แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดพระธรรมกาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดพระธรรมกาย แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ความดีสากลกับตัวข้าพเจ้า
ความดีสากล คือ ความดีที่เป็นสากล ปฏิบัติกันได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ศาสนา เผ่าพันธุ์ ทุกความเชื่อ ทุกชนชั้น​ ทั้งที่มีการศึกษาและไม่มีการศึกษา ซึ่งเมื่อทำแล้ว จะทำให้เป็นที่ยอมรับนับถือ เป็นที่เกรงใจของทุกคน ความดีสากลเป็นสิ่งที่ทุกชีวิตพึงปรารถนา โดยเขาอาจจะรู้หรือไม่รู้มาก่อนก็ตาม แต่เมื่อนำไปปฏิบัติ ชีวิตประสบพบเจอแต่ความสุขและความสำเร็จ
ความดีสากล ประกอบด้วย
1.สะอาด
2.เป็นระเบียบ
3.สุภาพ
4.ตรงต่อเวลา
5.จิตใจผ่องใส

 ในที่นี้จะขอกล่าวถึง เรื่องความสะอาดและระเบียบ เป็นเรื่องหลัก

ปฐมเหตุ...
หลวงพ่อทัตตชีโว เมตตาถามข้าพเจ้าว่า พระพุทธศาสนาจะช่วยคนตะวันตก ให้มีความสุขในชีวิตเพิ่มขึั้นได้อย่างไร? คำถามฟังแล้วไม่ได้ยากอะไร แต่มันกลับยากมากที่จะตอบได้ถูกต้อง พยายามตอบอย่างยืดยาว สุดความสามารถ คิดว่าจะให้ครอบคลุมมากที่สุด 
แต่แล้วท่านตอบให้ว่า มันมีวิธีง่ายๆ คือ สอนให้เขาแยกแยะให้ออก ระหว่าง Need (ความจำเป็น) กับ Want (ความต้องการ) ทำอย่างไรให้ทดลองทำกับตัวเองก่อนเลย ขอออกตัวก่อนว่า ไม่ใช่คนขยันเท่าใดนัก แต่เป็นคนชอบทดลอง ชอบพิสูจน์อะไรที่ท้าทาย จึงไม่รีรอที่จะลงมือทำตามบทฝึกที่ท่านแนะนำมา

บทฝึกที่ 1
ท่านแนะนำให้ทำความสะอาดห้องนอน โดยทำอย่างละเอียด ตั้งแต่กวาดเพดานลงมาถึงพื้น เอาผ้าชุบน้ำหมาดๆ พับเป็น 4 ส่วน เท่าฝ่ามือ ถูทุกซอกทุกมุม ใช้ผ้าทีละด้านจนครบทุกด้าน จึงค่อยซัก ท่านบอกว่าทำแล้วจะมีความรู้สึกว่าห้องนอนน่าอยู่ น่าพักผ่อน หลับได้ลึก และจะรู้สึกสบาย อยากนั่งสมาธิที่ห้องนอน ไม่น่าเชื่อ จากห้องนอนห้องเดิม ฝาห้องก็ธรรมดา แต่มันดูสดใสสวยงาม พาอารมณ์ดี น่าพักผ่อน และอยากจะนั่งสมาธิขึ้นมาทันทีจริงๆ

บทฝึกที่ 2
ให้แยกของใช้ในห้องนอนออกเป็น 2 กอง กองหนึ่งคือ Need อีกกอง คือ Want เก็บของ Need เอาไว้ในห้อง แยกเอาของWant ไปไว้อีกที่หนึ่ง ถ้าต้องการอะไรไปหยิบกลับมาใช้ได้ ผ่านไป 1 เดือน ของที่เราไม่ได้ไปเอากลับมา แสดงว่ามันเป็นส่วนเกิน ให้บริจาคให้กับผู้อื่นที่มีความต้องการมากกว่าเรา ท่านบอกว่า ระหว่างที่ทำนั้น ใจจะโล่ง โปร่ง สบายใจ แบบน้ำตาซึมเลยหล่ะ ซึ่งพอลงมือทำ ก็รู้สึกเหมือนอย่างที่ท่านบอก รู้สึกใจเบาสบาย ปิติ ดีใจมาก เหมือนเราค้นพบสิ่งประเสริฐในชีวิต

ระหว่างการคัดเลือกของแต่ละชิ้น เราจะต้องตัดสินใจ คือตัดสินและตัดใจ ของบางชิ้นตัดสินไม่ยาก แต่ตัดใจยาก อาจจะต้องคิดหากุศโลบายมาช่วย เช่น ถ้าเราจะต้องย้ายที่อยู่ในวันพรุ่งนี้ เราจะเอาติดตัวไปด้วยไหม ก็ช่วยในการตัดใจได้ง่ายขึ้น บทฝึกนี้ทำให้เราได้อยู่กับตัวเองจริงๆ ทำให้เห็นคุณค่าในตัวเอง เคารพนับถือตัวเอง ภูมิใจในตัวเอง และรักตัวเอง รู้สึกมั่นใจว่าเรามีหลักยอดเยี่ยมในการตัดสินใจ​ ในทุกสิ่งที่จะเข้ามาในชีวิต
บทฝึกที่ 3
 หลวงพ่อสอนว่า ถ้าวัดใดมีของใช้มาก ก็ต้องมีห้องเก็บของมาก มีค่าใช้จ่ายมาก ศรัทธาคนจะลด และสมาชิกของวัดจะลด แต่ถ้าวัดใดมีของใช้น้อย ห้องเก็บของก็จะน้อย ค่าใช้จ่ายจะน้อย ศรัทธาคนจะมาก และสมาชิกจะเพิ่ม เมื่อของน้อยและถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ ผลคือของในวัดก็จะ “หยิบก็ง่าย หายก็รู้ ดูก็งามตา พาใจเข้าถึงธรรม”

ได้ชักชวนสมาชิกวัดมาทำด้วยกัน เริ่มไปในแต่ละห้อง โดยขนของออกมาทั้งหมดก่อน แล้วเช็ดถูทำความสะอาดห้องในทุกซอกทุกมุม จึงลงมือคัดแยกของ ของที่เสียหรือหมดอายุแล้วก็คัดทิ้งไป ของที่ยังดียังใช้ได้ ก็แยกและจัดหมวดหมู่ เพื่อเตรียมเก็บเข้าที่ ของบางอย่างยังดีอยู่แต่ไม่ได้ใช้แล้ว ก็แยกไว้รอบริจาคให้องค์กรการกุศลต่อไป ได้ทำบุญอีกต่อ จากนั้นก็เรียงของเก็บเข้าที่ ตามความถี่ของการใช้งาน เรียงสูงต่ำ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม เมื่อทำเสร็จแล้ว หมู่คณะก็มาอนุโมทนาบุญ ถ่ายรูปร่วมกันกับภาพที่เป็นระเบียบงดงาม เราต่างรู้สึกปลื้มปีติและมีความสุขใจร่วมกัน ที่จัดวัดของเราให้สะอาดเรียบร้อย
 ท่านปรารภว่าอยากให้ทำวัด ตั้งแต่หน้าวัดถึงท้ายวัด ให้เหมือน “โชว์รูม” ที่ขายสินค้าเกรดเอ ซึ่งเขาจัดร้านได้สะอาดและเป็นระเบียบสวยงาม ท่านกล่าวว่า ถ้าในแต่ละวัดมีผู้ทำความดีสากล 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนสมาชิกขึ้นไป เดี๋ยววัดนั้นจะกระเทือน จึงชักชวนทั้งพระภิกษุ เจ้าหน้าที่ และสาธุชนฝึกความดีสากลไปด้วยกัน ทำไปที่ละจุด ทำไปทีละห้อง วัดก็สะอาด สว่าง สงบ รู้สึกวัดเราศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาก สมกับเป็นดินแดนแห่งการบรรลุธรรม ทำไปจนหมดวัดแล้ว จึงชวนกันไปขัดเสารั้วหน้าวัด ซึ่งเสานี้ตั้งอยู่นานหลายสิบปี ตากแดดตากฝนจนตะไคร่น้ำจับเป็นสีดำ ระหว่างขัดเสานั้นเพื่อนบ้านในละแวกนั้นมายืนจ้องมอง  เราก็ขัดเสาของเราไปด้วยใจเบิกบาน ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ปรากฏว่า เพื่อนบ้านเราต่างออกมาตัดหญ้าและกวาดถนนหน้าบ้านตนเอง ไม่น่าเชื่อเลยว่า มันจะเกิดเป็นกระแสของการทำความสะอาดที่ส่งต่อออกไปได้
 การทำความดีสากล จึงเป็นวิธีการง่ายๆ ที่ทำให้เราค้นพบตัวเอง ค้นพบพลังใจอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ภายใน และที่สำคัญคือเป็นการทำวัดให้ศักดิ์สิทธิ์ สะอาด สงบ เป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นการหล่อหลอมรวมใจหมู่คณะให้มีความรัก ความสามัคคี พร้อมจะมุ่งหน้าฝ่าฟันไปข้างหน้า แม้จะเป็นงานใหญ่ เมื่อทุกคนมาลงแขกร่วมแรงร่วมใจ ภารกิจนั้นก็สำเร็จอย่างดีที่สุด แบบเอาอยู่ โดยที่หมู่คณะไม่เหนื่อยเกินไป หรือแม้บางครั้งจะเหนื่อย แต่ก็มีความสุข ปิติ เบิกบาน เป็นบุญบันเทิง ใจจะเป็นบุญกุศล มีความเคารพพระรัตนตรัยเพิ่มขึ้น เรื่องการเกี่ยงงาน การดูถูกดูแคลน การจ้องจับผิด นินทาว่าร้ายลดลง มีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้นในหมู่คณะ

