของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.โดยการนำของพลตำรวจเอกศรีวราห์ฯ  ทำให้คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายมีความรู้สึกว่าพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกายถูกกลั่นแกล้งดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม สร้างความรู้สึกทุกข์ร้อนคับแค้นใจอย่างแสนสาหัส
5.  พลตำรวจเอกศรีวราห์ฯ ได้แถลงข่าวแก่สื่อมวลชนว่า  ขณะนี้ได้เตรียมกำลังตำรวจ 6 - 7 กองร้อย  พร้อมบุกเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย  เพื่อจับกุมตัวพระเทพญาณมหามุนี  โดยได้เตรียมสุนัขตำรวจ  เฮลิคอปเตอร์  หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด  และได้ประสานไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงให้เตรียมแพทย์พยาบาล 

ส่อให้เห็นว่าจะใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามจับกุมคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย  ที่มาสวดมนต์นั่งสมาธิอยู่ในวัดจำนวนนับหมื่นคนด้วยความเป็นห่วงพระเทพญาณมหามุนี  ซึ่งจะทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก จะกลายเป็นข่าวอื้อฉาวสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศชาติในสายตาชาวโลกอย่างยิ่ง และจะเป็นบาดแผลความขัดแย้งอย่างลึกซึ้ง ระหว่างสถาบันชาติกับสถาบันพระพุทธศาสนาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย

    6.  ในช่วงเวลานี้เป็นห้วงเวลาพิเศษที่ชาวไทยทั้งประเทศรวมถึงคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย  ได้ร่วมใจกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นประจำทุกวัน  ยิ่งกว่านั้นยังเป็นโอกาสมหามงคลอันประเสริฐที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นมิ่งขวัญของประชาชนชาวไทย  ควรจะเป็นห้วงเวลาที่ชาวไทยทุกคนได้สมานฉันท์เป็นหนึ่งเดียวกัน  รักษาสังคมบ้านเมืองที่สงบสันติสุขเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเสริมพระบรมเดชานุภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยให้ปรากฏแก่ชาวโลก  ไม่ควรที่จะมีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ซึ่งคณะศิษย์วัดพระธรรมกายได้ร่วมใจกันเจริญพระพุทธมนต์บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ครบจำนวน 10,101,010 จบ
เป็นครั้งแรกของโลกเพื่อเฉลิมฉลองเทิดพระเกียรติการขึ้นทรงราชย์เป็นรัชกาลที่ 10 ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

   7.  เวลานี้เหลือที่พึ่งสุดท้ายหนึ่งเดียวที่จะพึ่งได้คือ สถาบันพระมหากษัตริย์  จึงจำต้องขอพระบรมราชานุญาตกราบบังคมทูลถวายฎีการ้องทุกข์ต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อันเปรียบประดุจพระบิดาของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ  เพื่อขอพึ่งพระบารมีให้ยุติการดำเนินคดีที่มิชอบดังกล่าวข้างต้น  และมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ความรุนแรงทำร้าย ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายต่อประชาชนผู้เป็นพสกนิกรของพระองค์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิงและคนชรา
 
คณะศิษยานุศิษย์พระเทพญาณมหามุนี
9 ธันวาคม 2559

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สุวิทย์ อิสระ วัดอ้อน้อย และนายไพบูลย์ นิติตะวัน
ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการกดดันให้ดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนีนั้น
เป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏ จากการ shut down กรุงเทพฯ ดีเอสไอได้ส่งฟ้องแล้ว
อัยการก็ได้พิจารณาสั่งฟ้องแล้ว ขั้นตอนล่วงเลยจนจะเป็นจำเลยขึ้นศาลแล้ว
แต่ทั้ง 2 คนได้ ร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการสูงสุด สั่งให้สอบเพิ่มเติม

คดีนี้เวลาล่วงเลยมากว่า 2 ปีแล้ว  ทำไมข่าวจึงเงียบสนิท!!!!

ทั้งที่เป็นผู้ต้องหาในคดีร้ายแรงถึงขนาดเป็นกบฏต่อแผ่นดิน
ยึดสถานที่ราชการนานหลายเดือน
ปิดเมืองหลวงของประเทศ สร้างความเสียหายแก่การบริหารราชการแผ่นดิน
และความสามัคคีของคนในชาติอย่างใหญ่หลวง
ดีเอสไอได้ออกหมายเรียก หมายจับ หมายค้นนำตัวทั้งคู่มาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อส่งให้อัยการ

สั่งคดีขึ้นสู่ศาลโดยเร็วหรือไม่
คำถามนี้ให้ใครตอบดี?????

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ฟังสื่อมวลชนวิเคราะห์ข่าว ... ทำไมคณะศิษย์พระเทพญาณมหามุนี ขอให้รอเวลาที่บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติในระบอบประชาธิปไตย จึงจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม?
จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ที่มีตัวแทนคณะศิษย์ได้แถลงข้อความแสดงจุดยืนตอนหนึ่งว่า "คณะศิษย์เห็นพ้องต้องกันว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยการมอบตัว ก็ต่อเมื่อบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ คือเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์แล้วเท่านั้น เพราะการที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ย่อมทำให้ขาดหลักประกันสิทธิเสรีภาพในกระบวนการยุติธรรม"

เกี่ยวกับประเด็นนี้ พิธีกรรายการ "Tonight Thailand" แสดงความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า
"สิ่งที่ทางศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายพูดมันไม่ใช่เรื่องน่าขัน มันคือการสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังขาดความเชื่อมั่นในหลักนิติรัฐอย่างรุนแรงมากๆ และตราบใดที่ยังไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในหลักนิติรัฐได้ รัฐบาลยากที่จะปกครองเข้าด้วยวิธีอื่น นอกเหนือจากการใช้กำลัง ซึ่งมันก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทุกวันนี้ .. มาตรา 44 ก็คือการใช้กำลังในเชิงนิตินัยไม่ใช่เชิงพฤตินัยนั่นเอง"


ขณะที่ศิษย์วัดพระธรรมกายบางท่านโพสมุมมองส่วนตัวว่า เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ที่คณะศิษย์สามารถเชื่อมั่นและพึ่งพาได้ ทั้งนี้ โดยวิเคราะห์จากสถานการณ์และกระบวนการที่ผ่านมา ดังต่อไปนี้
(1) การที่ รมว. ยุติธรรมพูดว่า จับได้ต้องสึกสถานเดียว ยังไม่ทันพิสูจน์ความจริงก็โดนจับสึกแล้ว แบบนี้ยุติธรรมไหม ?
(2) การที่คุณไพบูลย์ นิติตะวัน พูดในรายการถามตรงๆ ว่า จับได้ต้องใช้ พรบ.สงฆ์ มาตรา 30 คือจับสึกอย่างเดียว เพราะถ้าจับสึกไม่ได้ คุณไพบูลย์ก็อยู่ไม่ได้ แบบนี้ยุติธรรมไหม ?
(3) การที่ดีเอสไอเชิญทั้งคุณไพบูลย์ นิติตะวัน และนายมโน เลาหวาณิชย์ ไปเป็นที่ปรึกษาวางแผนจับสึก ซึ่งทั้งสองประกาศตนเป็นคู่ปรปักษ์กับวัดพระธรรมกายออกสื่ออย่างชัดเจน แบบนี้ยุติธรรมไหม ?
(4) การที่ดีเอสไอนัดเจรจากับเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี แต่แล้วกลับไปออกรายการทีวีว่า มติการเจรจาไม่มีผลต่อการตัดสินใจของดีเอสไอ แบบนี้จะประชุมทำไม แบบนี้หลอกใช้พระให้มาจับสึกไปติดคุกใช่หรือไม่
(5) พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ไม่ผิดกฎหมาย ไม่มีใครห้ามปราม แต่อีกฝ่ายหนึ่ง นอนป่วยเฉยๆ อยู่ในวัด ต้องยกกองกำลังมาจับสึกติดคุกให้ได้ ... แบบนี้มันยุติธรรมไหม ?