เมื่อสมาชิกวัดมีความรู้ มีความเข้าใจ เห็นอานุภาพการทำความดีสากลร่วมกันแล้ว การทำงานภายในวัดทุกสิ่งอย่าง ก็จะเป็นไปเพื่อส่งเสริมการฝึกตัวในเรื่องความสะอาดและความเป็นระเบียบ หมู่คณะจะพัฒนาต่อยอดการทำงาน ทำให้การทำงานในวัดลงตัว เช่น
-พระภิกษุแบ่งกันดูแลบุญอาหารและล้างจานตอนเช้า
-เก็บเพชรพลอย (ขยะ) รอบวัดทุกเช้าวันจันทร์
-ทำความดีสากลร่วมกันทุกบ่าย 2-4 น. ของวันจันทร์และวันศุกร์ โดยจะหมุนเวียนไปทำในจุดต่างๆ
-รับบุญความดีสากลประจำโซนที่ตนได้รับมอบหมาย
-ตอนนี้กำลังจะจัดกิจกรรม Big Cleaning Day ให้แก่สาธุชนคนท้องถิ่น

การทำความดีสากลเป็นมรดกธรรมล้ำค่า อันเป็นที่สุดของคำสอนของคุณยาย ที่ท่านใช้ตั้งแต่อยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ รวมหมู่รวมคณะสร้างบุญบารมีจนมาถึงวัดพระธรรมกายและขยายศูนย์สาขาออกไปทั่วโลก การทำความดีสากลจึงเป็นเสมือนการตอกย้ำคำสอนของท่านให้มั่นคง สืบสานให้กว้างไกล และเป็นการประกาศคุณอันยิ่งใหญ่ของท่านให้ชาวโลกได้รับรู้

ถ้าจะถามว่าสิ่งใดในการทำความดีสากลยากที่สุด จากประสบการณ์แล้ว สิ่งที่ยากที่สุดคือ การเริ่มลงมือทำ เพราะฉะนั้นสูตรสำเร็จของการทำความดีสากลคือ Just Do it เพียงแค่ลงมือทำ และพร้อมใจทำด้วยกันทั้งทีม สิ่งดีๆ ก็จะบังเกิดขึ้นในวัดของเรา เราจะค้นพบพลังอันยิ่งใหญ่ของหมู่คณะ และจะสามารถเปลี่ยนวัดของเราให้สดใสไฉไล แบบพลิกผ่ามือกันเลยทีเดียว
วันนี้คุณทำความดีสากลแล้วหรือยัง?


พระครูโสตถิธรรมวิเทศ (ปรัชญา โสตถิชัญโญ)
รองเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกายเเคลิฟอร์เนีย





วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560






Nicholas Liusuwan นักเขียนเกี่ยวกับเรื่องศาสนาพุทธ เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับวัดพุทธสายเถรวาททั่วโลก เเละได้ใช้ชีวิตบางช่วงในการบวชเป็นพระภิกษุในประเทศไทย ได้เขียนคอลัมภ์เเนะนำวัดในศาสนาพุทธทั่วโลก 5 อันดับที่ผู้คนควรไปเยือนก่อนตาย มาดูกันว่ามีวัดไหนบ้าง เเละอยู่ที่ใดบ้าง ซึ่งเเต่ละวัดเขาได้ให้ข้อสังเกต เกี่ยวกับลักษณะ การก่อสร้าง ที่เเตกต่างกันไปตามเเต่ลักษณะของประเทศนั้นๆที่เป็นที่ตั้ง เเต่ความสำคัญคือ ศาสนาพุทธมีต้นกำเนิดมานานกว่า 2,500 กว่าปี ถือว่าเป็นศาสนาที่เก่าเเก่ เเละยึดหลักปฎิบัติ หาเหตุเเห่งทุกข์ เเละเเก้ที่เหตุเเห่งทุกข์นั้น วัดที่เขาเลือกมา ล้วนมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน สิ่งก่อสร้างอันงามสง่าให้ผู้มาเยือน สัมผัสถึงบรรยากาศความสงบ ความศรัทธา เลื่อมใส วัดเปรียบเสมือนสิ่งก่อสร้างมรดกตกทอดรุ่นต่อรุ่น ให้คนในยุคต่อๆไป ได้เห็นพลังเเห่งความศรัทธาของคนในยุคสมัยผ่านมา จนเกิดกำลังใจ อยากจะศึกษา ปฏิบัติตาม เเละเป็นพยานหลักฐานว่า ศาสนาพุทธนั้น ได้เจริญ รุ่งเรืองมาตั้งเเต่อดีต จนถึงปัจจุบัน เเละต่อไปในอนาคต สิ่งใดที่เป็นเอกลักษณ์เด่นของเเต่ละวัดที่ถูกเลือกมาจากทั่วโลก เหลือเพียง 5 อันดับที่ต้องไปเยือน ของนักเขียนวิชาการทางพุทธศาสนาคนนี้ ตามมาดูกัน


The Mahabodhi Temple, Bodh Gaya, India

พุทธคยานับเป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญที่สุดและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทั่วโลกเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของพระพุทธศาสนา พุทธคยามีชื่อเรียกอีกชื่อว่า วัดมหาโพธิ์ (Mahabodhi Temple) ตั้งอยู่ที่จังหวัดคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา 350 เมตร ในอดีตตำบลที่ตั้งพุทธคยามีชื่อว่า อุรุเวลาเสนานิคม ต่อมา จึงเพี้ยนเป็น อุเรล ปัจจุบัน พุทธคยาอยู่ในความดูแลของคณะกรรมการร่วมพุทธ-ฮินดู และยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 (UNESCO World Heritage seit 2002 )ในพุทธคยา ยังมีต้นศรีมหาโพธิ์ ที่ซึ่งพระพุทธองค์ตรัสรู้ในพุทธกาลอีกด้วย


The Shwedagon Pagoda, Yangon, Myanmar

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ  เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า โดยคำว่า "ชเว"หมายถึง ทอง, "ดากอง" คือชื่อดั้งเดิมของเมืองย่างกุ้ง เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของ  พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จำนวน 8 เส้น ยอดสุดของพระเจดีย์บริเวณลูกแก้วหรือหยาดน้ำข้างประดับด้วยเครื่องประดับต่างๆและเพชร 5,448 เม็ด ชั้นบนสุดมีทับทิม 2,317 เม็ดและเพชรเม็ดใหญ่ 76 กะรัต เพื่อรับลำแสงแรกและลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ ผู้ที่เข้ามานมัสการหรือเยี่ยมชมจะต้องถอดรองเท้าทุกครั้ง

Fo Guang Shan, Dashu District, Kaohsiung, Taiwan

พุทธอุทยาน โฝ กวง ซาน(Fo Guang Shan Buddha Memorial Center, 佛光山佛陀紀念館)เป็นสวนทางด้านศาสนาพุทธที่มีขนาดกว้างใหญ่อลังการมากที่สุดแห่งหนึ่งของไต้หวัน เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2011 มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ยักษ์พร้อมกับเจดีย์ขนาดใหญ่เรียงรายด้านหน้าอยู่ 2 ข้าง และมีฉากหลังเป็นภูเขาทำให้ได้รับการแนะนำในเว็บไซต์ต่างๆจนมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมกันมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของประเทศไต้หวันภายในเวลาไม่นาน ว่ากันว่าปัจจุบันเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมชมมากที่สุดของไต้หวัน  ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองเกาสงห่างไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร
ภายในพุทธอุทยาน โฝ กวง ซานแบ่งออกส่วนต่างๆมากมาย ตั้งแต่โซนพิพิธภัณท์ที่เกียวกับศาสนาพุทธที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของประเทศไต้หวัน และยังเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระเขี้ยวหรือฟัน ของพระพุทธเจ้าด้วย มีเจดีย์ทั้งหมด 8 เจดีย์ มีวิหารหน้าขนาดใหญ่ยักษ์ และอาคารอื่นๆอีกมากมาย