(7) ระบบกฎหมายที่ไม่มีสิทธิขั้นพื้นฐานในการปกป้องตัวเองแม้กระทั่งยามเจ็บป่วยแบบนี้ ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อย่างแน่นอน(6) กระบวนการยุติธรรมแบบนี้ มีแต่กับดักอันตราย ไม่ต่างอะไรจากเขียนคำสั่งพิพากษาประหารชีวิตไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่มีผู้ต้องหาด้วยซ้ำไป



วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559







              จากบันทึกของอุปัฏฐากผู้ใกล้ชิดพระเทพญาณมหามุนี(หลวงพ่อธัมมชโย)ได้บันทึกไว้
              ถึงเหตุการณ์เมื่อ 17 ปีก่อน จะเห็นว่ารูปเเบบการหาความผิดคล้ายๆเเบบเดิม
              เเม้จะมีข่าว เจ้าทุกข์ออกมายืนยันไม่เอาผิด เเถมยังขอบคุณที่วัดพระธรรมกาย
              ช่วยเยียวยา หลังเปิดประชุมชี้เเจงสมาชิกเรื่องเเผนฟื้นฟูกิจการ
              เเม้ข่าวของผู้ถูกกล่าวหา คือตัวหลวงพ่อท่านเอง ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาซักกี่ปี
             ก็ยังคงทำงานเพื่อพระศาสนา มาอย่างต่อเนื่องไม่ว่า สุขภาพทั้งกายเเละใจ
             จะถูกบีบคั้นขนาดไหน คนๆหนึ่งหากเริ่มต้นทำงานเพื่อส่วนรวมด้วยมือเปล่า
             สร้างสาธารณประโยชน์คือวัด เพื่อการฟื้นฟูพุทธศาสนาให้กับประเทศที่ได้ชื่อว่า
             เป็นเมืองพุทธ เเต่ตกอยู่ในสถานการณ์ มีวัดร้างเพิ่มขึ้นทุกวัน จำนวนพระ เณร

ที่บวชระยะยาว ลดน้อยลงไปทุกที อีกทั้งเหตุการณ์ฆ่า ทำลาย พระสงฆ์ในภาคใต้
ที่ได้ยินกันบ่อยๆยังไม่ลดน้อยลง เเละงานฟื้นฟูโครงการปลูกฝังหลักศีลธรรมในเยาวชนไทยที่กำลังเห็นรูปร่างขึ้นทุกปี
ฟื้นฟูภาพการตักบาตร ให้คนกลับมาตื่นตัวกับการทำบุญ มีกำลังใจฝ่าด่าน
ภัยเศรษฐกิจในปัจจุบัน เเละหนุนให้เศรษฐกิจของชาติหมุนเวียนผ่านโครงการต่างๆโดยที่ไม่ได้รับงบสนับสนุนจากภาครัฐใดๆ นอกจากเงินบริจาค เเละศรัทธาของคนทั้งในเเละต่างประเทศ

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำขึ้นมาง่ายๆ ผ่านการลองผิดลองถูก ภายใต้ผู้นำที่เข้มเเข็งอย่างหลวงพ่อธัมมชโย
ภาพการรวมสงฆ์ทั่วประเทศจึงได้ปรากฎให้เราได้เห็นในยุคนี้เเต่ภาพความขัดเเย้ง
ปมเงินบริจาคที่ถูกโยงให้เกิดกระเเสสังคมไปในทางลบ ณ ปัจจุบันกำลังเกิดขึ้น เพื่อประสงค์สิ่งใด
คืนความถูกต้องให้กับใคร หรือสาเหตุจริงๆคืออะไร
ใครอยู่เบื้องหลัง เเละเหตุไร จึงมีกลุ่มต่างๆออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ท่าน
เเม้กระทั่งคนที่รับใช้ใกล้ชิดท่านที่สุด เเม้ไม่ได้ออกมาเรียกร้อง ให้สัมภาษณ์สื่อใดๆ
เเต่คำบอกเล่าผ่านตัวอักษร คงจะเข้าใจความรู้สึกของคนๆหนึ่งที่อยากถามสังคมในวันนี้ได้ เเม้จะผ่านมาเเล้ว 17ปี

จันทร์ที่ 23 สิงหาคม 2542

 
งานบุญใหญ่ผ่านไปเเล้ว หวังว่าจะมีเหตุการณ์ดีๆเกิดขึ้น โดยไม่นึกเฉลียวใจเลยว่า
เหตุการณ์ร้ายๆกำลังคอยซุ่ม จ้องเล่นงานเราอยู่
เย็นนี้มีข่าวด่วน มีหมายจับหลวงพ่อ พอทุกคนรู้ข่าวว่ามีการออกหมายจับหลวงพ่อ
 ต่างก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ผู้นำบุญทุกคนเดินทางมุ่งหน้ามาที่วัด
 ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นพนักงานของศูนย์บริการข่าวสาร
บอกให้ผมเช็คข้อมูลว่าจริงไหม?
โทรมาบอกผมว่าทุกคนกำลังเดินทางมาที่วัด
โทรถามรายละเอียดเป็นระยะๆ
มีบางคนแจ้งว่า ต้องเดินทางไปต่างประเทศ เขาเป็นห่วงหลวงพ่อ
 จึงได้ตัดสินใจยกเลิกการเดินทางหมดแล้ว
ผมถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น?หลวงพ่อยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
อยู่ๆก็ออกหมายจับ
สถานการณ์แบบนี้ ไม่น่าไว้วางใจ  รู้สึกว่าหลวงพ่อไม่ค่อยปลอดภัยเสียแล้ว
และเหมือนมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลซ่อนอยู่  เพราะตามปกติควรจะมีหมายเรียกออกมาก่อน 
แล้วค่อยออกหมายจับ

นี่ออกหมายจับเลย

จับแล้วก็ต้องประกันตัว  ถ้าหากเขาไม่ให้มีการประกันตัว

เขาก็ต้องพาหลวงพ่อเข้าคุกแล้วตามกฎพระจะเข้าไปในนั้นไม่ได้

เขาก็ต้องจับหลวงพ่อสึกเสียก่อน
ถ้าเหตุการณ์เป็นไปตามนี้ ก็เป็นเรื่องที่น่าวิตกอย่างมาก
ที่อยู่ๆจะมาจับเข้าคุก จับสึก ทั้งๆที่หลวงพ่อมีความตั้งใจมาบวช
มีแต่ทำนุบำรุงพระศาสนา และท่านยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเรื่องที่ทุกคนไม่เข้าใจ

ถ้าหากเหตุการณ์ร้ายแรง  และความไม่ยุติธรรมจะเกิดขึ้น
ยังไงหลวงพ่อก็ได้แสดงเจตนารมณ์ไว้ว่าจะขอตายในผ้าเหลือง
และคิดว่าสาธุชนทุกคนก็คงไม่มีใครยอม
...........................................................
ค่ำนี้ผมเริ่มรู้สึกเหนื่อยจากอาการบ้านหมุน และความดันต่ำ
มีคนบอกว่าอาการนี้ต้องพักให้มากพอ  จึงจะดีขึ้น
แต่สถานการณ์น่าเป็นห่วงเช่นนี้ แม้อยากพัก
แต่ก็ยังพักไม่ได้ เพราะเดาไม่ถูกเหมือนกันว่า
จะมีการบุกจับหลวงพ่อหรือไม่
..............................................................
4ทุ่มกว่า ผมรีบปั่นจักรยานไปเอาย่ามของหลวงพ่อที่กุฏิคุณยาย
สังเกตุ 2 ข้างทาง ผมเห็นหลวงพี่ยืนดูแลความปลอดภัยกันอยู่
เพราะเป็นห่วงหลวงพ่อ เห็นแล้วหดหู่ใจ รู้สึกสงสาร
หลวงพี่ทุกรูปที่ต้องลำบาก  อดหลับอดนอนกันอย่างนี้
ชีวิตผมในคืนนี้ ถ้าเปรียบเป็นเครื่องยนต์ ก็เหมือนกำลังขับเคลื่อนผ่านคืนแห่งความมืดมิด
โดยที่ไม่รู้ว่า จะไปรุ่งเช้าที่ไหน
ระหว่างทางที่มืดมนนี้ มีแต่ความหิว เพลีย เหนื่อย เมื่อย ง่วงและวิตกกังวล