Wat Phra Dhammakaya, Pathum Thani, Thailand


วัดพระธรรมกาย ตั้งอยู่ที่ จังหวัดประทุมธานี ประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งวัดขนาดใหญ่ ที่มีระบบการบริหาร เเละทำงานทางพุทธศาสนาเเบบสมัยใหม่ในโลกปัจจุบัน วัดพระธรรมกายใช้วิธีการเผยเเผ่ธรรมะเเบบทันสมัย มีชื่อเสียงเเละเป็นที่รู้จักกันทั่วไป  การออกเเบบอาคาร สิ่งก่อสร้างในวัด จะเน้นการออกเเบบเเบบเรียบ ง่าย ผสมผสานสถาปัตยกรรมเเบบไทยโบราณ เข้ากับยุคปัจจุบัน ในวัดพระธรรมกายมีสถานที่น่าสนใจหลายเเห่ง โดยเฉพาะพระมหาธรรมกายเจดีย์ ที่ประดิษฐานองค์พระพุทธรูป ถึงจำนวน 1ล้านองค์ มีห้องนั่งสมาธิขนาดใหญ่ ที่สามารถบรรจุ รองรับคนมานั่งสมาธิได้นับเเสน ตัววัดมีขนาดพื้นที่นับ 1000 เอเคอร์ เทียบเท่ากับ สองเท่าของประเทศโมนาโก ระบบสิ่งเเวดล้อม เเละการขนส่งภายในวัดสะดวกสบาย

Borobudur, Magelang, Indonesia


มหาสถูปโบโรบูดูร์ ตั้งอยู่ใน Magelang บนเกาะชวาของอินโดนีเซีย เป็นวัดที่มีชื่อเสียงเเละได้รับการเเต่งตั้งให้เป็น สถานที่มรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก มหาสถูปโบโรบูดูร์ ถือว่าสถูปที่สร้างเเบบลักษณะมหายาน ด้านในประกอบด้วยเเพลตฟอร์มหลายชั้น ซึ่งจะพาผู้ที่เข้ามาชม ได้เดินทางผ่านเรื่องราวของจักวาล ในความเชื่อทางศาสนาพุทธ ตัวมหาสถูปแบ่งความสูงเป็น 3 ระดับ แสดงหนทางแห่งภาวะรู้แจ้ง โดยแบ่งโลกเป็น 3 ภพ หรือ 3 ธาตุ ได้แก่ กามธาตุ(Kamadhatu), รูปธาตุ(Ruphadatu)  และอรูปธาตุ(Arupadhatu ) นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ย่อยล้อมรอบอีกหลายเเห่ง  มีการตกเเต่งด้วยภาพสลัก เเละรูปปั้นพระพุทธรูปจำนวนมากมาย มีการสันนิษฐานว่าสร้างราวคริสต์ศตวรรษที่ 7-9  ถือเป็นสถานที่เเสวงบุญที่สำคัญ โดยมีชาวพุทธในประเทศอินโดนีเซียเดินทางมาเยี่ยมชม เเละเเสวงบุญทุกๆปีในวันวิสาขบูชา


เเหล่งอ้างอิง     1. http://www.huffingtonpost.com/entry/5-unique-buddhist-temples-to-visit-before-you-  die_us_59409cace4b03e17eee087ee
                       2.วัดโฝ กวง ซาน https://www.talontiew.com/fo-guang-shan-buddha-memorial-center/
                       

วันอังคารที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2560

คนมากราบไหว้บูชามหาธรรมกายเจดีย์รุ่นหลังๆเขาจะเห็นเเต่องค์พระธรรมกายประจำตัวที่อยู่บนเจดีย์ โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งก่อสร้างที่อยู่ใต้ดินนั้นประณีตขนาดไหน กว่าจะสร้างขึ้นมาเป็นพระมหาธรรมกายเจดีย์ให้ได้เห็นกันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลย
      วัดพระธรรมกายโดนโจมตีช่วงปี พ.ศ. 2541 มีคนบอกว่า พระธรรมกายประจำตัวที่ให้ร่วมบุญองค์ละหมื่นบาทนั้นเเพง คนพูดนี้เขาพูดเเบบคนไม่รู้เรื่อง ไม่รู้คุณค่าถึงสิ่งที่เรากำลังทำ
      หลวงพ่อท่านเลยบอกว่าต่อไปนี้ใครจะร่วมบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวจะต้องร่วมบุญองค์ละ 15,000 บาท จากนั้นมาทุกคนต้องร่วมบุญเพิ่มจากองค์ละ 10,000 เป็น 15,000 บาท ซึ่งองค์พระธรรมกายประจำตัวของเรานั้น
ต้องตากเเดดตากฝนเป็นพันปี โลหะที่ใช้ไม่ใช่ทองเหลืองเเบบทั่วๆไป เป็นทองสัมฤทธิ์ไม่ใช่ทองสัมฤทธิ์ธรรมดา เป็นทองสัมฤทธิ์เเบบซิลิคอนด้วย
      จากเเนวคิดการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ หลวงพ่อท่านบอกให้อยู่เป็น 1,000 ปี เพราะฉะนั้นไม่เปิดให้ใครเข้าไปภายในเจดีย์ พอบรรจุองค์พระธรรมกายประจำตัวเสร็จ ทุกอย่างก็เสร็จหมด จะไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คอยดูเเลรักษาเจดีย์ เพราะฉะนั้นมหาธรรมกายเจดีย์ของเราต้องไม่ใช่เจดีย์ตายๆเเต่เป็นมหาเจดีย์ที่หายใจได้
      มหาธรรมกายเจดีย์ทำความสะอาดด้วยตัวของตัวเอง เมื่อฝนตกลงมาจะ
ชะล้างฝุ่นที่เป็นองค์พระบนโดม เเละที่เชิงลาดของมหาธรรมกายเจดีย์ ข้างในเจดีย์มีช่องอยู่ ช่องชั้นข้างบนเเละชั้นข้างล่างใต้โดมจะเป็นชั้นๆให้อากาศถ่ายเทได้ หมายถึงอะไร เวลาเเดดส่องมา องค์เจดีย์จะร้อนมาก คนอยู่ไม่ได้ เอามือเเตะไม่ได้ อุณหภูมิประมาณสัก 76 องศาพอร้อนจัด อากาศที่อยู่ข้างในก็จะขยายตัว ลอยตัวขึ้นมา อากาศร้อนที่ลอยตัวขึ้นมาจะดูดอากาศเย็นที่อยู่ข้างล่างให้เข้าไปตามช่องที่เรากำหนดไว้ นี่คือการให้เจดีย์หายใจ เป็นหลักการเดียวกันกับหลักของกาลักน้ำ ซึ่งเกิดจากน้ำที่อยู่สูงกับน้ำที่อยู่ที่ต่ำเเล้วเรามีท่อต่อมันจะดูดจากข้างบนลงมาข้างล่างได้ เช่นเดียวกันอุณหภูมิสูงมันจะดูดอุณหภูมิต่ำขึ้นมา เราเรียกเทอร์โมไซฟอน(Thermosiphon)
       การที่มหาธรรมกายเจดีย์หายใจได้ จะทำให้อากาศถูกดึงออกไปเกิดการถ่ายเทอากาศ เลยทำให้ไม่อับ เเล้วเราไม่ต้องมีอิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีไฟฟ้า เเต่ระหว่างที่เราต้องทำงานจะมีสายไฟชั่วคราว เมื่อใดก็ตามที่การก่อสร้างเสร็จหมด เราจะปิดเจดีย์ ระบบไฟฟ้าไม่มีความจำเป็นเลย เเละทุกอย่างจะอยู่ต่อไปเป็นเวลาอย่างน้อย 1,000 ปี....


เเหล่งอ้างอิง    เรื่องเล่าจากพระครูปลัดภูเบส ฌานาภิญฺโญ                      สโตร์หน้าวัด The Store Story

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ธรรมกายถูกบีบบังคับให้เดินมาถึงจุด  ที่ไม่สามารถถอยได้อีกแล้วการถอยของธรรมกายหมายถึงความจบสิ้นทุกอย่าง ที่ช่วยกันสร้างมาร่วม
ครึ่งศตวรรษ 
แต่ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าเจ็บปวดก็คือ
จากคดีเลื่อนลอยที่ไร้เจ้าทุกข์   เพียงคดีเดียว  มาตอนนี้พื้นที่อันกว้างขวาง
ของวัดพระธรรมกายทั้งหมด  แทบไม่พอสำหรับเก็บคดีแล้ว

ถ้าธรรมกายถอยหลังหมายถึงยกวัดทั้งวัดให้เขาไปเรียบร้อยแล้วแต่
ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ  มีสิทธิ์เป็นไปได้สูงมากที่พระทั้งหมดในวัดจะถูกจับสึก

ด้วยข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาแล้วไม่ให้ประ
กันตัวก็ต้องถูกจับสึกโดยไม่ต้องสงสัย
ยิ่งพิจารณา  ก็ยิ่งมองเห็นภาพชัดเจน
เป้าหมายแท้จริง  ไม่ได้อยู่ที่หลวงพ่อแค่รูปเดียว แต่อยู่ที่ทั้งวัดทั้งทรัพย์สิน
และบุคลากร ของวัดทั้งหมด โดยรวมก็หมายถึงพุทธศาสนานั่นเอง

ถ้าเป้าหมายอยู่ที่หลวงพ่อรูปเดียว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายการเข้าไป
แจ้งข้อหากับท่านในวัด ตั้งแต่ตอนต้นคดีก็เข้าสู่กระบวนการเรียบร้อยแล้ว

แต่เพราะไม่ได้อยู่ที่หลวงพ่อรูปเดียวจึงเลี่ยงไม่ไป  แจ้งข้อกล่าวหาที่ในวัดเพื่อสร้างเรื่องราวให้บานปลาย
ถ้าพูดถึงการรบ ไม่ได้ต้องการแค่การเด็ดหัวผู้นำ  
แต่ต้องการยึดเมืองและกำจัดประชาชนทุกคนที่อยู่ในเมืองไม่
ให้เหลือเผ่าพันธ์สืบทอดอีกต่อไป
ถ้ามองในมุมนี้จะเห็นภาพชัดเจน
มิได้แค่ต้องการกำจัดวัดพระธรรมกาย
เท่านั้นแต่ต้องการทำลายพุทธศาสนา
ในประเทศไทยด้วย
  แผนสกปรกมาก
การยื้อเรื่องราวให้ใหญ่โตยาวนาน
ก็น่าจะเป็นยุทธศาสตร์อย่างหนึ่ง

เพื่อให้สื่อสีเทามีพื้นที่ข่าว  ในการทำลายศาสนาพุทธ โดยชาวพุทธไม่รู้ตัว
แต่เป้าหมายหลักคงมีเพียง 2 อย่าง
1.ถอนรากถอนโคน  วัดพระธรรมกาย
ด้วยการกำจัดบุคลากรทั้งหมดของวัด
เพื่อบั่นทอนกำลังหลักพุทธศาสนา

2.ยึดทรัพย์สินทั้งหมดของวัด  เฉพาะ
ทองคำก็ 8ตันแล้วถ้านับรวมทรัพย์สิน
อย่างอื่นอีกไม่รู้กี่แสนล้าน

#ธรรมกายถูกบังคับด้วยเล่ห์เพทุบาย
ให้เดินทางถึงจุดที่ถอยไม่ได้แล้ว   ถ้า
ถอยหมายถึงการสูญสิ้นหมดทุกอย่าง
ทั้งวัดและอิสรภาพ

เเล้วอย่างนี้ ยังจะวางอุเบกขากันอยู่อีกหรือ????



Cr. เรชุงปะ ศิวโมกข์

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560


ก่อนสร้างต้องตอบคำถามให้ได้
ก่อนก่อสร้างยุคหลังๆมานี้ เเม้เป็นเเค่เพียงเเบบสเก็ตซ์คร่าวๆนำไปให้หลวงพ่อดู  หลวงพ่อท่านจะต้องถามก่อนเป็นอันดับเเรกเลยว่า
ทำความสะอาดกันอย่างไร
การดูเเลรักษายากไหม จะเป็นภาระให้กับคนรุ่นหลังหรือเปล่า
ต้องตอบคำถามตรงนี้ให้ได้ก่อนเเล้วค่อยทำงานต่อ ถ้ายังตอบคำถามตรงนี้ไม่ผ่านก็ยังไม่ต้องไปออกเเบบ
เเสดงว่าสอบตกตั้งเเต่ยังไม่เริ่มสร้าง
เสาโบสถ์

เสาหน้าโบสถ์ต้นใหญ่ๆที่ยอดเสาเป็นดอกบัว ความจริงเเล้วในการรับน้ำหนัก
ตัวเสาไม่ต้องใหญ่ขนาดนี้ เเต่ทำไมต้องทำให้ใหญ่ เพราะต้องการข่มทิฐิคน
เมื่อเดินขึ้นบันไดมาเจอเสาโบสถ์
ไม่ว่าใหญ่มาจากไหนก็ตาม
ก็ใหญ่ไม่เท่าเสาโบสถ์
เเละเมื่อลองเทียบกันจริงๆเสาโบสถ์ข่มได้หมดเลย
ข่มทั้งรูปร่างภายนอก เเละเข้าไปข่มทิฐิที่อยู่ภายในด้วย
   เมื่อเดินผ่านเสาโบสถ์เพื่อที่จะเข้าไปกราบพระประธานที่อยู่ภายใน
อย่างน้อยก็ทำให้ได้ฉุกคิดขึ้นมาว่า

เราจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม ก็ไม่ได้ใหญ่เกินไปกว่าโลง


เรื่องเล่าจากพระครูปลัดภูเบส ฌานาภิญฺโญ
สโตร์หน้าวัด The Store Story หน้า 130-133
หมายเหตุ:  พระครูปลัดสุวัฒนธีรคุณ (ภูเบศ ฌานาภิญฺโญ)ท่านเป็นผู้หนึ่งในยุคบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกาย
ปัจจุบันท่านมีตำเเหน่งเป็นที่ปรึกษาอาวุโส,เป็นกรรมการมูลนิธิธรรมกาย ,ประธานคณะกรรมการศูนย์กลางธรรมกายเเห่งโลก(WDC) เเละเป็นผู้อำนวยการสำนักสาธารณูปการของวัดพระธรรมกาย


วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560

มีบางคนเขาบอกว่าตั้งเเต่เจอโบสถ์มา
โบสถ์ของวัดพระธรรมกายไม่ใช่โบสถ์พุทธ
หลวงพี่ก็ถามเขากลับว่า ถ้าไม่ใช่โบสถ์พุทธเเล้วเป็นโบสถ์ของอะไร
เขาบอกว่ามันคล้ายๆโบสถ์คริสต์

เลยให้เขาไปช่วยสำรวจดูว่าทั่วโลกโบสถ์คริสต์มีหน้าตาเเบบนี้ไหม สุดท้ายเขาก็บอกว่าไม่มี เเล้ว
อย่างนี้จะมาบอกว่าเหมือนโบสถ์คริสต์ได้อย่างไร
 เเบบโบสถ์ที่เป็นอย่างนี้เพราะหลวงพ่อท่านมอบนโยบายมาให้ตอนเเรกๆที่จะเริ่มสร้างโบสถ์ หลวงพ่อท่านให้เถ้าเเก่เว้ง ซึ่งเป็นคนที่สร้างหอระฆัง สร้างกุฏิคุณยาย สร้างกุฏิพระ สร้างหอฉันอาคารยามา ต้องการให้เขาสร้างโบสถ์ เพราะว่างานเขาฝีมือประณีต เเต่เถ้าเเก่บอกว่าสร้างไม่ไหว งานใหญ่เกินไป

              เถ้าเเก่เว้งเป็นคนที่ใช้ได้ เขารู้กำลังของเขาเอง ส่วนหลวงพี่ต่างหากไม่รู้กำลังตัวเอง
เริ่มต้นสร้างโบสถ์
วันหนึ่งหลวงพ่อธัมมชโยท่านเดินมา ตอนนั้นหลวงพี่มหาชิโต หลวงพ่อทัตตชีโวก็อย่พร้อมหน้ากันหมด หลวงพ่อท่านมาบอกว่าให้สร้างโบสถ์เเบบนี้ๆๆ เเล้วท่านก็ถามว่า

"สร้างไหวไหม"
หลวงพี่มหาชิโตท่านก็มองมาทางหลวงพี่ หลวงพี่เองเป็นประเภทวัวหนุ่มไม่กลัวเสืออยู่เเล้ว ก็บอกท่านว่า

"ไหว" 

หลวงพี่มหาชิโตก็เลยตอบรับปากหลวงพ่อไปว่า


"ไหวครับ" 

หลวงพ่อก็ตกลงให้ลุยสร้างได้เลย
          ในเวลานั้นส่วนตัวของหลวงพี่เองต้องบอกว่า กระต๊อบสักหลังก็ยังไม่เคยสร้างเลย สร้างอย่างมากเเค่ถนนเท่านั้น พอจะต้องมาสร้างโบสถ์จะเป็นไปได้อย่างไร
         