......................................................
ตี 3 กว่าแล้ว ผมยังฟุ้งซ่าน คิดมาก ทั้งที่เหนื่อยและเพลียมาก
อยากนอน แต่ทำไมนอนไม่หลับ มีบางอย่างในหัวยังคงวิ่งๆอยู่
เลยตัดสินใจ ลุกขึ้นมาหยิบสมุดบันทึก
แล้วก็เขียนๆๆๆๆๆๆลงไป
ภาพที่ผมเห็นในตอนหัวค่ำ เป็นภาพที่ผมไม่มีวันลืม
ผมเห็นสาธุชนขวักไขว่ทั้งสองข้างทางภายในวัด เจ้าหน้าที่ทุกคนกำลังช่วยกันโบกรถจัดเส้นทางจราจร
เห็นบางคนพูดไมโครโฟนเสียงดัง
ผมเห็นไฟทุกดวงในวัดเปิดส่องสว่าง ได้ยินเสียงสาธุชนสวดมนต์ทำวัตรเย็น
บริเวณฟุตบาทข้างถนน ผมเห็นสาธุชนกลุ่มใหญ่ออกมานั่งกันเป็นแถวยาว

เด็กตัวเล็กๆก็ตามพ่อแม่มาด้วย
ทุกคนต่างก็หอบหิ้วลูกหลานพากันมาหมดทั้งบ้าน
แทนที่ทุกคนจะได้นอนหลับอยู่ที่บ้านอย่างสบายๆแต่กลับยอมมาลำบากอย่างนี้
เป็นภาพที่เห็นแล้วตื้นตันในในความสามัคคีของทุกคน
เป็นความรักที่มีต่อหลวงพ่อ
ทุกคนคงงงๆเหมือนผม  ที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ได้แต่รู้อย่างเดียวว่า หลวงพ่อกำลังอยู่ในอันตราย

และทุกคนก็คงมีความคิดเหมือนกันหมดว่า

เราไม่อยากสูญเสียหลวงพ่อไป
ที่ผ่านมา  มีผู้ไม่หวังดีพยายามตีศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อให้แตก
จึงกล่าวร้ายหลวงพ่อต่างๆนานา  แต่ทุกคนที่เข้าวัดมาปฏิบัติธรรมรู้ดีว่า
หลวงพ่อไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหา ทำให้ศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อ
นอกจากจะตีไม่แตกแล้ว ยังกลับมั่นคงและเหนียวแน่นมากขึ้น

เวลานี้ผมอยากให้มีใครสักคนมาช่วยอธิบายให้ผมเข้าใจสักหน่อยว่า

หลวงพ่อผิดอะไร?

ในเมื่อผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิด
ได้เห็นสิ่งที่หลวงพ่อคิด   สิ่งที่หลวงพ่อทำ

หลวงพ่อทำงานให้กับส่วนรวม  ทำนุบำรุงพระศาสนา ทำคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดิน
ให้กับโลก แล้วทำไมหลวงพ่อต้องมาเจออย่างนี้

อยู่ๆก็จะมาจับหลวงพ่อ เป็นสิ่งตอบแทนที่ไม่ยุติธรรมเลย

เป็นสิ่งที่ผมและทุกคนไม่เข้าใจ

โค้ก อลงกรณ์  สถาปิตานนท์

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2559


"ล้วนผลงานแทนคำพูดนับล้าน"

97 รางวัล จาก 40 ประเทศ
จัดถวายเเละมอบเเด่ พระเทพญาณมหามุนี
ในวันคุ้มครองโลก 22 เมษายน 2559
ณ. วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี
นำโดย พระสังฆราชจากประเทศ บังคลาเทศ,กัมพูชา,ศรีลังกา ร่วมด้วย คณะพระภิกษุสงฆ์ ภิกษุณี เเม่ชี และตัวเเทนองค์กรต่างๆที่เดินทางมามอบจากทั่วโลก
97 รางวัล กว่า 40 ประเทศทั่วโลก 
โล่ประกาศเกียรติคุณ เหล่านี้เป็นพยาน
ที่ประจักษ์สายตาชาวโลก ว่า 
พระเทพญาณมหามุนี
หลวงพ่อธัมมชโย 
เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
ทำทุกกิจกรรม เพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนา 
เพื่อสร้างคนดีให้เกิดในสังคม 
สร้างสันติภาพให้เกิดไปทั่วโลก

ปริญญาดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ 
• จาก International Buddha Education Institute / สถาบันพุทธศาสน์ระหว่างประเทศ 
• มอบโดย Reverend Loknayak Ashva Ghosh Mahanayaka / พระโลกะนายก อัสวา โกสฮ์ มหานายก –ผู้อำนวยการสถาบัน

ประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระสังฆราช การคณะสงฆ์ประเทศต่างๆ
1. โล่ประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระสังฆราช ธรรมเสน มหาเถโร - Sangharaja, Supreme Patriarch of Bangladesh / สมเด็จพระสังฆราชแห่งบังคลาเทศ
2. โล่ประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระสังฆราช ธรรมเสน มหาเถโร - Sanghanayaka of Bangladesh / สมเด็จพระสังฆนายกแห่งประเทศบังกลาเทศ
3. โล่ประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระอัครมหาสังฆราชาธิบดี เตป วงษ์ - The Great Supreme Patriarch of the Kingdom of Cambodia/ สมเด็จพระสังฆราชแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
4. โล่ประกาศเกียรติคุณจากรองสังฆราชสยามโมบาลีมหานิกาย  ฝ่าย อัสสิกิริยา แห่งประเทศศรีลังกา
5. โล่ประกาศเกียรติคุณมหาเถรสมาคมเนปาล / All Nepal Bhikkhu Association 
6. โล่ประกาศเกียรติคุณจากสภาสงฆ์เถรวาทแห่งเกาหลี / The Korea Theravada Maha Sangha Sapha
7. โล่ประกาศประกาศเกียรติคุณรองสมเด็จพระสังฆราชพระอาชญาธรรม แห่งวัดราชฐานหลวงหัวข่วง เขต 3
8. เขมารัฐ นครเชียงตุง
9. โล่ประกาศเกียรติคุณ จากนย์พระพุทธศาสน์แห่งอูกานดา / Uganda Buddhist Centre
10. โล่ประกาศเกียรติคุณจากรองพระสังฆราชแห่งเวียดนาม Most Ven. Thich Tri Guand / พระธรรมาจารย์ ทิช ตริ กวง
11. ประกาศเกียรติคุณจากมหาวิทยาลัยพุทธศาสตร์ตังโกแห่งประเทศภูฏาน / Tango University of Buddhist Studies, Bhutan
12. ประกาศเกียรติคุณจากสมัชชาสงฆ์ไทยในอเมริกา
13. ประกาศเกียรติคุณจากสมัชชาสงฆ์ไทยแห่งภูมิภาคโอเชียเนีย

ประกาศเกียรติคุณจากส่วนบริหารราชการ
1. ประกาศเกียรติคุณจาก ฯพณฯ เบนีโน่ อาคีโน่ ประธานาธิบดี / President Benigno S. Aquino III of The Phillipines
2. ประกาศเกียรติคุณ อาร์คบิชอป ลากดามีโอ้
3. ประกาศเกียรติคุณจากรัฐสภาแห่งประเทศเนปาล / Federal Parliament of Nepal
4. โล่ประกาศเกียรติคุณจากกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการบิน แห่งประเทศเนปาล / Ministry Culture, Tourism and Civil Aviation of Nepal
5. ประกาศเกียรติคุณ เจ้าฟ้า ดร.โมลิงเกะ อิคอมเม่ เดวิด แห่งคาแมรูน