เมื่อมีโจทย์ให้สร้างโบสถ์มา ก็ต้องเริ่มหาจุดเริ่มต้นในการสร้าง จุดเเรกที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของการสร้างโบสถ์นั้นเริ่มต้นจาก นักสร้างบารมีใจบุญที่ชื่อ สัมพันธ์ เป็นผู้มีอัธยาศัยใจคอดีมาก เป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง มีทีมงาน มีช่างอยู่จำนวนหนึ่ง เเล้วก็มีความศรัทธาในหลวงพ่อ ได้เข้ามาปวารณาบอกว่าจะเอาทีมงานของเขามาช่วยหลวงพ่อสร้างโบสถ์ ให้หลวงพี่บริหารเองหมดทุกอย่าง จากจุดนี้ต้องบอกว่าคุณสัมพันธ์นี้เป็นคนทำให้เรามีความหวังขึ้นอย่างมาก ว่าเเล้วเขาก็ส่งทีมมา พอเริ่มมีจุดเริ่มต้น เราก็เริ่มเดินหน้าต่อไป
นโยบายสร้างโบสถ์
หลวงพ่อท่านให้นโยบายมาตั้งเเต่เริ่มสร้างโบสถ์เเล้วว่าให้ใช้ได้ตลอดชีวิต ดังนั้นสิ่งก่อสร้างของเรา
   1.ต้องประหยัดที่สุด
   2.ประโยชน์ต้องสูงที่สุด
   3.ต้องมั่นคงเเข็งเเรงที่สุด ชั่วชีวิตของเราไม่ต้องกลับมาซ่อมเเซมอะไรอีก เพราะเราไม่ได้บวชมาเพื่อจะมาก่อสร้างหรือซ่อมเเซม เรามาบวชเพื่อทำพระนิพพานให้เเจ้ง  เเละอย่าให้เป็นภาระหนักของคนรุ่นหลัง ถ้าจำเป็นต้องซ่อมเเซม ก็ต้องซ่อมได้ง่ายๆ
   4.ต้องดูเเล้วเรียบง่าย เเต่สง่างาม จนเกิดคำพูดที่เป็นวลีของท่านที่ติดหู เเละนำไปใช้ได้ว่า
     "เรียบ หรู ดูดี มีสไตล์ เเล้วก็ไฮคลาส ประหยัดที่สุด ประโยชน์สูง เเละโปร่ง โล่ง สะอาด มีระเบียบ
ไม่มีเสากลางห้อง"
เพราะฉะนั้นการที่จะต้องมาเเกะสลักลวดลายตามที่หลายๆคนบอกมาว่าต้องมีช่อฟ้า ใบระกา มีหางหงส์
มีทรงกนกต่างๆ เหล่านั้นต้องงดไป เพราะส่วนใหญ่วัสดุที่ใช้คือไม้เเล้วมาเเกะสลัก
         หลวงพ่อท่านบอกว่า ในยุคของเราช่างฝีมือดีๆจากจังหวัดเพชรบุรี จากอยุธยา อ่างทอง ยังสามารถหาได้
เเต่จะเป็นภาระให้กับคนรุ่นต่อไป พวกเขาคงไม่ได้นั่งหลับตาเเน่ เพราะต้องคอยมานั่งซ่อมเเซมกันอยู่เรื่อยๆ หลวงพ่อท่านมองไปไกลมาก มองไปถึง 2-3 เจนเนอเรชั่น(Generation) ในอนาคตข้างหน้าเลย ให้สบายใจไม่ต้องเป็นภาระ เเล้วก็ให้ดูสะอาด ดูสว่าง ทำความสะอาดได้ง่าย จึงได้หันมาใช้วัสดุคอนกรีตเป็นหลัก
        ทั้งหมดนี้คือนโยบายที่หลวงพ่อให้มาครั้งเดียว เเล้วเราสามารถใช้ไปได้ตลอดชีวิต.....



เรื่องเล่าจากพระครูปลัดภูเบส ฌานาภิญฺโญ
สโตร์หน้าวัด The Store Story หน้า 130-133
หมายเหตุ:  พระครูปลัดสุวัฒนธีรคุณ (ภูเบศ ฌานาภิญฺโญ)ท่านเป็นผู้หนึ่งในยุคบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกาย
ปัจจุบันท่านมีตำเเหน่งเป็นที่ปรึกษาอาวุโส,เป็นกรรมการมูลนิธิธรรมกาย ,ประธานคณะกรรมการศูนย์กลางธรรมกายเเห่งโลก(WDC) เเละเป็นผู้อำนวยการสำนักสาธารณูปการของวัดพระธรรมกาย


วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559

จดหมายจากองค์กรสงฆ์เถรวาทโลก ถึงสำนักนายกรัฐมนตรี
เรียกร้องให้ยุติการใช้กำลังและความรุนแรงต่อ
พระเทพญานมหามุนีและวัดพระธรรมกาย
จดหมายจากสมัชชาสงฆ์เถรวาทโลก ถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ยุติการใช้กำลัง และความรุนแรงต่อพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) และวัดพระธรรมกาย

10 ธันวาคม 2559
เรียน   ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
     ตามที่ท่านคงได้ทราบดีอยู่แล้วว่า กรณีของวัดพระธรรมกายเป็นซึ่งเป็นวัดในพระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดวัดหนึ่งในประเทศไทยในเวลานี้กำลังเป็นศูนย์กลางของความสนใจในหมู่ชนทั้งหลายทั่วไป โดยมีพระเทพญาณมหามุนีเจ้าอาวาสของวัดกำลังถูกกล่าวหาอย่างรุนแรงจากกรมสอบสวนคดีพิเศษและกำลังตำรวจ ในคดีเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าเป็นจริงหรือไม่ อันเป็นคดีที่พวกเราทั้งหลายในองค์กรพุทธโลกมีความเชื่อว่าเป็นการกล่าวหาอย่างไม่มีมูลความจริง

กรมสอบสวนคดีพิเศษและกองกำลังตำรวจได้ทำการอันไม่ยุติธรรมต่อพระเทพญาณมหามุนีมาโดยตลอด ความอยุติธรรมนี้ได้รวมไปถึงการออกหมายค้นวัดพระธรรมกายด้วย อีกทั้งยังมีข่าวว่ามีการเตรียมกองกำลังติดอาวุธเพื่อจะเข้ายึดพื้นที่วัดพระธรรมกายในขณะที่สาธุชนนับหมื่นคนกำลังสวดมนต์ปฏิบัติธรรมและทำสมาธิกันอยู่ การใช้กำลังเกินกว่าเหตุนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่บังควร เนื่องจากวัดพระธรรมกายเป็นวัดที่มีการส่งเสริมสันติภาพมาโดยตลอด การใช้กำลังเกินกว่าเหตุ และการกระทำที่ไม่ยุติธรรมนี้รังแต่จะนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งที่จะฝังรากลึกลงไปในสังคมไทย ทางเราไม่สามารถเข้าใจได้ว่าความอยุติธรรมนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรในสังคมไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งพระพุทธศาสรา การใช้กำลังเกินกว่าเหตุในวัดเช่นนี้จะทำให้องค์การพุทธและองค์กรสาธารณประโยชน์ทั้งหลายซึ่งดำรงอยู่ได้เพราะได้รับการช่วยเหลืออุดหนุนเสียขวัญกำลังใจและไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่มีอำนาจในประเทศไทย ยังได้มีคำสั่งให้สถานีโทรทัศน์ DMC หยุดการแพร่สัญญาณอีกด้วย คำสั่งนี้เป็นการอ้างถึงความผิดอย่างไม่มีความจริงว่าเนื้อหาในรายการของสถานีโทรทัศน์​ DMC นำไปสู่ความขัดแย้งภายในสังคมไทย ตลอดระยะเวลา 14 ปีของการดำเนินงานสถานีโทรทัศน์ DMC มีการนำเสนอเนื้อหาโดยปราศจากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองมาโดยตลอดและได้สร้างความเข้าใจในพุทธศาสนาให้แก่ผู้ปฏิบัติศาสนานี้โดยมีการนำเสนอรายการทางพระพุทธศาสนาและรายการส่งเสริมจริยธรรมให้กับผู้คนทั่วโลกทุกเพศทุกวัย ดังนั้นการกระทำของกรมสอบสวนคดีพิเศษในการสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ DMC ในครั้งนี้จึงถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจน

ในนามขององค์กรพุทธเถรวาทโลก เราใคร่ขอให้ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้พิจารณาและดูแลคดีระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษและวัดพระธรรมกายให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง ยุติธรรมและสันติ เพื่อการดำรงรักษาชื่อเสียงที่ดีของประเทศไทยและศาสนาพุทธ เราเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจว่าดีว่าคดีนี้หากไม่ได้รับการดูแลด้วยความโปร่งใสและยุติธรรมตรงไปตรงมาก็จะมีผลต่อการทำลายพระพุทธศาสนาในประเทศไทยได้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและดำเนินการเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่ทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติสืบไป

พระมูกูนูเวล่า อนุรุทธะเถโร
ประธานสมัชชาสงฆ์เถรวาทโลก


cr: https://www.facebook.com/sidwat072/posts/1359519340754328:0

วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559


เมื่อทีวีช่อง DMC จอดำ
ลูกศิษย์สามัคคีพากันระดมใจ
ไปที่วัดพระธรรมกาย เพื่อไปสวดมนต์ เพราะ
เขานึกถึงภาพการปิดประตูตีแมว