ประกาศเกียรติคุณจากสถาบันการศึกษา
1. โล่และประกาศเกียรติคุณ มหาวิทยาลัยริชโช /Rissho University
2. ประกาศเกียรติคุณ ภาควิชาเทววิทยาเเละศาสนาทั่วไป  แห่งมหาวิทยาลัยโอทาโก้ / The Department of Theology and Religion ,  University of Otago ประเทศนิวซีแลนด์
3. ประกาศเกียรติคุณ  สถาบันอักขรวิทยาและประวัติภาษาศาสตร์แห่งนอร์เวย์ / The Norwegian Institute of Palaeograghy and Historical Philology
4. ประกาศเกียรติคุณ   สมาคมเพื่อการพิทักษ์โบราณคดีอาฟกานิสถาน / Association for the Protection of Afghan Archaeology, USA 
5. จดหมายขอบคุณ ภาควิชาตะวันออกและแอฟริกาศึกษา มหาวิทยาลับลอนดอน / SOAS - School of Oriental and African Studies University of London
6. ประกาศเกียรติคุณ สถาบันบริหารศาสตร์สะหวัน จากประเทศลาว
7. ประกาศเกียรติคุณ  สถาบันจิตวิทยาเเละสมาธิ ( Istituto di  Psicologia Subbliminale`) ประเทศอิตาลี

ประกาศเกียรติคุณจากองค์กรต่างๆ
1. Buddhist Council of New York / สมัชชาพุทธศาสนิกแห่งนครนิวยอร์ก
2. African Youth Movement / องค์การเยาวชนแอฟริกา ประเทศตูนีเซีย
3. Republican National Committee / คณะกรรมการพรรครัพลัปบลิกันแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา
4. Pali Graduate Association of Thailand / เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทย
5. แผนกศึกษาธิการและกีฬา แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว
6. Thai Culture Exchange Center, Tokyo, Japan / ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
7. Center for Regional Sustainable Development / ศูนย์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอันยั่งยืน ประเทศมาเซโดเนีย
8. (WALUBI)
9. Perwakilan Umat Buddha Indonesia / องค์กรพุทธศาสนิกชนเปอร์วากิลันแห่งประเทศอินโดนีเซีย
10. ประกาศเกียรติคุณจากมูลนิธิลามะกังเชนเพื่อสันติภาพโลก / Lama Gangchen World Peace Foundation, Italian Republic
11. Buddhist Society of Chile / สมาคมพุทธแห่งประเทศชิลี
12. The Bahrain Federation of Expatriate Association / องค์กรศูนย์รวมสมาคมชาวต่างชาติแห่งประเทศบาห์เรน
13. Austrian Buddhist Society / สมาคมพุทธออสเตรีย
14. Buddhist Federation of Australia / สภาองค์กรพุทธศาสนิกชนแห่งสหพันธรัฐออสเตรเลีย
15. สมาคมแม่ชีเนปาล / International Nun Association
16. The Shraddha TV / สถานีโทรทัศน์พระพุทธศาสนาสัทธาทีวีแห่งประเทศศรีลังกา
17. Bodhi TV, Nepal / สถานีโทรทัศน์โพธิแห่งประเทศเนปาล
18. Young Men's Buddhist Association of  Nepal (YMBA) / สมาคมยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งประเทศเนปาล
19. Institute for Intuiative Intelligence / สถานบันเพื่อการพัฒนาปัญญาจิตใต้สำนึก ประเทศเยอรมันนี
20. Mahabodhi International Meditation Center / ศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติมหาโพธิ ประเทศอินเดีย
21. องค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว แขวงหลวงพระบาง (อพส.แขวงหลวงพระบาง / Lao United Buddhist Association - Luang Prabang



สมเด็จพระสังฆราช พระมหาเถระ ผู้นำประเทศ องค์กรพุทธนานาชาติทั่วโลก 
สถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก ถวายโล่ ประกาศเกียรติคุณ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ 
แด่ พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) 
จำนวน 97 รางวัล กว่า 40 ประเทศทั่วโลก 
ในวันคุ้มครองโลก 22 เมษายน 2559

รางวัลต่างๆ ที่ได้ถวายแด่ พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)
































































ขอบคุณข้อมูล
1. https://www.facebook.com/picturesofaday
2. https://www.facebook.com/jaisawangNews


จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Unordered List

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

โพสต์แนะนำ

ภูติ ผี ปีศาจ เเตกต่างกันอย่างไร

                ภูติ ผี ปีศาจ เป็นคำที่เราเคยได้ยินได้ฟัง มาตั้งเเต่ยังเด็ก เเม้กระทั่งละคร ภาพยนต์ต่างๆก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้...

Popular Posts

Text Widget