เหตุการณ์จะเกิดขึ้นจริง  หรือไม่ก็ตาม
แต่พวกเขา  พากันคิดอย่างนั้นไปแล้ว
ปฏิบัติการพิเศษ   ที่ไม่ต้องการให้โลก
ได้รู้เห็น จะเป็นอย่างไรก็ตามที

ลูกศิษย์หลวงพ่อทุกคนจะไม่หนี
จะไม่ทิ้งวัด  โดยทิ้งหลวงพ่อผู้ให้ชีวิต
ไว้เพียงลำพัง   จะขอเป็นแมวสีขาว ที่
เปี่ยมด้วยความกตัญญูจนนาทีสุดท้าย

ยิ่งมีการประกาศอย่างชัดเจน
ถ้าจับหลวงพ่อธัมมชโยได้เมื่อไหร่  ก็
สึกสถานเดียว
แล้วจะมีลูกศิษย์ที่ไหน
เขาจะยอมให้หลวงพ่ออยู่ในสภาพนั้น

ความจริงแล้วลูกศิษย์ทุกคน
เขารู้วัตถุประสงค์นี้   ตั้งแต่ทีแรกแล้ว
ทำไมจึงไม่มาแจ้งข้อกล่าวหาที่วัดทั้ง
ที่กฎหมายสามารถกระทำได้ คงมีแต่
เด็กอมมือเท่านั้น ที่อ่านเกมส์ไม่ออก

ที่ประกาศชัดเจนแบบนี้
อาจเพื่อเอาใจกองเชียร์   ที่ไม่ศรัทธา
ในพระพุทธศาสนา  ส่วนลูกศิษย์ของ
วัดพระธรรมกาย ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ
อะไรเพราะรู้ๆกันอยู่แล้ว

พลังศรัทธามีอานุภาพมาก
ก็ลองคิดดูให้ดีเสียก่อน  ในเมื่อบรรดา
ลูกศิษย์จำนวนมากพากันคิดว่า

   
จะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรถ้าไม่สามารถปกป้อง
ผู้มีพระคุณต่อชีวิตให้ปลอดภัยได้

แต่เราก็เชื่อมั่นอยู่ว่าเหตุการณ์
ความรุนแรง จะไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก
ตราบใดที่ลูกศิษย์  ยังไม่ทิ้งหลวงพ่อ
#สู้ศึกสู้อุปสรรคด้วยใจใสๆ
หลวงพ่อสอนไว้เราเกิดมาสร้างบารมี

Cr.เรชุงปะ ศิวโมกข์
เเละข่าวบุญใจสว่าง


แถลงข่าวคณะศิษยานุศิษย์พระเทพญาณมหามุนี
เรื่อง   การกราบบังคมทูลฯ ถวายฎีการ้องทุกข์ ขอพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ระงับเหตุรุนแรงอันจะบังเกิดขึ้นได้ ระหว่างสถาบันชาติกับสถาบันพระพุทธศาสนา
เนื่องด้วยขณะนี้ สถานการณ์ส่อว่าจะบังเกิดเหตุรุนแรง ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับสถาบันพระพุทธ ศาสนา อันเนื่องมาจากการดำเนินการโดยไม่เป็นธรรม ดังนี้

     1. การดำเนินการของพนักงานสอบสวนในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และคดีอื่นที่เกี่ยวโยงกัน มีความไม่เป็นธรรมหลายประการ  อาทิมีการแจ้งความดำเนินคดี  และพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาคณะศิษยานุศิษย์ที่ช่วยกันบริจาคเงินเพื่อเยียวยาแก่สหกรณ์ฯคลองจั่น  ว่ามีความผิดข้อหาเรี่ยไร  ทั้งที่เงินนั้นก็เป็นเงินของศิษยานุศิษย์แต่ละท่าน  และเสียสละมาเยียวยาแก่สหกรณ์ฯตามข้อตกลงในศาล 
และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องทั้งวัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนี อีกทั้งสหกรณ์ฯ มีหนังสือขอบคุณแก่คณะศิษยานุศิษย์  เจ้าหน้าที่ของรัฐแทนที่จะมอบรางวัลแสดงความชื่นชมในน้ำใจเสียสละให้กับศิษยานุศิษย์ แต่คณะศิษยานุศิษย์กลับถูกดำเนินคดีตกเป็นผู้ต้องหา  แสดงถึงเจตนาในการหาเรื่องกลั่นแกล้ง  ไม่เป็นธรรม

   2. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ได้ดำเนินคดีพระเทพญาณมหามุนี ข้อหาบุกรุกป่า และข้อหาก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างทับลำรางสาธารณะ ที่สวนป่าหิมวันต์ อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย และที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์ พีซ จังหวัดนครราชสีมา ตามลำดับ โดยอ้างอิงความเห็นของนายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศของศาล  ทั้งที่นายวิฑูรย์ฯ ซึ่งเคยเป็นอดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ และถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เพราะทำความผิดฐานวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศบิดเบือนความจริง สร้างความเสียหายต่อราชการหลายกรรมหลายวาระ และสำนักงานศาลยุติธรรมไม่ต่อทะเบียนการเป็นผู้เชี่ยวชาญฯของศาล  นายวิฑูรย์ฯ จึงมิได้เป็นผู้เชี่ยวชาญฯของศาลแล้ว


ซึ่งทางวัดพระธรรมกายได้ขอให้ผู้เชี่ยวชาญฯของศาลที่แท้จริง วิเคราะห์ตรวจสอบด้วยแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหาร ปรากฏผลการตรวจสอบว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตป่า และไม่มีลำรางสาธารณะแต่อย่างใด  แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส. กลับเลือกที่จะเชื่อผลการวิเคราะห์ฯของนายวิฑูรย์ฯ ซึ่งมีพฤติกรรมมัวหมองร้ายแรงจนถูกไล่ออกจากราชการ ไม่เชื่อผลการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญฯของศาลที่แท้จริง และไปขอออกหมายจับพระเทพญาณมหามุนี

   3.  กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ขอให้ กสทช.สั่งหยุดการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม DMC
โดยไม่มีการไต่สวน ทั้งที่เนื้อหามีแต่การสวดมนต์ นั่งสมาธิ สอนธรรมะให้ประชาชนเป็นคนดี

    4.  พฤติกรรมดังกล่าวข้างต้นของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.โดยการนำของพลตำรวจเอกศรีวราห์ฯ  ทำให้คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายมีความรู้สึกว่าพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกายถูกกลั่นแกล้งดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม สร้างความรู้สึกทุกข์ร้อนคับแค้นใจอย่างแสนสาหัส
5.  พลตำรวจเอกศรีวราห์ฯ ได้แถลงข่าวแก่สื่อมวลชนว่า  ขณะนี้ได้เตรียมกำลังตำรวจ 6 - 7 กองร้อย  พร้อมบุกเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย  เพื่อจับกุมตัวพระเทพญาณมหามุนี  โดยได้เตรียมสุนัขตำรวจ  เฮลิคอปเตอร์  หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด  และได้ประสานไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงให้เตรียมแพทย์พยาบาล 

ส่อให้เห็นว่าจะใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามจับกุมคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย  ที่มาสวดมนต์นั่งสมาธิอยู่ในวัดจำนวนนับหมื่นคนด้วยความเป็นห่วงพระเทพญาณมหามุนี  ซึ่งจะทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก จะกลายเป็นข่าวอื้อฉาวสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศชาติในสายตาชาวโลกอย่างยิ่ง และจะเป็นบาดแผลความขัดแย้งอย่างลึกซึ้ง ระหว่างสถาบันชาติกับสถาบันพระพุทธศาสนาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย

    6.  ในช่วงเวลานี้เป็นห้วงเวลาพิเศษที่ชาวไทยทั้งประเทศรวมถึงคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย  ได้ร่วมใจกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นประจำทุกวัน  ยิ่งกว่านั้นยังเป็นโอกาสมหามงคลอันประเสริฐที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นมิ่งขวัญของประชาชนชาวไทย  ควรจะเป็นห้วงเวลาที่ชาวไทยทุกคนได้สมานฉันท์เป็นหนึ่งเดียวกัน  รักษาสังคมบ้านเมืองที่สงบสันติสุขเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเสริมพระบรมเดชานุภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยให้ปรากฏแก่ชาวโลก  ไม่ควรที่จะมีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ซึ่งคณะศิษย์วัดพระธรรมกายได้ร่วมใจกันเจริญพระพุทธมนต์บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ครบจำนวน 10,101,010 จบ
เป็นครั้งแรกของโลกเพื่อเฉลิมฉลองเทิดพระเกียรติการขึ้นทรงราชย์เป็นรัชกาลที่ 10 ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

   7.  เวลานี้เหลือที่พึ่งสุดท้ายหนึ่งเดียวที่จะพึ่งได้คือ สถาบันพระมหากษัตริย์  จึงจำต้องขอพระบรมราชานุญาตกราบบังคมทูลถวายฎีการ้องทุกข์ต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อันเปรียบประดุจพระบิดาของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ  เพื่อขอพึ่งพระบารมีให้ยุติการดำเนินคดีที่มิชอบดังกล่าวข้างต้น  และมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ความรุนแรงทำร้าย ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายต่อประชาชนผู้เป็นพสกนิกรของพระองค์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิงและคนชรา
 
คณะศิษยานุศิษย์พระเทพญาณมหามุนี
9 ธันวาคม 2559

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ข่าวด่วน !!!! ตร.แจ้งจับรักษาการณ์เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
ฐานให้ที่พักพิงหลวงพ่อธัมมชโยและเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฎิบัติตามหน้าที่  วันนี้ทางตำรวจได้แจ้งความที่สภอ.คลองหลวงให้ดำเนินคดีรักษาการณ์เจ้าอาวาสฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ช่วยเหลือให้พักพิงหลวงพ่อตามป.อาญา157และ189

ตลกไหมครับ ????
เมื่อวาน.ดีเอสไอ.ส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจา
วันนี้ตำรวจแจ้งจับ

หลอกว่าจะรักแล้วกลับทำร้ายเหมือนหนังน้ำเน่าไม่มีผิด
มีอำนาจอยู่ในมือจะทำอะไรก็ได้ไม่ต้องคิดถึงผิดถูก ส่วนทางวัดแทนที่จะตอบกลับเรื่องหลวงพ่อให้ชัดเจนแต่เป็นเตมีย์ใบ้ ไม่ตอบกลับหนังสือของตำรวจซะงั้น ก็เลยถูกหวยเป็นคดี
เวลานี้เป็นสงครามกฏหมาย

เห็นทางวัดเอาพระมาเจรจากับทางดีเอสไอเห็นแล้วก็พูดไม่ออก แพ้ตั้งแต่เปรียบมวยตำรวจแจ้ง157ได้ไง พระไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานนะ..เจ้าพนักงานต้องแต่งตั้งโดยรัฐ แต่นี้แต่งตั้งตามพ.ร.บ.สงฆ์ มันเวอร์เกินไปจริง
เป็นคดีแล้ววัดจะเป็นเตมีย์ใบ้อีกไหม

เป็นคดีต้องแก้ทางกฏหมายนะ อย่าใช้วิธีเงียบเฉยมันจะบานปลาย

เชื่อว่าอีกไม่กี่วันหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่1จะส่งด่วนจี๋ไปถึงแน่นอน ถ้าไปตามหมายก็ต้องพิมพ์10นิ้วในฐานะผู้ต้องหา ถ้าไม่ไปเกิน3ครั้ง หมายจับออกมาแน่นอน
เหนื่อยและสงสารพระมากแต่ทำใจในระบบวัด
ไอ้ความหวังลมๆแล้งๆคงจะเลิกคิดได้แล้ว
เอาความจริงเข้าสู้ดีกว่า
จากไม่ผิดกลายเป็นผิด
จากผิดคนเดียวกลายเป็นหลายคนแล้ว
ไม่ได้รังแกกันจริงๆครับ เชื่อทนายเถอะ

ทนายนิทัศน์ ประเสริฐเนติกุล
เสาร์3ธค59 14.59น......

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ทำไมถึงมีคนจะจับสึกและสั่งฆ่า
หลวงพ่อธัมมชโย  และจะปิดวัดพระธรรมกาย ??

มีคนถามมาทางหลังไมค์มากมาย
ทั้งๆ ที่ได้เคยเขียนเรื่องนี้อธิบายหลายครั้งแล้ว คนจำนวนมากก็ยังไม่ได้อ่าน

จึงขอเอามาเขียนใหม่
ไม่ว่ากันนะ ถ้ารำคาญเขียนอะไรซ้ำซาก
ก็ไม่ต้องอ่านคะ หรือจะเลิกเป็นเพื่อนก็ไม่ว่ากัน

สาเหตุของเรื่องทั้งหมด เกิดจาก มันมีคนหลายกลุ่ม  ที่ต้องการสึกหลวงพ่อธัมมชโย และปิดวัดพระธรรมกาย
1) กลุ่มพวกผู้มีอำนาจหลายกลุ่ม นี่สำคัญที่สุด
ในการจะล้มวัดพระธรรมกาย สาเหตุเพราะ


1.1  มันเป็นเรื่องเริ่มต้นนานมาแล้วตั้งแต่วัดพระธรรมกาย
เริ่มดังมีคนเข้าวัดมากผู้มีอำนาจกลุ่มนี้เริ่มกลัวว่า

วัดนี้จะใหญ่โต มีคนขึ้นมาก จะมีอิทธิพล
จนไม่สามารถควบคุมได้ คนจะรักหลวงพ่อธัมมชโยมากกว่า


1.2 มาขอให้หลวงพ่อธัมมชโย เปลี่ยนจากการเป็นพระมหานิกาย
มาเป็นพระธรรมยุติ ไม่สำเร็จ ท่านไม่ยอมเปลี่ยนเด็ดขาด
1.3 มาไถเงินวัดพระธรรมกายไม่ได้ดั่งใจ
ปี2542 ที่มีเรื่องดังของวัดครั้งแรก ก็เพราะ มาไถเงิน
ครั้งแรกขอ500ล้าน ต่อไปให้ส่งให้ใช้เดือนละ100ล้าน
วัดปฎิเสธ จึงไม่พอใจมาก และมีมาขอเรื่อยๆ


1.4  ที่ดินของวัดพระธรรมกายที่พิจิตร
มีสายแร่ทองคำ ที่ต่อมาจากเมืองแร่ทองคำพิจิตร ชึ่งเป็นอุปสรรคในการขยายเหมืองแร่อย่างมาก ขอชื้อก็ขายไม่ได้ เพราะเป็นที่ของวัด เป็นธรณีสงฆ์


1.5 ต้องการจับสึกหลวงพ่อธัมมชโย
เพื่อจะเอาไปอ้างขัดขวางไม่ให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

ขึ้นเป็นสังฆราช หาว่าเป็นพระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อธัมมชโย รับเงินหลวงพ่อธัมมชโย ทั้งนี้เพื่อจะเอาพระของฉัน ชึ่งเป็นพระธรรมยุติ ขึ้นมาเป็นแทน พระมหานิกายและจะเอาไปล้ม
มหาเถรสมาคม โดยอ้างว่าหย่อนยาน
ไม่สึกหลวงพ่อธัมมชโยตามพระลิขิตของสังฆราช
และรับเงินหลวงพ่อธัมมชโยในการแต่งตั้งยศ

เพราะมีแผนจะเข้าควบคุมคณะสงฆ์ทั้งประเทศ
โดยจะตั้งสภาคุณธรรม ขึ้นมาปกครองแทนมหาเถรสมาคม


1.5 ต้องการสมบัติของวัดพระธรรมกาย
ตาโตอยากได้มาก โดยเฉพาะ พระทองคำองค์ละตัน 8 องค์
เงินทั้งหมดของวัด และที่ดินที่ลูกศิษย์ถวายให้หลวงพ่อธัมมชโย
ชึ่งมีมหาศาล


2)กลุ่มศาสนาอื่นๆ ชึ่งอยู่เบื้องหลังเป็นคนจ่ายเงิน
ค่าดำเนินการล้มวัดนี้ทั้งหมด
กลุ่มนี้รู้ว่า ถ้าล้มวัดพระธรรมกายได้
การจะล้มศาสนาพุทธจากประเทศไทย
นั้นง่ายเหมือนปลอกกล้วย


3)กลุ่มนักการเมืองผสมโรง
นักการเมืองพรรคหนึ่งเคยมาขอให้วัดพระธรรมกายเป็นฐานเสียงเพราะวัดนี้มีลูกศิษย์หลายล้านคนทั่วประเทศ
แต่วัดปฎิเสธ ไม่เล่นการเมืองจึงถูกอาฆาต

และพรรคนี้กลัวว่าวัดพระธรรมกายจะไปเป็นฐานเสียง
ของพรรค ตรงกันข้าม พวกเขาจึงส่งคนออกมากล่าวหาใส่ร้าย
วัดพระธรรมกายทุกๆอย่าง

พวกเขาต้องการให้ล้มวัดนี้ลงปิดวัดเสีย
จึงออกข่าวว่า วัดพระธรรมกายต้องการแยกตัวเองเป็นอิสระ

วัดนี้ซ่องสุมกำลังคนและอาวุธไว้ในวัด
พระในวัดเป็นพระปลอม เป็นพวกคนอีกฝ่ายปลอมตัวมาบวช
เพื่อรอทำการสารพัดที่จะใส่ร้ายหลวงพ่อธัมมชโยและ
วัดพระธรรมกาย

นักการเมืองบางคน ปี2542 มาไถเงินวัดนี้ ค่าจะยุติเรื่องทั้งหมดที่เล่นงานหลวงพ่อธัมมชโย ถึง 5,000 ล้านบาท แต่วัดปฎิเสธ

‍4) กลุ่มสื่อต่างๆ ที่ไม่พอใจ วัดพระธรรมกาย
เพราะมาไถเงินจากวัดไม่ได้

เมื่อปี2542 มีสื่อหลายสื่อ เดินเข้าวัดมาขอไถเงินค่าปิดปากไม่ลง
ข่าวมากมาย แต่วัดไม่ยอมจ่าย

คราวนี้วัดจึงถูกรุมใส่ร้ายป้ายสีจากเกือบทุกสื่อ
และสื่อได้แก้แค้น ขณะเดียวกันสื่อก็รับเงินจากผู้มีอำนาจ
และต่างศาสนาด้วย


5)พระด้วยกันที่อิจฉาวัดพระธรรมกายโดยเฉพาะพระที่มีตำแหน่งใหญ่โต
อิจฉาเพราะวัดพระธรรมกายใหญ่และมีคนศรัทธามากกว่าวัดตัวเอง
และบางองค์โกรธที่ตัวเองทำพระขาย ขายไม่ออกเพราะ
คนมารุมทำบุญกับวัดพระธรรมกายหมด

จึงร่วมให้ร้าย วัดพระธรรมกายมาตลอดเวลา

6)ศิษย์เนรคุณ ที่วัดส่งไปเรียนปริญญาเอกที่เมืองนอกถึงสองประเทศ ด้วยเงินของวัดและศิษย์วัดพระธรรมกาย

แต่กลับมาสนองคุณอย่างเลวทราม
เพราะโกรธที่ ขอบริหารวัดคนเดียว
ให้หลวงพ่อวางมือให้ตัวเองบริหาร

เมื่อไม่ได้จึงออกจากวัดนี้ไปเอง ไปถูกไล่ออกจากวัดอื่นๆถึง4วัด
แล้วสุดท้ายขอกลับมาอยู่วัดพระธรรมกายใหม่ ทางวัดไม่รับกลับ


7)กลุ่มคนกินผัก โกรธเพราะมาขอความร่วมมือจากวัดนี้ให้
ล้มมหาเถรสมาคม แต่วัดพระธรรมกายไม่เอาด้วย
นี่คือความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการจะ
จับสึกหลวงพ่อธัมมชโย และล้มวัดพระธรรมกาย

ตามคำสั่งที่ขัดไม่ได้
ใครจะเชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ ฉันก็เขียนตามที่รู้มาและบางอย่างก็ร่วมอยูในเหตุการณ์ด้วย
แต่โปรดจำไว้ด้วยนะ คนที่มีศีล ไม่ว่าศีล5,8,10,227ข้อ เขาจะไม่โกหกเพราะเขารู้ว่ามันบาปขนาดไหน ผลที่จะได้รับเมื่อตายไปแล้ว
ต้องไปลงนรกขุมที่4รุนแรงกว่าไปฆ่าคนตาย

คนหัวดำ สื่อต่างๆ นักการเมือง คนต่างศาสนาและกลุ่มผู้มีอำนาจ
ไม่มีศีล ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ
รู้แต่จะเอา จะเอา ทำตามใจตนเอง
ทำได้ทุกอย่าง เลวสุดๆ
โกหกใส่ร้ายเป็นไฟ
จะเชื่อใครก็ตามใจนะ ไม่ว่ากัน

ฝูงผึ้งย่อมอยู่ในกลุ่มผึ้ง ดูดแต่น้ำหวาน
ของสะอาดหอมหวลเป็นอาหาร
ฝูงแมลงวันย่อมอยู่ในกลุ่มแมลงวัน
เฝ้าดูดดมกินแต่ของสกปรก
กินขี้เป็นอาหาร


Cr.Siriporn Suksuthipunth

ได้ยินมาอีกเเล้วว่าวัดรวย
ถามตัวเองว่า ถ้าเราจะรวยบ้าง เราจะต้องมีเงินมากเท่าไรถึงเข้าขั้นเรียกว่ารวย?
เเละใครกัน คนอื่น หรือตัวเรา ที่จะเป็นคนชี้ชัดว่า รวยหรือไม่รวย?
ถ้าคนอื่นมาบอกว่าผมรวย นั่นคงเป็นเพราะเขาเอาผม
ไปเทียบกับคนที่ด้อยกว่า จึงมองว่าผมรวย
เเละก็คงเช่นเดียวกัน ถ้าผมจะบอกว่าผมจนมาก ก็คงเป็นเพราะผมเอาตัวเอง
ไปเทียบกับเพื่อนๆที่ทำงานมีเงินเดือนสูงๆ
เเต่ถ้าหากไม่เอาผมไปเทียบกับใคร
เเต่เอามาเทียบกับความจำเป็นที่ผมต้องใช้ในชีวิต

ผมก็คงตอบได้ว่า ผมกำลังพอดีๆ ไม่ได้จน ไม่ได้รวย
ผมลองมาคิดคำนวณค่าใช้จ่ายประจำของผมว่ามีอะไรบ้าง?
ก็พบว่า ค่าใช้จ่ายส่วนตัวหลักๆก็มีค่าตัดผม
ซึ่งเดือนหนึ่งอย่างต่ำตัดสองครั้ง

นอกนั้นก็ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรมาก ส่วนที่เหลือก็เก็บทำบุญ
เเต่ถ้าเป็นเพื่อนๆซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นมากมาย ทั้งเรืองครอบครัว
เรื่องลูก เรื่องค่าใช้จ่ายทางบ้านของพ่อตา เเม่ยาย
ค่าใช้จ่ายงานสังคม จ่ายลูกน้อง
เเละยังต้องจ่ายอะไร ต่ออะไรอีกเยอะเเยะ ซึ่งจำเป็นต้องมีรายรับสูงมากกว่าผมหลายสิบเท่า
เเละเมื่อหักลบ รายรับ-จ่ายเเล้ว
ผมก็ว่าคงเหลือพอๆกัน

เเล้วอย่างนี้จะสรุปว่ารวยหรือจนก็คงจะไม่ได้

เเล้วอย่างนี้จะสรุปว่ารวยหรือจนก็คงจะไม่ได้
เหมือนอย่างจะมาบอกว่า มหาวิทยาลัยรวยกว่าโรงเรียนประถม หรือมัธยมก็คงไม่ได้เช่นกัน
ทั้งๆที่มหาวิทยาลัยมีรายรับในเเต่ละปีมากกว่าโรงเรียนมากมาย
เเละทำนองเดียวกันที่มองผิวเผินเเล้ว จะสรุปว่าวัดนี้รวย วัดนี้จน ก็คงจะไม่ถูกต้องนัก
เเล้วที่ว่าวัดนี้รวย วัดนี้จนนั้น

เรากำลังเอาเนื้อที่ขนาดของวัดมาเทียบ หรือเอาอาคารสิ่งก่อสร้าง
เอาจำนวนคนเข้าวัด เอาปัจจัยที่สาธุชนทำบุญมาเทียบ หรือเอาวัตถุประสงค์ในการสร้างวัดมาเทียบ

เรากำลังเอาอะไรมาเทียบกัน
ถ้าจะสร้างวัดเพื่อรองรับคนในชุมชน หรือในหมู่บ้านก็ต้องทำเเบบหนึ่ง
ถ้าในตำบล ในอำเภอก็อีกเเบบหนึ่งในจังหวัดก็ต้องอีกเเบบหนึ่ง 
ในจังหวัดก็ต้องอีกเเบบหนึ่ง

เเละถ้าจะสร้างวัดเพื่อรองรับคนทั้งประเทศ หรือเพื่อเป็นสถานที่เผยเเผ่ธรรมะ
พระพุทธศาสนาให้เเก่คนทั้งโลกก็ต้องอีกเเบบหนึ่ง

จึงไม่ใช่เรื่องที่มองเเค่บางจุดเเล้วก็บอกว่ารวยหรือจน

เหมือนโรงเรียนเหมือนมหาวิทยาลัยที่ให้ความรู้เหมือนกัน
เเต่ต่างก็มีบทบาทเเละหน้าที่ของตัวเอง ขึ้นอยู่ที่ว่าได้วางบทบาทหน้าที่เอาไว้อย่างไร??
เเล้วสามารถตอบสนองต่อบทบาทของตัวเองได้ไหม???


หรือว่าได้ทำหน้าที่ให้คุ้มค่ากับกำลังงบประมาณที่ใช้ไปหรือเปล่า
Cr: โค้ก อลงกรณ์ บันทึกอุปัฏฐาก


จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Unordered List

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

โพสต์แนะนำ

ภูติ ผี ปีศาจ เเตกต่างกันอย่างไร

                ภูติ ผี ปีศาจ เป็นคำที่เราเคยได้ยินได้ฟัง มาตั้งเเต่ยังเด็ก เเม้กระทั่งละคร ภาพยนต์ต่างๆก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้...

Popular Posts

Text Widget